หน้าแรก ภูมิภาค น่าเป็นห่วง! ...

น่าเป็นห่วง! บุรีรัมย์ สุ่มตรวจยาเสพติดในร.ร. พบ ผู้เสพต่ำสุดอายุ 12 เผยเหตุผล

9.12.24 | 17:59 น.

น่าเป็นห่วง! บุรีรัมย์ สุ่มตรวจยาเสพติดในร.ร. พบ ผู้เสพต่ำสุดอายุ 12 เผยเหตุผล

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงเรียนกู่สวนแตงพิทยาคม อ.บ้านใหม่ไชยพจน์ จ.บุรีรัมย์ คณะทำงานโครงการรวมพลังรักศรัทธาแก้ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ ประกอบด้วยมูลนิธิอาณัตพล ซารัมย์ (ลูกเติ้ง) ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ผู้นำท้องถิ่น และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

ได้เข้าทำการตรวจปัสสาวะของเด็กนักเรียนกว่า 800 คน เพื่อค้นหากลุ่มผู้เสพยาเสพติดโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า โดยระหว่างการตรวจปัสสาวะอยู่นั้น นายโสภณ ซารัมย์ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย และประธานที่ปรึกษามูลนิธิ ได้ขอตรวจเจ้าหน้าที่ทุกคนที่มาปฏิบัติหน้าที่ด้วย เพื่อให้นักเรียนหายข้อสงสัยว่าผู้ใหญ่ หรือเจ้าหน้าที่เสพหรือไม่ ซึ่งผลปรากฏว่าไม่พบปัสสาวะเป็นสีม่วงแม้แต่คนเดียว

นายโสภณกล่าวว่า ถือว่าเป็นโรงเรียนแรกที่ตรวจไม่พบปัสสาวะสีม่วง แต่โรงเรียนหลายโรงเรียนที่ผ่านมาพบผลของการตรวจน่าตกใจ เป้าหมายครั้งแรกคือโรงเรียนระดับมัธยม แต่ปรากฏว่า พบนักเรียนโรงเรียนระดับประถมปัสสาวะเป็นสีม่วง อายุต่ำสุด 12 ปี ส่วนระดับหมู่บ้านยังพบชาวบ้านสูงอายุเสพยาอีกด้วย

ถือเป็นเรื่องอันตรายมากสำหรับเยาวชน ซึ่งจากการสอบถามข้อมูล เด็กตอบว่า “เหงา” ขาดความอบอุ่น ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ เรื่องนี้ถือว่าสำคัญ ดังนั้นรัฐบาลเองควรจะเข้ามาร่วมแก้ไขจุดนี้หรือไม่

นายก อบต. เทศบาล ควรจะเข้ามาเป็น “พ่อแม่คนที่สอง” ของเยาวชนในพื้นที่ของตัวเองรัฐต้องเริ่มใส่แล้ว ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นแบบนี้ ดังนั้นรูปแบบของการบูรณาการปัญหายาเสพติดอย่างที่ทำโครงการมาคือ

Advertisement

ข้าราชการการเมืองตั้งแต่ท้องถิ่นไปถึงระดับชาติ และเอกชนอย่างเช่นมูลนิธิอาณัตพลฯ ที่เขาพยายามขับเคลื่อนอย่างเต็มที่ ตอนนี้มูลนิธิได้แบ่งเส้นเอาไว้คือ สีเขียวคือไม่เสพ สีเหลืองเสพครั้งคราว สีส้มถือว่าติดแล้ว และถ้าเข้าข่ายสีแดงคือกลุ่มจิตเวช ตอนนี้ตั้งเป้าไว้ไม่ให้ข้ามไปสีส้มให้ได้

นายโสภณกล่าวด้วยว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดในการแก้ไขปัญหายาเสพติดคือการมีส่วนร่วม โครงการที่เริ่มมากว่า 1 ปี ถือว่าก้าวหน้าเกินคาดที่ตั้งไว้ เฉลี่ยได้ผลมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ และผู้เสพแล้วเข้าไปอยู่ในศูนย์ฟื้นฟูของแต่ละท้องถิ่น เราได้มีการฝึกอาชีพแล้วให้ท้องถิ่นตามต่อหลังจากนั้น

สิ่งที่น่าห่วงในตอนนี้คือ “กำลังทรัพย์” กำลังคนที่ผ่านมาทุกคนทำงานเสียสละ ทำงานนอกเวลากันทั้งสิ้น เพราะเจ้าหน้าที่จะต้องผลัดเปลี่ยนกันมานอนเฝ้าไม่มีวันหยุด กลายเป็นเรื่องจิตอาสา แต่งานมันต้องเดินด้วยงบประมาณ

ถ้าเรารอเพียงงบประมาณจากภาคเอกชน รัฐบาลไม่มีการสนับสนุน มันก็ทำงานยาก ตอนนี้กำลังเร่งเอกซเรย์ให้ได้มากและเร็วที่สุด หลังจากนั้นจะมีการประเมิน ตำบลไหนทำพื้นที่ปลอด หรือมีผู้เสพน้อยที่สุดทราบข่าวว่ามูลนิธิจะตั้งรางวัลให้ตำบลละ 200,000 บาท