หน้าแรก ภูมิภาค เจ้าของอพาร์ต...

เจ้าของอพาร์ตเมนต์ สุดทน แจ้งจับหนุ่มเสพยา คลั่งคิดว่าเมียมีชู้ ตบตีหลายครั้ง ซ้ำเคยยิงปืนขู่

18.12.24 | 21:29 น.

เจ้าของอพาร์ตเมนต์ สุดทน แจ้งจับหนุ่มเสพยา คลั่งคิดว่าเมียมีชู้ ตบตีหลายครั้ง ซ้ำเคยยิงปืนขู่

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2567 ศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทอง สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งจาก นายชีระศักดิ์ อายุ 41 ปี เจ้าของอพาร์ทเมนท์แห่งหนึ่ง ว่า มีเหตุสามีคุ้มคลั่งอาละวาดจะทำร้ายภรรยา คาดว่าจะมีการใช้อาวุธปืน เหตุเกิดที่อพาร์ทเมนท์ ภายในซอยธารเลิศ ชุมชนหนองตุ เทศบาลนครอุดรธานี หลังรับแจ้ง ร.ต.อ.สถาพร สวัสดี รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี นำกำลังสายตรวจ 191 และเขตงานนิตโย รุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นอพาร์ตเมนต์ 3 ชั้น เมื่อตำรวจไปถึงได้เตรียมอาวุธปืน โล่กันกระสุน และอุปกรณ์เหล็กง่าม รุดไปตรวจสอบ เบื้องต้นเจ้าของอพาร์ตเมนต์ ได้ออกมาให้ข้อมูลและเปิดกล้องวงจรปิดภายใน เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของชายคลั่งรายนี้ เมื่อวางแผนเรียบร้อยตำรวจได้เดินประชิดเข้าไปยังตัวอพาร์ตเมนต์ ที่สุดแล้วชายคนดังกล่าวได้เดินชูมือขึ้นฟ้าและมอบตัวทันที โดยไม่มีการขัดขืน ท่ามกลางความโล่งใจของทุกฝ่าย ทราบชื่อชายคนดังกล่าวภายหลังว่า นายสมเจตน์ อายุ 31 ปี ชาว ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี

หลังจากนั้นตำรวจได้เข้าไปตรวจค้นภายในห้องพัก ชั้น 1 ของอพาร์ตเมนต์ โดยมี น.ส.นิ่ม อายุ 37 ปี ภรรยานายสมเจตน์ นำเจ้าหน้าที่ตรวจค้น เบื้องต้นพบประทัดลูกบอล 1 ถุง ขวดพลาสติกดัดแปลงเป็นระเบิด แต่ยังไม่มีการใส่ดินปืน อาวุธมีดสั้น 4 เล่ม แต่มาพบอาวุธปืนสั้นไทยประดิษฐ์ ตามข้อมูลที่นายชีระศักดิ์ เจ้าของอพาร์ตเมนต์แจ้งมา เนื่องจากก่อนหน้านี้ เคยระงับเหตุนายสมเจตน์ฯ ทะเลาะกับภรรยามาแล้ว 3 ครั้ง นายสมเจตน์ เคยยิงปืนขึ้นฟ้าและได้ไปยึดปืนจากนายสมเจตน์มา แต่ก็ได้คืนนายสมเจตน์ไปแล้ว จากการสอบถามอ้างว่าขายปืนคืนให้เพื่อนไปแล้ว

Advertisement

นายสมเจตน์ เล่าว่า วันนี้มีปากเสียงกับเมีย เพราะตนคิดว่าเมียมีชู้ แต่ไม่ได้ทำร้ายร่างกาย ตนมีอาชีพขายกับข้าวตามตลาดนัด พอขายไม่ดีไปต่อไม่ได้ ตนก็เครียดเลยใช้ยาเสพติด ยอมรับว่าเสพยาจริง ก็เลยทำให้ครอบครัวปัญหา เพื่อนรอบข้างมีปัญหาหมด เข้าใจอยู่ว่ามันสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น แต่ถ้าไม่เป็นแบบผมก็ไม่เข้าใจ เมียตนเองไปแอบมีคนอื่น ตนมีเงื่อนงำอยู่ แต่มันไม่กระจ่างสักที ก็เลยทะเลาะกัน เพราะแต่ละคนก็เล่าไม่ละเอียด ถ้าไม่มีมูลหมามันมีขี้หรอก ประทัดเป็นของตนจริง จะซื้อมาจุดเล่น แต่ยังไม่ได้จุด ขวดพลาสติกแค่เตรียมไว้จะลองทำระเบิดเล่นดู แต่ยังไม่ใส่ดินปืน มีดทั้งหมดตนเอาไว้หั่นกัญชา ส่วนปืนตนขายคืนเพื่อนไปในราคา 3,500 บาท ตั้งแต่เดือนก่อนแล้ว

น.ส.นิ่ม ภรรยานายสมเจตน์ เล่าว่า ทะเลาะกับสามีบ่อย เรื่องที่สามีระแวงว่าตนจะมีชู้ จะมีชายอื่น แต่ตนไม่ได้ทำแบบนั้น ตนมีลูกชายกับสามีแล้ว 1 คน ก็อยู่ห้องเลี้ยงลูกตามปกติ เคยถูกสามีตบตีหลายครั้ง สามีเคยมีปืนจริง ได้มาจากเพื่อน พอรู้ว่าเขาอารมณ์ร้อน เคยยิงปืนขู่มาแล้ว เพื่อนก็เอาปืนคืนไป สามีเสพยาจริง แต่ก็ตกลงกันแล้วว่า ถ้ายังอยากจะอยู่กันต่อต้องเลิกเสพ สามีก็บอกให้เอายาไปทิ้งชักโครก ตนก็เอาไปทิ้งแล้ว ตอนนี้ถามว่าจะเลิกกับสามีมั้ย ก็ยังต้องอยู่ด้วยกันเพราะคำว่ารัก อยากให้เขาปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นกว่านี้

นายชีระศักดิ์ เจ้าของอพาร์ตเมนต์ เล่าว่า ชายคนนี้ทำร้ายภรรยามาแล้วหลายครั้ง ตนก็บันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดเอาไว้เป็นหลักฐาน วันนี้ก็ทะเลาะกันเสียงดังอีก ลูกสาวจึงโทรบอกให้ตนลงมาดู ตนก็รีบลงมาดูเพราะตนเคยเห็นเขาพกปืน เขาน่าจะเสพยา หลอน และทำร้ายภรรยา เขาเคยยิงปืนขึ้นฟ้าที่หน้าอพาร์ตเมนต์มาแล้ว 1 ครั้ง ตนก็ไปยึดปืนมา เมื่อญาติเขามา ตนก็เอาปืนให้ญาติเขา พอเขาตามเพื่อนมาเคลียร์ ก็เห็นว่าเอาปืนให้เพื่อนไปแล้ว แต่การทะเลาะกันครั้งนี้ ตนก็ไม่ชะล่าใจ จึงโทรแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ เพราะกลัวว่าเขาจะมีปืนอีกกระบอก ครอบครัวนี้มาเช่าอยู่ตั้งแต่เดือนกันยายนปีนี้ ต่อไปก็จะเจรจาให้ออกจากอพาร์ตเมนต์ไป เพราะสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น

เบื้องต้นตำรวจได้นำตัวนายสมเจตน์ พร้อมของกลางทั้งหมดไปทำการสอบปากคำเพิ่มเติมที่โรงพัก จากการตรวจปัสสาวะก็พบสารเสพติดในร่างกาย จึงแจ้งข้อหา เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย และประพฤติตนวุ่นวาย ส่วนเรื่องทำร้ายร่างกาย ต้องแล้วแต่ภรรยาว่าจะมีการเข้ามาแจ้งความเพิ่มเติมหรือไม่ ส่วนเรื่องสิ่งเทียมวัตถุระเบิดหรือประทัดยักษ์ จะนำหลักฐานส่งพนักงานสอบสวนอีกครั้ง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป