หน้าแรก ภูมิภาค ตร.ตั้ง 3 ปม ...

ตร.ตั้ง 3 ปม สังหาร สจ.โต้ง เล่านาทีเข้าบ้านสุนทร เจรจาจนมือยิงวางอาวุธ เร่งเก็บภาพวงจรปิด 

12.12.24 | 17:52 น.

ตร.ตั้ง 3 ปม สังหาร ส.จ.โต้ง เล่านาทีเข้าบ้านสุนทร เจรจาจนมือยิงวางอาวุธ เร่งเก็บภาพวงจรปิด 

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 12 ธันวาคม พ.ต.อ.ประสงค์ ศิริทิพย์วานิช รอง ผบก.ภ.จว.ปราจีนบุรี ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน กรณีเกิดเหตุยิงกันภายในบ้านพักของ นายสุนทร วิลาวัลย์ อายุ 85 ปี นายก อบจ.ปราจีนบุรี อดีต รมช.สาธารณสุข ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ นายชัยเมศร์ สิทธิสนิทพงศ์ หรืออดีต ส.จ.โต้ง อายุ 49 ปี ก่อนมีการควบคุมตัวผู้ต้องหารวม 7 คน มาสอบสวนยังที่ สภ.เมืองปราจีนบุรี เมื่อคืนที่ผ่านมานั้น

พ.ต.อ.ประสงค์กล่าวว่า ในขณะเกิดเหตุเวลาประมาณ 20.20 น. (11 ธ.ค.67) ตนเองพร้อมด้วย พ.ต.อ.ทนงศักดิ์ คำมาตย์ ผกก.เมืองปราจีนบุรี ได้เข้าไปยังในที่เกิดเหตุในช่วงระหว่างมีการปิดล้อม และได้ทำหน้าที่เป็นทีมเจรจาต่อรองด้วยตนเอง และได้พูดคุยกับคนยิง โดยใช้วิธีการสื่อสารเข้าไปว่าเราจะให้ความปลอดภัยและให้ความเป็นธรรมกับเขา พร้อมกับขอให้นำคนเจ็บออกมาก่อน ซึ่งเหตุการณ์ในเวลานั้นยังไม่ทราบว่ามีผู้เสียชีวิต

พ.ต.อ.ประสงค์กล่าวว่า จากนั้นกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ยอมให้ทีมแรกเข้าไป คือทีมของตนและทีมของ ผกก.เมืองปราจีนบุรี ทีมชุด นปพ.พร้อมอาวุธ และได้เจรจากับเขาจนยอมวางอาวุธ จนสถานการณ์คลี่คลายและได้ควบคุมตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุ ซึ่งในบ้านมีชายฉกรรจ์อยู่ 6 คน และมีนายสุนทร วิลาวัลย์ พร้อมสมาชิกในครอบครัวอยู่ในบ้านที่เกิดเหตุ โดยพบศพของ ส.จ.โต้งอยู่ที่บริเวณชั้น 1 แต่จุดที่เริ่มยิงนั้นเริ่มมาจากชั้น 2 แล้วตกลงมา โดยมีคนยิง 2 คน ให้การรับสารภาพว่าตนเองเป็นผู้ยิง

Advertisement

พ.ต.อ.สมประสงค์กล่าวว่า ส่วนประเด็นในเรื่องของการทำคดีนี้ได้ตั้งไว้แบบกว้างๆ ก่อนรวม 3 ประเด็น คือ เรื่องที่ 1 ทะเลาะกันมาก่อน เรื่องที่ 2 คือเรื่องของการเลือกตั้งท้องถิ่นที่จะถึงนี้ ก็อาจจะมีการพูดคุยกันและไม่ลงรอยกัน เรื่องที่ 3 เป็นเหตุซึ่งหน้า ที่อาจจะมีการขู่ทำร้ายกันในขณะนั้น ส่งผลให้กลุ่มผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง โดยทั้ง 3 ประเด็นยังไม่ทิ้งประเด็นใดประเด็นหนึ่งและจะเก็บทั้ง 3 ประเด็นไว้เป็นประเด็นในการสอบสวนหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นต่อไป

พ.ต.อ.ประสงค์กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำรวจภูธรภาค 2 กองบังคับการ ภ.จว.ปราจีนบุรี และ สภ.เมืองปราจีนบุรี จะดำเนินคดีด้วยความเป็นธรรมโปร่งใส และจะเร่งรัดปราบปรามในเรื่องของอาวุธปืน อาวุธสงคราม กระสุนปืนวัตถุระเบิดอย่างเคร่งครัด เพื่อความผาสุกของประชาชน วันนี้ได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้ต้องหาทั้ง 7 คน รวมถึงนายสุนทร วิลาวัลย์ ด้วย คือ “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”

พ.ต.อ.ประสงค์กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าของการสอบสวนนั้น ได้สอบปากคำไปแล้วจำนวน 6 คน และสอบพยานไปแล้วทั้งหมด 3 ปาก ยังพบว่ายังคงมีพยานอื่นๆ อีกมาก รวมถึงพยานแวดล้อมด้วยที่ยังมีอีกมากจนถึงตอนนี้สอบไปแล้ว 4 ปาก ซึ่งหลังจากมีการประชุมสรุปสถานการณ์ในบ่ายวันนี้แล้ว ในเวลา 17.00 น. จะมีการแถลงถึงความคืบหน้าในการสอบปากคำอีกครั้ง โดยผู้บังคับบัญชาได้สั่งการมาในเรื่องของงานสืบสวน งานสอบสวนให้ดำเนินการแบ่งทีมกันสอบ และวางประเด็นกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

พ.ต.อ.ประสงค์กล่าวว่า ประเด็นในเรื่องของงานสืบได้สั่งการให้ดำเนินการไปเก็บกล้อง เก็บภาพและหาพยานที่เกี่ยวข้องมาทำเป็นไทม์ไลน์ ว่ามีใครเข้าออกไปยังภายในบ้านหลังนั้นบ้าง เพื่อนำมาสร้างให้เกิดความเป็นธรรม ให้ตรงกับสิ่งที่มันเกิดขึ้นจริงสู่สังคมให้ได้รับทราบ ในส่วนของงานป้องกันและปราบปราม ได้มีการดำเนินการกำหนดจุด ตั้งจุดตรวจจุดสกัด เพื่อป้องกันเหตุไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำซ้อน และมีการตรวจค้นอาวุธปืน เน้นย้ำในเรื่องของอาวุธปืนอาวุธสงคราม วัตถุระเบิดกระสุนปืน โดยจะมีการเข้มงวดกันต่อไป

พ.ต.อ.ประสงค์กล่าวว่า ขณะนี้ทนายความของผู้ต้องหาทั้ง 7 คน ได้มาร่วมฟังการสอบสวนทั้งหมด โดยเฉพาะนายสุนทรนั้นได้มีทนายส่วนตัวมาร่วมรับฟังด้วย ส่วนผู้ต้องหาอื่นจะมีทนายต่างๆ ที่ สภ.เมืองปราจีนบุรี จัดหามาให้อย่างเรียบร้อย ยังเหลือเพียงผู้ต้องหาอีก 1 ราย ซึ่งเป็นความคืบหน้าในขณะนี้ โดย ภ.จว.ปราจีนบุรี และ สภ.เมืองปราจีนบุรี ได้พิจารณาคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 7 คนในคดีนี้ เนื่องจากเกรงว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน เพราะถือเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพล และมีการดำเนินการโดยใช้อาวุธ จากการตรวจสอบและค้นที่บ้านยังพบอาวุธปืนอีกจำนวนมาก

สำหรับอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุนั้น มีจำนวน 2 ขนาดด้วยกัน คือ ขนาด 9 มม. และกระสุนปืนลูกซองที่ยิง ส.จ.โต้ง จนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ