หน้าแรก ภูมิภาค ตาวัย 87 ปี ข...

ตาวัย 87 ปี ข้ามถนนเอาขยะไปทิ้ง ถูกกระบะพุ่งชน ลากร่างไกล 10 กิโลเมตร เสียชีวิตสลด

15.12.24 | 16:31 น.

ตาวัย 87 ปี ข้ามถนนเอาขยะไปทิ้ง ถูกกระบะพุ่งชน ลากร่างไกล 10 กิโลเมตร เสียชีวิตสลด


เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ร.ต.อ.พลาญชัย ชัยชนะ ร้อยเวรสอบสวน สภ.โพธาราม พร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลเจ็ดเสมียน สายตรวจตำบลเจ็ดเสมียน กู้ภัยสว่างราชบุรี ฝ่ายปกครองตำบลเจ็ดเสมียน ตรวจที่เกิดเหตุหลังได้รับแจ้ง พบศพผู้เสียชีวิตอยู่บนถนนเลียบทางรถไฟ ใกล้ทางลอดใต้ทางรถไฟปากซอยเจ็ดเสมียน 35 หมู่ 1 ต.เจ็ดเสมียน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

ที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชายชรา 1 ราย ทราบชื่อต่อมานายบุญชู (สงวนนามสกุล) อายุ 87 ปี ชาว ต.หนองกลางนา อ.เมือง จ.ราชบุรี

Advertisement

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ออกมากวาดพื้นหน้าบ้านเป็นประจำทุกวัน และมักจะเดินข้ามเอาขยะไปทิ้งฝั่งตรงข้าม ระหว่างที่เดินข้ามถนนไป ได้มีรถกระบะขับมาและชนผู้ตายและร่างผู้ตายติดอยู่ใต้ท้องรถ ทำให้รถกระบะคันดังกล่าวขับหลบหนีไป ทางญาติเห็นเหตุการณ์ได้ตะโกนบอกให้ลูกหลานช่วยกันตามรถคันที่ชน พร้อมโทรแจ้งรถกู้ชีพของเทศบาลหลุมดินให้ช่วยตามหาตามเส้นทาง แต่ไม่ทัน จนกระทั่งเห็นน้ำมันเครื่องของรถคันที่ชนหกไปตามพื้นถนนจึงแกะรอยขับรถตามรอยน้ำมันเครื่องจนไปพบศพถูกสลัดทิ้งตรงจุดเกิดเหตุ ซึ่งห่างจากจุดชนประมาณ 10 กิโล แต่ไม่พบรถคันก่อเหตุ

จึงแจ้งตำรวจพื้นที่ให้มาตรวจสอบ หลังตรวจสอบแล้ว ได้วิทยุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธาราม และกู้ภัยสว่างราชบุรี ออกติดตามแกะรอยน้ำมันเครื่อง โดยตัวผู้ต้องหาได้ขับไปเลี้ยวขวาผ่านโรงพยาบาลเจ็ดเสมียน ออกถนนเพชรเกษม และไปเลี้ยวเข้าตรงแยกโพธาราม เลี้ยวซ้ายแยกบ้านเลือก ข้ามสะพานวัดไทร ต่อมาได้รับแจ้งว่ารถคันดังกล่าวไปจอดทิ้งไว้ที่บริเวณหน้าวัดม่วง เขต ต.ท่าชุมพล อ.โพธาราม พบเป็นรถยนต์กระบะอีซูซุ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บย 5509 ราชบุรี ด้านหน้ามีรอยชน และพบ นายแพง (สงวนนามสกุล) อายุ 61 ปี ชาว ต.มาบกรวด อ.พระทองคำ จ.นครราชสีมา รับเป็นคนขับ พร้อมกับให้การว่าตนขับรถไปซื้อของที่ตลาดราชบุรี ขากลับมาถึงที่เกิดเหตุผู้ตายข้ามถนนมาจึงชนตอนนั้นตนตกใจเลยขับรถหลบหนี

ส่วนสภาพศพนั้นหลังจากแพทย์โรงพยาบาลเจ็ดเสมียนทำการชันสูตรพลิกศพแล้วพบมีบาดแผลฉกรรจ์ที่ศีรษะด้านขวาเปิด แขนซ้ายตรงข้อพับหวิดขาด ขาซ้ายบริเวณตาตุ่มเป็นแผลที่ถูกลากสีกับพื้นถนนจนเนื้อหายไปเห็นแต่กระดูก และบาดแผลตามลำตัวรอยลากไปกับพื้นถนนทั่วร่างกาย

ร.ต.อ.ภูษิต ฮ้อประเสริฐ ร้อยเวร สภ.เมืองราชบุรี เจ้าของคดีในเขตจุดที่ชนได้เดินทางมายังจุดพบศพ และจุดที่เจอรถ พร้อมเชิญตัวคนขับรถไปสอบสวนที่ สภ.เมืองราชบุรี ส่วนร่างผู้เสียชีวิตนั้นได้มอบให้ญาติกลับมาทำพิธีทางศาสนา โดยลูกๆ หลานๆ จะนำมาทำพิธีสวดพระอภิธรรมที่บ้านตรงจุดเกิดเหตุ ซึ่งลูกหลานและญาติผู้ตาย เผยว่าเป็นภาพที่ทุกคนรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ละคนอยู่ในอาการที่เศร้าโศกเสียใจ และแค้นใจที่ทำไมชนแล้วไม่จอด

น.ส.อาภรณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี เป็นหลานสาวผู้ตาย กล่าวว่า ตอนเช้าตาเขาข้ามถนนไปทิ้งขยะซึ่งตาข้ามพ้นเส้นขาวไปแล้ว ส่วนรถคนที่ชนวิ่งมาจากหนองหอยประมาณว่ารถกินเลนและได้ยินเสียงชน แต่มองไม่เห็นกับตา แต่มาเห็นรองเท้าตาตกอยู่จึงมั่นใจว่าตาถูกรถชนและร่างติดไปกับรถ ซึ่งปกติคุณตาจะตื่นตี 4 ทุกวัน ออกมากวาดหน้าบ้านเป็นประจำ หลังจากกวาดแล้วก็จะเก็บขยะไปทิ้งฝั่งตรงข้าม แต่วันนี้ตี 5 มันก็ไม่มืดนะมันเริ่มสว่างแล้ว และรถไม่น่าจะขับเร็ว หรือว่าชนแล้วน่าจะจอด ไม่สมควรที่ชนแล้วจะไปขนาดนั้น ส่วนรถคนที่ชนนั้นเห็นวิ่งมาไม่เร็วมากประมาณ 80 ซึ่งถนนเส้นนี้เป็นถนนเล็กด้วย และเป็นถนนที่มีทางโค้งเล็กๆ ไม่ใช่โค้งหักศอก ซึ่งหลังจากรู้ว่าคุณตาถูกรถชนก็ได้ตะโกนร้องให้คนในบ้านออกมาช่วยกันขับรถตามรถคันเกิดเหตุแต่ตามไม่ทัน

“พอดีมันมีคราบน้ำมันผสมเลือดอยู่ที่พื้นถนนเป็นทางยาว บางจุดพยายามที่จะขับรถเหวี่ยงสะบัดให้ร่างคนตายหลุดจากใต้ท้องรถ ส่วนจุดที่ร่างคุณตาหลุดจากใต้ท้องรถนั้นมันเป็นร่องถนนซึ่งรถกระแทกร่างก็หลุดออกมา ซึ่งจากจุดเกิดเหตุไปยังจุดที่พบศพนั้นประมาณ 10 กิโลเมตร ซึ่งหลังจากที่ศพหลุดมาแล้ว ไม่พบรถคันดังกล่าวได้ขับหลบหนีไปจนไปจับได้ซึ่งรถนั้นมีร่องรอยการชนอยู่แล้ว” น.ส.อาภรณ์กล่าว

น.ส.อาภรณ์กล่าวอีกว่า อยากจะบอกถึงคนชนว่าต่อให้คุณชนจะผิดหรือไม่ผิด ขอให้เขามีสามัญสำนึกของมนุษย์ชนแล้วควรจะจอด ตาอาจจะไม่เป็นอะไรเยอะมาก แต่ถ้าคุณมีสามัญสำนึกนะว่าคุณชนคนนะคุณต้องจอดนะ ลองให้มันเกิดเหตุการณ์นี้กับคนในครอบครัวคุณแล้วคุณจะรู้ อยากให้เขามาขอขมาศพนะ ที่คุณทำไปมันทำให้คนๆ หนึ่งที่สูญเสียชีวิตไปและทำให้ครอบครัวเขาเสียใจอยากให้เขามาขอขมา