เลิศมงคล พร้อมสู้ศึกชิงนายกอบจ.นนท์ ไม่หวั่น ชน ธงชัย อดีตนายกฯ 4 สมัย พร้อมโชว์ 3 นโยบายขับเคลื่อน
เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม นายเลิศมงคล วราเวณุชย์ ว่าที่ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)นนทบุรี ในนามพรรคประชาชน กล่าวว่า ว่าตนเกิดที่กรุงเทพฯ เรียนชั้นมัธยมที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้จบที่สวนกุหลาบ มาสอบเทียบที่โรงเรียนสตรีนนทบุรี เมื่อมาสอบเทียบที่สตรีนนท์จึงได้เจอเด็กนนท์แล้วเป็นแฟน จนแต่งงานกันทำให้ได้มาเป็นลูกเขยคนนนทบุรี มา 23 ปีแล้ว จากนั้นก็เรียนจบปริญญาตรีเศรษฐศาสตร์ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโทด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่จุฬาเหมือนกัน
มีอาชีพเป็นนักพัฒนาที่อยู่อาศัย คือทำหมู่บ้านจัดสรรและทำคอนโดมิเนียมขาย 2 ตึกที่จังหวัดนนทบุรี และเป็นผู้ก่อตั้งสมาคมอหังสาริมทรัพย์จังหวัดนนทบุรี เมื่อ 10 ปีที่แล้ว เป็นนายกสมาคมคนแรก และเป็นอยู่ 2 วาระ ขณะนี้เป็นประธานกิตติมศักดิ์ของสมาคมอสังสาริมทรัพย์จังหวัดนนทบุรี

เหตุที่มาสนใจลงการเมืองในนนทบุรีเพราะว่า ตนทำหมู่บ้านจัดสรรแล้วรู้สึกว่าคุณภาพชีวิตของคนในหมู่บ้านจัดสรรมันดี บ้านก็ดีแข็งแรงสร้างดี ถนนไฟฟ้าประปาโทรศัพท์ดีหมด บางโครงการใหญ่ๆ ก็มีสโมสร มีสวนสาธารณะ มีสระว่ายน้ำ มีกล้องวงจรปิด มียามรักษาความปลอดภัย ส่วนโครงการรู้ๆก็จะมีสโมสรใหญ่ๆมีdouble security ด้วย จึงคิดว่าถ้าหากตนสามารถนำความรู้ประสบการณ์ที่ผ่านมาทั้งหมด มาพัฒนาให้คนนอกหมู่บ้านได้มีชีวิตความเป็นอยู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี ประกอบกับตนได้รับโอกาสจากพรรคประชาชนให้เป็นตัวแทนลงสมัครนายกอบจ.นนทบุรี
โดยรวมนโยบายของเรามีเยอะมาก เพราะพรรคเราเน้นเรื่องนโยบาย และจริงๆแล้วหน้าที่หลักของอบจ. มันเป็นเรื่องการบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชนในนนทบุรี ดูเรื่องบริการสาธารณะ ที่บริการประชาชนชาวนนทบุรี เมื่อได้รับโอกาสจากพรรคประชาชนให้เป็นตัวแทนผู้สมัคร เราจึงมีการทำนโยบายร่วมกับพรรคที่จะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวนนทบุรีดีขึ้น
5 นโยบายหลักที่เราเสนอในการเลือกตั้งครั้งนี้ นโยบายแรกคือการสร้างเศรษฐกิจให้ดีขึ้น ปัญหาหลักของชาวนนทบุรีเลยคือ เมื่อตื่นเช้าต้องรีบไปทำงานส่วนใหญ่ก็จะทำงานกันในกรุงเทพฯ ต้องรีบข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าไปให้เร็วที่สุดก่อน 6 โมงครึ่ง แล้วทำงานเสร็จก็ต้องรีบกลับบ้าน ใช้ชีวิตบนรถกัน 2-3 ชั่วโมง ก็เห็นกันมาตั้งแต่ตนอยู่นนทบุรีใหม่ๆ ประเด็นก็คือควรจะมีการเริ่มสร้างงานกันอย่างจริงจังในจังหวัดนนทบุรี ซึ่งแน่นอน อบจ. ไม่ได้มีกำลังเงินมากพอที่จะสร้างงานให้ทุกคนในนนทบุรีได้ แต่เราหมายถึงงานอะไรที่เริ่มต้นสร้างได้ก็น่าจะดี เหมือนการปลูกป่าทั้งป่าเป็นหมื่นเป็นแสนต้นก็ต้องเริ่มจากต้นแรก
งานที่ตนมองก็สอดเนื่องกับปัญหาความเดือดร้อนอื่นๆด้วย เช่น นนทบุรีมีรถไฟฟ้าทั้งสายสีชมพูสีม่วง แต่มีคนขึ้นน้อย ที่มีคนขึ้นน้อยเพราะชุมชนเก่าแก่ของนนทบุรี อยู่ในซอยเข้าไปห่างจากสถานีรถไฟฟ้า 2-3 กิโลเมตร ไปไหนขับรถมาสถานีรอขึ้นรถไฟฟ้าก็ขับเข้ากรุงเทพฯเลยดีกว่า เราต้องทำระบบขนส่งรองเพื่อรองรับรถไฟฟ้าสายสีม่วงสายสีชมพู เช่น ชุมชนในซอยเรวดี หรือซอยวัดกู้ ตลาดบางบัวทอง ซอยวัดส้มเกลี้ยง ซอยวัดศรีประวัติ หรือแม้แต่ทางบางกรวย ไทรน้อย ก็น่าจะมีขนส่งรองพาคนในชุมชนหรือจากหน้าหมู่บ้านมาขึ้นรถไฟฟ้าได้ ซึ่งก็จะแก้ปัญหาได้ 2 ด้าน คือเรื่องการขนส่ง และเป็นการสร้างงานด้วย
หรือเรื่องผักตบชวา มีงบการกำจัดผักตบชวากันทุกอบต.ทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำจัดตักขึ้นมาปีหน้าผักตบชวาก็มาใหม่ เรามองว่าถ้าเอาผักตบชวามาทำได้หลายอย่าง เช่น สร้างโรงงานเล็กๆทำเป็นกระถาง ทำเป็นรังไข่ ทำเป็นวัสดุซับเสียง ซึ่งผักตบชวาเป็นวัสดุค่อนข้างดี นนทบุรีเรามีขยะเยอะ ธุรกิจเรื่องเกี่ยวกับขยะธุรกิจเรื่องรีไซเคิล ล้วนแต่เป็นการสร้างงาน เป็นนโยบายแรกที่ตนอยากจะทำ บางส่วนอบจ.ชุดเดิมก็สร้างตลาดไว้ แต่ตลาดต้องโปรโมทให้คนมาเดินที่ตลาด บางทีก็เป็นตลาดเสาร์อาทิตย์วันธรรมดาก็ไม่มีคนมาเดิน ตนก็พยายามจะโปรโมทให้คนมาเดินโปรโมทแม่ค้าและโปรโมทสินค้าด้วย เป็นเรื่องที่ตนจะใช้ทรัพยากรเดิมที่มีอยู่แล้ว

เรื่องวิสาหกิจชุมชน หลายๆที่เป็นวิสาหกิจชุมชนผลิตได้แต่ขายไม่ออก เราคนไทยและชาวนนทบุรีเก่งในด้านการผลิต ของที่เป็นอัตลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นนมแพะ เราก็จะไปช่วยเรื่องการตลาดให้มากขึ้น เรื่องเศรษฐกิจเป็นเรื่องที่ตนจะทำให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในจังหวัดและคนในท้องถิ่นได้ประโยชน์
ส่วนเรื่องที่ 3 ก็เป็นเรื่องของสิ่งแวดล้อม จังหวัดนนทบุรีมีพื้นที่สีเขียวน้อยประมาณ 3 ตารางเมตรต่อ 1 คน กรุงเทพฯมี 7.8 ตารางเมตรต่อคน จริงๆ who ระบุว่าต้องมี 9 ตารางเมตรต่อคน เรายังมีพื้นที่สีเขียวน้อย เมื่อพื้นที่สีเขียวน้อยก็ทำให้อากาศเกิดมลพิษเยอะ คนนนทบุรีเรามีปัญหาเรื่องมะเร็งปอดกันค่อนข้างเยอะ เป็นตัวเลขที่น่าจะติดอันดับต้นๆของประเทศไทย เราคิดว่าจะสร้างพื้นที่สีเขียวเพื่อจะฟอกอากาศ และเป็นสถานที่พักผ่อนด้วย ถ้ารวมสนามเด็กเล่นไปด้วยก็จะดี
อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญก็คือเรื่องของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล(รพ.สต.) หรือที่เรียกกันว่าอนามัย เรามีอนามัยที่ถ่ายโอนมาเป็นของอบจ.แล้ว 29 แห่ง ตนก็จะอัพเกรดทั้งอาคารสถานที่ บุคลากรส่วนใหญ่ก็ยังรับไม่เต็มตามอัตรา ก็จะรับเพิ่มเพื่อให้มีบุคลากรมากขึ้น เพื่อจะได้บริการพี่น้องประชาชนให้มีคุณภาพมากขึ้น หมอบางรพ.สต.ก็มาเดือนละครั้ง หรือเดือนละ 2 ครั้ง ตนก็จะพยายามที่จะให้หมอมามากขึ้น อาจจะเดือนละ 4 ครั้งถ้าเป็นไปได้ก็สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ก็จะต้องไปดูเรื่องงบประมาณพอจะต้องใช้งบประมาณมาก ส่วนของพยาบาลที่ยังไม่มีอัตราน่าจะรับให้เต็ม จะได้บริการประชาชนให้ดีขึ้น และสวัสดิการเมื่อเขาทำงานหนักก็ต้องได้รับสวัสดิการที่ดีขึ้น เครื่องหมายเครื่องมืออะไรที่ขาดแคลนก็จะจัดหามาให้มากขึ้น แล้วรพ.สต.ที่ยังไม่โอนมาก็จะโอนรับมาให้มากขึ้น เพื่อจะอัพเกรดให้เป็นอนามัยใกล้บ้าน ว่าจะลดความแออัดของโรงพยาบาลพระนั่งเกล้าได้ด้วย
เรื่องสุดท้ายที่ จ.นนทบุรีทำได้ดีอยู่แล้วก็คือเรื่องของการศึกษา มีโรงเรียนที่อยู่ในการจัดการของ อบจ.นนทบุรีอยู่ 36 แห่ง ซึ่งได้ทุ่มทุนไปก่อนนี้ค่อนข้างเยอะ ตนก็จะรักษาให้มันดีไว้ และตรงไหนที่มองว่ามันต่อยอดได้ทั้งคุณภาพของครูคุณภาพของนักเรียน และความเท่าเทียมของนักเรียนที่จะได้มีโอกาสรับการศึกษาให้เท่าเทียมกันมากขึ้นและมีคุณภาพใกล้เคียงกับโรงเรียนชั้นนำในกรุงเทพฯมากขึ้น จะได้ไม่ต้องติดรถพ่อแม่ไปเรียนที่กรุงเทพฯกัน ก็เรียนที่จังหวัดนนทบุรี
นนทบุรีก็ยังมีปัญหาที่ยังคาใจกันอยู่ก็คือเรื่องน้ำท่วม น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 54 ณ วันนี้ผ่านมาปี 67 ผ่านมา 13 ปีก็ยังไม่มีการวางโครงสร้างการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างจริงจัง ทุกปีเดือนกันยายน ตุลาคม พฤศจิกายน ชาวนนทบุรีที่อยู่ติดกับริมแม่น้ำก็จะห่วงว่าน้ำท่วมหรือไม่ บางคนก็ยกของขึ้นแล้วมันก็ไม่ท่วม การแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ในกรุงเทพฯทำไปค่อนข้างเยอะแล้ว ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเวลาน้ำทะเลหนุนฝนตกน้ำเหนือมา ความต่างของระดับน้ำต่ำสุดและสูงสุด 2 เมตรกว่า โอกาสที่ริมน้ำจะท่วมก็มาก
จะเห็นว่าคลองบางคลองฝั่งกรุงเทพฯเขาสร้างกำแพงกันน้ำแล้ว อย่างคลองมหาสวัสดิ์ แต่ฝั่งนนทบุรีไม่มี ณ วันนี้ถ้าน้ำมาใกล้เคียงกับปี 54 นนทบุรีท่วมแต่กรุงเทพฯจะท่วมน้อยลงมาก เรื่องนี้ใช้งบประมาณเยอะมากก็ต้องวางแผนร่วมกันกับทั้งกรมโยธาธิการและผังเมือง กรมชลประทาน กรมเจ้าท่า และรัฐบาลใหญ่ เรื่องนี้เป็นงานที่ต้องทำในระยะยาว แต่ต้องเริ่มทำอย่างจริงจัง เราจะให้นนทบุรีท่วมแล้วกรุงเทพฯปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา ตนว่าก็ไม่ค่อยจะเหมาะสมเท่าไร ปัญหานี้ตนอยากจะทำ

ปัญหาเรื่องขยะตอนนี้ ตอนนี้อบจ.นนทบุรี มีบ่อขยะอยู่ 700-800 ไร่ เราเผาได้ประมาณ 1,000 ตันต่อวัน ถ้าเราไม่เพิ่มการเผาก็จะมีขยะเหลืออยู่ 600 ตันต่อวัน ไม่ต้องซื้อที่เพิ่มอีกปีละ 6-7 ไร่ ถ้าผ่านไป 20 ปีไทรน้อยคงเป็นอำเภอของขยะ วิธีการสุดท้ายที่ตนคิดว่าดีที่สุดคือการเผา แต่ไม่ได้เผาทิ้ง เผาแล้วมาผลิตไฟฟ้าขายได้ด้วย เพื่อระยะยาวจะได้ไม่ต้องฝังกลบอีกต่อไป นี่ก็เป็นสิ่งที่ตนอยากจะทำ
ส่วนสิ่งแวดล้อมด้านอื่นๆไม่ว่าจะเป็นเรื่องอากาศ เรื่องรถติด เรื่องฝุ่น PM 2.5 เราก็จะเพิ่มพื้นที่สีเขียวและสนับสนุนการใช้รถ EV บัสให้มากขึ้น เรื่องเหล่านี้ก็จะบรรเทาเบาบางลงด้วย
เมื่อถามว่าเมื่อเป็นตัวแทนผู้สมัครของพรรคประชาชน หนักใจไหมที่จะต้องมาเจอกับ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ อดีตนายก อบจ.นนทบุรี 4 สมัย นายเลิศมงคลกล่าวว่า ก็เป็น pattern หรือแบบแผนที่พรรคประชาชนโดนมาทุกจังหวัดอยู่แล้ว การเลือกตั้งส.ส.ทุกจังหวัดก็จะลงกันเป็น 10 พรรคการเมือง เพราะฉะนั้นการได้คะแนน 20% หรือ 30% 40% มันชนะอยู่แล้ว เพราะพรรคอื่นๆก็จะได้กันประมาณ 10 กว่าเปอร์เซ็นต์
แต่เมื่อเป็นการเลือกตั้ง อบจ.ก็จะกลายเป็นเหลือ 1 ต่อ 1 พรรคที่เขาเป็นรัฐบาลหรือพรรคที่เขาเป็นพันธมิตรกันเขาก็จะจับมือกัน แล้วเราก็จะโดดเดี่ยวอยู่พรรคเดียว อันนี้ก็เป็นโมเดลที่เราเห็นมาหลายจังหวัดแล้ว แล้วจริงๆแล้วก็เป็นโมเดลที่ประสบความสำเร็จด้วย เพราะฉะนั้นโมเดลการถูกโดดเดี่ยว ต้องเรียนว่าเราต้องทำงานหนักมากๆ ถามว่าหนักใจไหมก็ไม่มีทางเลือกอื่น เพราะว่าเป็นโมเดลที่ฝั่งทางโน้นใช้แล้วประสบความสำเร็จ แต่ตนก็จะพยายามทำดีที่สุด
การเลือกตั้งครั้งนี้จะส่งผู้สมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด(ส.อบจ.)ลงครบทั้ง 36 เขต ผู้สมัครบางส่วนก็จะเป็นอาสาสมัครตามชุมชน เป็นคนที่อยู่ในพื้นที่หรือเป็นนักการเมืองท้องถิ่นที่เคยลงสมาชิกสภาเทศบาล(สท.) หรือเคยลงส.อบจ. หรือแม้แต่เคยลงสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) ส่วนใหญ่จะเป็นแบบนั้น อีกส่วนก็เป็นคนรุ่นใหม่ที่อาสาเข้ามารับใช้พี่น้องชาวนนทบุรี ประมาณครึ่งๆนึงเป็นคนใหม่รวมกับคนเก่า
อนึ่ง การเลือกตั้ง นายก อบจ. นนทบุรี ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 68 นายเลิศมงคล วราเวณุชย์ ว่าที่ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)นนทบุรี ในนามพรรคประชาชน จะลงสมัครแข่งกับ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ อดีตนายก อบจ.นนทบุรี 4 สมัย ในนามกลุ่มผึ้งหลวง ซึ่งทั้งสองทีมจะส่งผู้สมัคร ส.อบจ.ลงครบทั้ง 36 เขต
การเลือกตั้งครั้งนี้จะส่งผู้สมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด(ส.อบจ.)ลงครบทั้ง 36 เขต ผู้สมัครบางส่วนก็จะเป็นอาสาสมัครตามชุมชน เป็นคนที่อยู่ในพื้นที่หรือเป็นนักการเมืองท้องถิ่นที่เคยลงสมาชิกสภาเทศบาล(สท.) หรือเคยลงส.อบจ. หรือแม้แต่เคยลงสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำ

