ผู้ว่าฯเพชรบูรณ์สั่งตรวจสอบโรงงานปลาร้า หลัง จนท.สันนิษฐานปมก๊าซพิษ ต้นเหตุ 5 คนงานดับ อุตฯจังหวัดชี้สถานที่เกิดเหตุไม่เข้าข่ายโรงงาน
เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีพบศพ 5 คนงานเสียชีวิตปริศนา ในบ่อหมักโรงงานปลาร้าที่ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ล่าสุดกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเพชรบูรณ์ แจ้งว่า อ.หล่มสัก รายงานผลการตรวจสอบเหตุมีผู้เสียชีวิตในบ่อผลิตปลาร้า วันที่ 9 ธันวาคม เวลาประมาณ 17.00 น.
ภายใต้การอำนวยการของนายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้สั่งการให้นายภาคภูมิ ภูมี นายอำเภอหล่มสัก, นายพสุ สุครีวก อุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบูรณ์, นายธงชัย เสนาะศรีตระกูล หน.ปภ.จังหวัดเพชรบูรณ์ ลงตรวจพื้นที่เกิดเหตุร่วมกับ พล.ต.ต.สารนัย คงเมือง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบูรณ์, พ.ต.อ.รัง ดาวดึงส์ ผกก.สภ.หล่มสัก พบผู้เสียชีวิตเป็นเพศชาย 5 ราย ในบ่อหมักปลาร้า คาดว่าเสียชีวิตในเวลาประมาณ 17.00 น.

ผู้เสียชีวิตทั้ง 5 ราย ประกอบด้วย 1.นายหลำ อายุ 76 ปี 2.นายเอือก อายุ 70 ปี 3.นายจักรกฤษ อายุ 50 ปี 4.นายศุภกฤษ อายุ 30 ปี และ 5.นายกุลชาติ หรือเฮียหวาน อายุ 41 ปี ผู้จัดการร้านและเป็นลูกเขยเจ้าของโรงผลิตปลาร้า
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายราชัย อายุ 65 ปี เจ้าของกิจการ ได้ตามคนงานให้มาล้างบ่อ ซึ่งเป็นบ่อเก่าเพื่อเตรียมหมักปลาร้าในวันถัดไป ต่อมาเวลาประมาณ 16.00 น. นายวินัย อายุ 45 ปี คนงานที่กลับมาจากส่งของ เข้ามาที่โรงผลิตปลาร้าพบว่ามีคนเสียชีวิตอยู่ภายในบ่อ 5 คน

พนักงานสอบสวนจึงประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเพชรบูรณ์ แพทย์เวร รพ.หล่มสัก และแพทย์นิติเวช รพ.เพชรบูรณ์ ร่วมตรวจสถานที่เกิดเหตุ และชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิตไว้แล้ว ในที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีบาดแผลฉกรรจ์ที่จะทำให้เสียชีวิต ไม่มีทรัพย์สินได้รับความเสียหาย หรือสูญหายแต่อย่างใด
เบื้องต้นสันนิษฐานว่า ผู้เสียชีวิตลงไปภายในบ่อแล้วขาดอากาศหายใจ อาจเกิดจากก๊าซพิษที่เป็นอันตรายต่อชีวิต ทั้งนี้ ได้แจ้งองค์การบริหารส่วนตำบลหนองไขว่ให้ตรวจสอบการขออนุญาตทำกิจการผลิตปลาร้าว่ามีการขออนุญาตถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่แล้ว ผลเป็นประการใดจะได้รายงานให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง
ทั้งนี้ อุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ได้ตรวจสอบสถานประกอบการแล้ว ไม่เข้าข่ายเป็นโรงงานอุตสาหกรรมตามกฎหมายแต่อย่างใด ผวจ.เพชรบูรณ์ จึงสั่งการให้หน่วยงานด้านสาธารณสุข แรงงานประกันสังคม และหน่วยกรมควบคุมมลพิษลงพื้นที่เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

