หน้าแรก ภูมิภาค รพ.เลื่อนชันส...

รพ.เลื่อนชันสูตร ผู้ต้องขังหนุ่มดับ หลังต่อยมวยกีฬาสีเรือนจำระยอง แม่ยันลูกชกมาตั้งแต่เด็ก

8.12.24 | 23:31 น.

แม่ยันลูกชายเคยชกมวยมาก่อน ไม่เชื่อจะถึงกับเสียชีวิต รพ.เลื่อนการชันสูตรอึก 1 วัน เมียยันจะสู้จนกว่าความจริงปรากฏ วอนเรือนจำระยองตรวจสอบอย่างเป็นธรรม

จากกรณี น.ส.สุชาดา อายุ 26 ปี เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรม กรณีนายจิรายุ อายุ 27 ปี สามีที่ต้องโทษ คดีร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น จำคุกเป็นเวลา 8 เดือน ในเรือนจำกลางระยอง อ.บ้านค่าย จ.ระยอง เสียชีวิต หลังจากขึ้นชกมวย โดยเป็นกีฬาสีภายในเรือนจำกลางระยอง เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.67 โดยพยาบาลเรือนจำแจ้งว่า หลังลงจากเวทีผ่านไป 1 ชั่วโมง นายจิรายุอาเจียนก่อนจะหมดสติไป จึงส่ง รพ.บ้านค่าย จนนายจิรายุเสียชีวิตในวันที่ 7 ธ.ค.67 ด้านภรรยาไม่เชื่อว่าเสียชีวิตเพราะชกมวย ดูจากบาดแผลไม่น่าจะเกิดจากการชกมวยบนเวที ซึ่งมีการสวมนวม ต้องการให้เรือนจำนำคลิปหลังลงจากเวทีมาเปิดเผย และตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งทางเรือนจำเตรียมตรวจสอบตามที่เสนอไปนั้น

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม น.ส.สุชาดา เดินทางมาที่ รพ.ระยอง พร้อมกับญาติของผู้เสียชีวิต เพื่อติดตามผลการขันสูตรนายจิรายุ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมฟังผลการชันสูตรด้วย

ภรรยาผู้เสียชีวิต

ต่อมา เจ้าหน้าที่ รพ.ระยอง แจ้งว่าจำเป็นต้องเลื่อนการชันสูตรศพนายจิรายุออกไป ซึ่งจะทำการชันสูตรในวันที่ 9 ธ.ค.67 สาเหตุเพราะต้องมีการเตรียมห้องผ่าตัดก่อน เนื่องจากเพิ่งทำการผ่าชันสูตรศพติดเชื้อไป

น.ส.สุชาดาเปิดเผยว่า วันนี้ทำได้แค่ยื่นเอกสารประจำตัวของสามี โดยจะมาฟังผลอีกครั้งหลังการชันสูตร ซึ่งทางเรือนจำได้ติดต่อผ่านหน่วยงานท้องถิ่นว่าจะช่วยจัดการเรื่องงานศพให้ แต่ก็ยังไม่ได้พูดถึงสาเหตุการเสียชีวิต บอกแค่เพียงให้ใจเย็นเท่านั้น โดยตนเองจะรอผลชันสูตร หากไม่เป็นธรรมก็จะต่อสู้เพื่อให้ความจริงปรากฏและจะเก็บศพสามีไว้เพื่อส่งไปชันสูตรที่ รพ.ตำรวจ ต่อไป

Advertisement

ด้านนางสุนัน อายุ 57 ปี มารดาของผู้เสียชีวิต เปิดใจว่า ลูกชายเคยชกมวยมาแต่เด็ก ไม่เคยบาดเจ็บขนาดนี้ อยากขอความยุติธรรมให้ลูก อยากรู้ความจริงว่าเหตุการณ์วันนั้นหลังลูกลงจากสังเวียนแล้วเกิดอะไรขึ้นบ้าง มั่นใจว่าบาดแผลที่เกิดไม่ได้มาจากการชกมวย อยากให้เรือนจำเปิดเผยความจริง หากบริสุทธิ์ใจก็ขอให้เปิดกล้องวงจรปิดให้ดูเพื่อให้หายแคลงใจ

แม่ผู้เสียชีวิต

ส่วนทางเรือนจำกลางระยองเตรียมตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น แต่ยังไม่มีการชี้แจงเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว