นครศรีธรรมราชวิกฤต แม้ฝนหยุดตกตอนล่างแต่บนเขายังตกต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงาน สถานการณ์อุทกภัยที่ในจ.นครศรีธรรมราชเข้าสู่วิกฤต หลังฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อวานนี้ ส่งผลให้หลายพื้นที่เกิดน้ำท่วมขัง ถนนหลายสายถูกตัดขาด ทุกหน่วยงานระดมเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย
ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้รายงานสรุปพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณณ์น้ำท่วม ระหว่างวันที่ 21 พฤศจิกายน – 14 ธันวาคม 2567 มีพื้นที่ประสบภัย จำนวน 21อำเภอ ประกอบด้วย อ.ทุ่งสง, อ.เมือง, อ.จุฬาภรณ์, อ.สิชล, อ.เชียรใหญ่, อ.ชะอวด, อ.เฉลิมพระเกียรติ, อ.พระพรหม, อ.พรหมคีรี อ.ปากพนัง, อ.หัวไทร, อ.ร่อนพิบูลย์, อ.นบพิตำ, อ.พิปูน, อ.นาบอน, อ.บางขัน, อ.ฉวาง, อ.ขนอม, อ.ท่าศาลา, อ.ช้างกลาง และอ.ลานสกา รวม 130 ตำบล 1,056 หมู่บ้าน 59 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบทั้งหมด จำนวน 107,937 ครัวเรือน 311,226 คน และมีผู้เสียชีวิต จำนวน 5 ราย

ขณะที่พื้นที่ต้นน้ำบริเวณ อ.ลานสกา อ.พรหมคีรี และอ.นบพิตำ ยังคงมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดมวลน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ และคาดการณ์ว่ามวลน้ำก้อนดังกล่าว จะไหลมาสมทบลงสู่อ.พระพรหม ท่าศาลา และเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำ ในเวลาประมาณ 16.00 น.ของที่ 16 ธันวาคม
ขณะที่ระดับน้ำในคลองสายหลักทั้ง 8 สายที่ไหลผ่านเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราชได้เพิ่มระดับสูงขึ้นและ เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชน ในตรอกซอยต่างๆ บางจุดมีน้ำท่วมสูง รถไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ชาวบ้านต้องเดินเท้า และใช้เรือในการเข้าออกบ้าน โดยเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ได้ประกาศแจ้งเตือนประชาชนตั้งแต่เมื่อคืน ให้ขนย้ายข้าวของและอพยพมาอยู่ในที่ปลอดภัย ซึ่งเทศบาลใช้อาคารของโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครทุกแห่งเป็นจุดพักพิงชั่วคราวแก่ประชาชน

ส่วนการระบายน้ำภายในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ดร.กณพ เกตุชาติ นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช พร้อมทีมงาน ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ แต่ทั้งนี้เนื่องจากปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก และมวลน้ำจากเทือกเขาหลวงมีจำนวนมากกว่า ประสิทธิภาพการระบายน้ำจึงต้องใช้เวลาเพิ่มมากขึ้น
โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช อีกหนึ่งจุดที่ต้องเฝ้าระวัง ได้มีการนำกระสอบทรายมากั้นประตูด้านหน้าของโรงพยาบาลเนื่องจากเป็นพื้นที่ราบต่ำ เกรงว่าหากมวลน้ำทะลักเข้าท่วมอาจจะส่งผลกระทบต่อการให้บริการประชาชน ซึ่งขณะนี้ได้ประกาศให้ใช้ทางเข้าออกประตูด้านหลังโรงพยาบาลแทน

ด้านการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมในอำเภอต่างๆ นั้น ทางกองทัพภาคที่ 4 ได้นำกำลังพลออกให้การช่วยเหลือขนย้ายทรัพย์สินและประชาชน ตลอดจนกลุ่มเปราะบาง กลุ่มเสี่ยงและผู้ป่วยติดเตียงในพื้นที่ประสบภัยต่างๆ ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา

