หน้าแรก ภูมิภาค ญาติเผย ต้นเห...

ญาติเผย ต้นเหตุกราดยิงที่บึงกาฬ มาจากความแค้น หลังต้องติดคุก ขู่ฆ่าล้างโคตร

19.12.24 | 20:39 น.

ญาติเผย ต้นเหตุกราดยิงที่บึงกาฬ มาจากความแค้น หลังต้องติดคุก ขู่ฆ่าล้างโคตร

จากกรณีชายคลั่งใช้ปืนยิงชาวบ้าน ก่อนจบชีวิตตัวเองที่บริเวณแคร่หลังบ้าน เบื้องต้นทราบว่ามูลเหตุเกิดจากความขัดแย้งภายในเครือญาติ หลังผู้ก่อเหตุเคยต้องโทษจำคุก เพราะก่อเหตุฆ่าลูกชายคนโตของอา พร้อมบอกว่าหลังพ้นโทษจะกลับมาแก้แค้น ก่อนวันนี้จะกลับมาก่อเหตุยิง อา ลูกชาย และเจ้าหน้าที่กู้ภัยบาดเจ็บ และยังยิงชาวบ้านที่ไม่ใช่คู่ขัดแย้งอีก 2 คนเสียชีวิต

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 19 ธันวาคม ร.ต.อ.สมพาน แก่นสา รอง สว.สอบสวน สภ.ดอนหญ้านาง ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่า มีเหตุชายคลุ้มคลั่งใช้ปืนยิงชาวบ้านได้รับบาดเจ็บหลายราย ในพื้นที่บ้านโพนแก้ว ม.10 ต.หนองหัวช้าง อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และเดินทางไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พล.ต.ต.วิญญู อำนวยสมบัติ ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ พ.ต.อ.พงศ์พัชร์ แจ้งหมื่นไวย์ รอง ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ พ.ต.อ.นาคินทร์ พลโยธา ผกก.สภ.ดอนหญ้านาง  พ.ต.อ.จรูญศักดิ์ ลำพุทธา ผกก.สืบสวน ภ.จว.บึงกาฬ และนายมนตรี จารุธำรง นายอำเภอพรเจริญ นำกำลังตำรวจ สภ.ดอนหญ้านาง ชุดสืบสวนภูธรจังหวัด และฝ่ายปกครอง ร่วมกับกู้ภัยสว่างศรีวิไล กว่า 100 นาย เข้าพื้นที่บัญชาการเหตุการณ์ทันที

เมื่อไปถึงทราบว่าคนร้ายยังคงหลบอยู่ภายในบ้านจึงร่วมกันปิดล้อมพื้นที่ และเคลียร์ผู้บาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาลพรเจริญ หลังจากชุดสืบสวนกระจายกำลังเข้าพื้นที่ พร้อมทีมสไนเปอร์เข้าซุ่มดูความเคลื่อนไหว

กราดยิง

กระทั่งเวลาประมาณ 13.22 น. ชุดสืบสวนพบว่าผู้ก่อเหตุได้จบชีวิตตัวเองอยู่บริเวณแคร่หลังบ้านตัวเองแล้ว จึงเข้าเคลียร์พื้นที่ เมื่อเข้าไปถึงบริเวณหน้าบ้านที่เกิดเหตุ พบศพ นางนันทิดา (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี ถูกยิงที่ศีรษะ นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่กลางถนน และนายจำเนียร (สงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี ถูกยิงนอนเสียชีวิตคารถมอเตอรไซค์ ยี่ห้อฮ้อนด้าเวฟไอ 125 สีแดงดำ ห่างจากศพนางนันทิดา ประมาณ 2 เมตร

Advertisement

ตรวจสอบภายในบ้านของผู้ก่อเหตุ พบศพ นายธนพล (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี ผู้ก่อเหตุ นอนหงายเสียชีวิตอบู่บนแคร่หลังบ้าน และพบปืนลูกโม่ขนาด .38 ตกอยู่ใกล้ตัว มีร่องรอยถูกยิงเข้าที่บริเวณขมับขวา 1 นัด เลือดไหลนองทั่วพื้น

ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 ราย ทราบชื่อ

  • นายวัฒนะ (สงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี เจ้าหน้าที่กู้ภัย ถูกยิงบริเวณขา
  • นายประกอบ (สงวนนามสกุล) อายุ 60 ปี มีศักดิ์เป็นอาของผู้ก่อเหตุ
  • นายพิชิต (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี เป็นลูกชายนายประกอบ และเป็นหลานผู้ก่อเหตุ ซึ่งมีบ้านติดกัน

ทั้งสามคนถูกยิงที่บริเวณขา เบื้องต้น 2 รายถูกนำตัวส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลบึงกาฬ อีกรายยังอยู่ในห้อง ICU ของโรงพยาบาลพรเจริญ

กราดยิง

นางราตรี (สงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี อาผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า หลานชายมีบ้านติดกันได้เคยมีเรื่องมีราวกันมานานตั้งแต่ประมาณปี 2553 นายพรหมลิขิต (สงวนนามสกุล) ลูกชายคนโตของตน ได้ถูกนายธนพลใช้ของแข็งตีกกหูจนเสียชีวิต และมีเรื่องราวกันเรื่อยมา จนศาลตัดสินในนายธนพลติดคุก โดยก่อนติดคุกก็ได้ข่มขู่อาฆาตว่าหากพ้นโทษออกมาจะกลับมาฆ่าครอบครัวของพวกตนทั้งหมด ซึ่งวานนี้หลังทราบว่านายธนพลกลับมาบ้าน ก็พากันระมัดระวังตัวตลอด เมื่อเช้าก่อนเกิดเหตุขณะที่ลูกชายกำลังตั้งเครื่องพ่นเมล็ดข้าว กำลังเติมน้ำมัน ก็ได้ยินเสียงปืนขึ้นมา ตัวเองที่อยู่ในบ้านก็รีบวิ่งออกมาดู พบว่าลูกชายถูกยิงแล้ว ส่วนพ่อก็อยู่ด้วยกัน จึงพากันลากลูกชายเข้าไปในบ้าน ส่วนพ่อก็วิ่งหลบหนีออกไปทางซอยข้างบ้าน ที่ผ่านมาหลานชายตุเป็นคนเงียบอยู่แต่บ้าน ตั้งแต่ฆ่าลูกชายคนโต ครอบครัวตัวเองก็ไม่ไปยุ่งด้วย ไม่คุย ต่างคนต่างอยู่ เมื่อไรที่หลานผู้ก่อเหตุไม่อยู่ก็ดูแลพ่อผู้ก่อเหตุบ้างตามโอกาส

พี่สาวนางนันธิดา กล่าวว่า เมื่อเช้าตนกับน้องสาวก็นั่งกินข้าวอยู่ด้วยกัน พอสายก็ออกมาถามหาคนงานไปทำนาปลังให้ ซึ่งบ้านก็อยู่หลังบ้านนายประกอบไปไม่ไกล โดยเดินมาถามที่บ้านของนายประกอบ แล้วก็เลยว่าจะลงไปร้านค้า ที่ต้องผ่านหน้าบ้านผู้ก่อเหตุ ที่ผ่านมาน้องสาวก็ไม่ได้มีเรื่องมีราวกับผู้ก่อเหตุ แทบจะไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ ปกติทุกวันไปไหนมาไหนน้องสาวจะชี่รถมอเตอร์ไซค์ไป วันนี้ไม่รู้เป็นอะไรถึงได้เดินมา

ด้าน พล.ต.ต.วิญญู อำนวยสมบัติ ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ กล่าวว่า ผู้ก่อเหตุกับครอบครัวของนางราตรี และนายประกอบมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน ซึ่งผู้ก่อเหตุมีศักดิ์เป็นหลานนางราตรี นายประกอบ และผู้บาดเจ็บ โดยเมื่อปี 53 ผู้ก่อเหตุไปทำร้ายลูกชายคนโตของนายประกอบจนเสียชีวิต กระทั่งศาลตัดตัดสินจำคุก และพ้นโทษออกมาเมื่อปี 63 ก่อนติดคุก ผู้ก่อเหตุได้อาฆาตมาดร้ายครอบครัวนี้ว่า ถ้าออกมาจากคุกจะฆ่ายกครัว จากนั้นหลังพ้นโทษปี 63 ผู้ก่อเหตุจึงไปบวชอยู่ที่วัดใน อ.พรเจริญ และไปจำพรรษาที่ กทม. จากนั้นสึกออกมา และกลับมาบ้านที่ จ.บึงกาฬ เมื่อบ่ายวานนี้ พอกลับมาถึงบ้านก็เก็บตัวเงียบไม่พูดไม่จากับใคร กระทั่งเช้ามาก็ก่อเหตุสลดขึ้น

กราดยิง

โดยเมื่อเช้าผู้ก่อเหตุได้ไปยิงนายประกอบ ที่มีศักดิ์เป็นอา เนื่องจากมีเรื่องบาดหมางที่นายประกอบเคยไปแจ้งความเรื่องทำร้ายร่างกายกันมาก่อน หลังยิงนายประกอบก็ยิงนายพิชิต จากนั้นนางนันทิดา ก็เดินผ่านหน้าบ้านผู้ก่อเหตุก็ถูกยิง และนายจำเนียร ที่จะเข้ามาช่วยก็ถูกยิงอีก ซึ่งทั้ง 2 คนนี้ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องทะเลาะวิวาทย์กันระหว่างนายประกอบและผู้ก่อเหตุ แต่ผ่านเข้ามาในเหตุการณ์แล้วก็ถูกผู้ก่อเหตุยิง

หลังเกิดเหตุกู้ภัยจะเข้ามาช่วย 2 คนนี้ แต่ก็ถูกยิงได้รับบาดเจ็บอีก ซึ่งผู้บาดเจ็บก็อยู่ในความดูแลของแพทย์แล้ว ส่วนอาวุธเป็นปืนลูกโม่ขนาด.38 เบื้องต้นผู้ก่อเหตุ มีประวัติต้องโทษฐาน ฆ่าผู้อื่น เมื่อ 26 ก.พ.2560 จำคุก 4 ปี ไม่มีประวัติการรักษาว่าเป็นผู้ป่วยจิตเวช หรือมีประวัติกับยาเสพติด แต่เป็นบุคคลที่หงุดหงิดฉุนเฉียวง่าย และทำร้ายร่ายกาย มูลเหตุหลักๆก็น่าจะเป็นความโกรธแค้น