ปภ. เตือน ประชาชน 2 อำเภอ ใน จ.ชุมพร-สุราษฎร์ธานี เร่งอพยพ เหตุน้ำท่วมฉับพลัน
เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความกดอากาศสูงกำลังปานกลางถึงค่อนข้างแรงระลอกใหม่จากประเทศจีน ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ทําให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากระหว่างวันที่ 22 พ.ย.-14 ธ.ค. เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 10 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส รวม 88 อำเภอ 542 ตำบล 3,738 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 664,173 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 32 ราย
ปัจจุบันยังมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 2 จังหวัด ได้แก่ 1.นครศรีธรรมราช เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อ.ชะอวด อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.เมือง อ.ปากพนัง อ.เชียรใหญ่ และอ.พระพรหม รวม 18 ตำบล 64 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 9,950ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 3 ราย ปัจจุบันคลองท่าดีมีระดับน้ำเพิ่มขึ้น 2.ชุมพร เกิดน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอทุ่งตะโก รวม 4 ต. 9 ม.ได้แก่ ต.ตะโก ต.ช่องไม้แก้ว ต.ตะไคร้ ต.ปากตะโก อ.ทุ่งตะโก เบื้องต้นประชาชนได้รับผลกระทบ 345 ครัวเรือน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิต ปัจจุบันคลองหลังสวนระดับน้ำเพิ่มขึ้น

สำหรับการให้ความข่วยเหลือประชาชน กำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลสาธารณภัยของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ยังทำงานอย่างเต็มกำลังในพื้นที่ อาทิ เครื่องสูบน้ำ รถสูบน้ำระยะไกล รถเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย รถผลิตน้ำดื่ม รถปฏิบัติการบรรเทาอุทกภัย เรือท้องแบน พร้อมเครื่องยนต์ เฮลิคอปเตอร์ป้องกันละบรรเทาสาธารณภัย KA 32 รวมถึงทีม ปภ.ส่วนหน้า
อย่างไรก็ตาม ในช่วงกลางดึกของวันที่ 13 ธันวาคม ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 14 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดน้ำท่วมอย่างฉับพลันในหลายพื้นที่ โดย ปภ.ได้ส่ง SMS แจ้งเตือน น้ำป่าไหลหลาก ใน พื้นที่ ต.ตะโก ต.ช่องไม้แก้ว ต.ทุ่งตะไคร ต.ปากตะโก อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร ให้ขนย้ายสิ่งของ/อพยพกลุ่มเปราะบางไปที่ปลอดภัย
รวมถึงพื้นที่ ต.ปากแพรก อ.ดอนสัก และใน 8 ตำบลของ อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี ให้รีบขนย้ายสิ่งของเช่นกัน
โดยผู้ประสบภัย สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่ โทร 1784
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากสถานการณ์ฝนตกหนักติดต่อกันยาวนานกว่า 12 ชั่วโมง ใน จ.ชุมพร ปริมาณน้ำฝนสะสมสูงสุดที่ อ.ทุ่งตะโกวัดได้มากถึง 326 มิลลิเมตร อ.เมืองชุมพร 267 มิลลิเมตร อ.กระบุรี (จ.ระนอง) 281 มิลลิเมตร และ อ.ละอุ่น (จ.ระนอง) 275 มิลลิเมตร ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่ โดยในส่วนของพื้นที่ จ.ชุมพร ได้รับผลกระทบประกอบด้วย อ.เมืองชุมพรน้ำท่วมขังในเขตเทศบาลเมืองชุมพร บริเวณถนนสายเอเชีย 41 ช่วงแยกปฐมพร ตลาดสด และชุมชนริมแม่น้ำชุมพร อ.ทุ่งตะโก เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ ต.ตะโก และ ต.ทุ่งตะไคร

ส่วน จ.ระนอง อ.กระบุรี มีรายงานน้ำท่วมขังบนถนนเพชรเกษม ช่วง อ.กระบุรี ทำให้การจราจรติดขัด และ อ.ละอุ่น เกิดน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ลุ่มต่ำ และมีดินสไลด์ปิดทับเส้นทางในบางจุด ขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ และหน่วยกู้ภัยองค์กรต่างๆ กำลังเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นการด่วนแล้ว
ข่าวแจ้งว่า หน่วยกู้ภัยทางนำ (กู้ภัยสายชล) มูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์ เรือกู้ภัย 2 ลำ พร้อมอาสากู้ภัยทางน้ำ 13 คนเตรียมพร้อมออกช่วยเหลือผู้ประสบภัยตลอด 24 ชั่วโมง ส่วน ภ.จว.ชุมพร กก.ตชด.41 ชุมพร มทบ.44 ชุมพร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง และมูลนิธิต่างๆ ก็มีคำสั่งระดมกำลังตำรวจ ทหาร อาสากู้ภัย พร้อมออกช่วยเหลือผู้ประสบภัยเช่นกัน
ขณะที่ถนนสายหลักลงสู่ภาคใต้ ทั้งถนนเพชรเกษมและถนนสายเอเชีย 41 ในหลายพื้นที่ มีน้ำท่วมผิวการจราจรจนต้องมีการปิดการจราจรในบางช่วง ส่วนบางช่วงต้องเปิดให้รถผ่านในช่องทางที่ยังสามารถผ่านได้ แต่ในบางช่องทาง เช่น ถนนสายเอเชีย 41 บริเวณหน้าวัดพระบรมธาตุสวี อ.สวี จ.ชุมพร มีน้ำท่วมผิวการจราจรสูงมาก รถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถผ่านได้

ขณะที่ พล.ท.ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4/ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาภัยพิบัติ กองทัพภาคที่ 4 สั่งทหาร ระดมกำลังเร่งเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดชุมพร หลังฝนตกหนัก ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ถนนหลายสายไม่สามารถสัญจรได้ ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างมาก
ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 44 เร่งสั่งการให้หน่วยทหารในแต่ละพื้นที่ จัดกำลังพล เข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย สำรวจเส้นทางต่างๆ พร้อมนำรถ FTS ทำการขนย้ายสิ่งของขึ้นไปที่สูง รวมทั้งอพยพผู้คนโดยเฉพาะเปราะบาง และสัตว์เลี้ยงไปยังพื้นที่ปลอดภัย
สำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ขอให้เตรียมความพร้อม และหากมีการประกาศอพยพก็ขอให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน
ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนต้องการความช่วยเหลือ สามารถประสานได้ที่ศูนย์อำนวยการจิตอาสาภัยพิบัติ กองทัพภาคที่ 4 ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วย ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 41 – 46 และกองพันประจำอำเภอทั้ง 46 กองพัน ในพื้นที่ภาคใต้
ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


