เศรษฐ อัลยุฟรี่ ยันลุยชิงเก้าอี้นายก อบจ.ปัตตานี อีกสมัย ลั่นพร้อมสานต่อนโยบายที่เคยทำไว้
เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม การเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปัตตานี กำลังเป็นที่สนใจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยความหลากหลายของผู้สมัครและนโยบายที่นำเสนอ ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ที่มุ่งหวังเห็นการเปลี่ยนแปลงและพัฒนา ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงจังหวัดปัตตานี การเลือกตั้งครั้งนี้จึงถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากทุกฝ่าย หลังจากมีผู้สมัครเปิดตัวแล้ว2-3 ราย
ผู้สื่อข่าวได้นัดสัมภาษณ์ นายเศรษฐ อัลยุฟรี่ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปัตตานี ที่ลาออกแล้ว เพื่อเตรัยมตัวลงสมัครใหม่
เศรษฐ อัลยุฟรี่ อกล่าวว่า จะลงสมัครชิงตำแหน่งอีกครั้ง โดยยืนยันชัดเจนว่าไม่ขาดคุณสมบัติแต่อย่างใด เรื่องที่ถูกสอบนั้นให้เป็นไปตามกฎหมาย พร้อมตั้งเป้าสานต่อนโยบายที่เคยทำไว้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น

เศรษฐ กล่าวว่า ตลอดวาระที่ผ่านมาตนได้ขับเคลื่อนนโยบายหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิต การศึกษา สิ่งแวดล้อม และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะการทำให้ปัตตานีเป็นจังหวัดต้นแบบด้านการจัดการขยะอันตราย นอกจากนี้ ยังได้ลงทุนยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมปรับยุทธศาสตร์การพัฒนาที่เน้นแก้ไขปัญหาสุขภาพของประชาชนอย่างจริงจัง โดยในปี 2565-2566 ได้ดำเนินการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) จำนวน 32 แห่ง และตั้งเป้าเพิ่มอีก 98 แห่งในปี 2567 รวมทั้งหมดเป็น 130 แห่งทั่วจังหวัด
เศรษฐ กล่าวถึงความสำคัญของการส่งเสริมสุขภาพในทุกมิติ สุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากการใส่ใจ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดัน หัวใจตีบ รวมถึงปัญหาด้านสุขภาพเด็ก เช่น ภาวะขาดสารอาหารและการเจริญเติบโตที่ไม่สมวัย ความสูงไม่มาตรฐาน ในส่วนของผู้ป่วยติดเตียงและผู้ด้อยโอกาส ที่ผ่านมา อบจ.ได้ร่วมมือกับกองทุนฟื้นฟูสุขภาพในการปรับปรุงสภาพบ้านให้เหมาะสม พร้อมจัดหาเครื่องมือแพทย์ที่จำเป็น นอกจากนี้ ยังเน้นการคัดกรองโรคมะเร็งและปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวกับเลือด เพื่อสร้างระบบสุขภาพที่ยั่งยืน
เป้าหมายสำคัญในการลงสมัครครั้งนี้คือ ต้องการสานต่องานที่ทำไว้ให้สำเร็จลุล่วง พร้อมพัฒนาจังหวัดปัตตานีให้ก้าวหน้าในทุกมิติ ปลุกพลังเพื่อพัฒนาท้องถิ่น: สุขภาพ การศึกษา และเศรษฐกิจเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีกว่า

นายเศรษฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า เราต้องสร้างระบบที่เข้าถึงได้จริงส่งเสริมสุขภาพและการออกกำลังกายด้วยการผลักดัน แพทย์ประจำตำบล หรือให้แพทย์ลงพื้นที่เป็นพี่เลี้ยง พร้อมจัดตั้ง ศูนย์สุขภาพประจำตำบล เพื่อดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังต้องยกระดับ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพสต.) ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเชื่อมโยงการให้บริการกับชุมชน เช่น การตรวจวัคซีนและสุขภาพเด็ก
ในด้านการศึกษานั้น เด็กคืออนาคต เราสนับสนุนการพัฒนาทั้งครูและเด็กในโรงเรียนท้องถิ่น โดยเพิ่มศักยภาพครูผ่านการอบรมนวัตกรรมการเรียนการสอน ให้เด็กได้เรียนเต็มวัน มีอาหารกลางวันที่มีคุณค่า และพัฒนาหลักสูตรที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน พร้อมเสริมการเรียนรู้ด้านศาสนาในเวลากลางคืน และสนับสนุนเด็กจบใหม่ให้มีงานทำ ด้วยการฝึกทักษะและต่อยอดศักยภาพตามความถนัด เพื่อนำกลับมาพัฒนาทรัพยากรในพื้นที่ เช่น การประมงและเกษตรกรรม
นายเศรษฐ กล่าวว่า การพัฒนาด้านเศรษฐกิจ จะสร้างเศรษฐกิจที่มั่นคงต้องมาจากรากฐานที่แข็งแรง เราเน้นสร้างรายได้ให้บุคลากรในชุมชน โดยใช้ทรัพยากรท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมสนับสนุนให้เด็กเรียนในสิ่งที่ชอบและสามารถนำมาพัฒนาพื้นที่ตนเองได้ ในปัตตานียังมีทรัพยากรมากมายทั้งด้านประมงและเกษตร ต้องเน้นมาทำสิ่งเหล่านี้ต่อยอดขึ้นไป

นายเศรษฐ กล่าวว่า สิ่งที่ผลักดันสำเร็จแล้วคือเราได้จัดตั้ง ศูนย์สุขภาพบำบัด และ ศูนย์ปันสุขประจำตำบล พร้อมจัดหารถกู้ชีพ-กู้ภัยเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยสำเร็จแล้วใน 4 อำเภอ ได้แก่ อ.โคกโพธิ์ อ.หนองจิก อ.เมือง และ อ.ปะนาเระ และมีแผนขยายเพิ่มในอนาคต
“สิ่งที่อยากฝากไว้กับประชาชน คือครั้งนี้เป็นวาระสุดท้ายตามกฎหมาย เรามุ่งมั่นผลักดันโครงการด้านสุขภาพ การศึกษา และเศรษฐกิจ เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนทุกคน ให้ท้องถิ่นของเราก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นอีกบทพิสูจน์สำคัญว่า เศรษฐ อัลยุฟรี่ จะสามารถคว้าชัยชนะและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ปัตตานีได้อีกครั้ง”นายเศรษฐ กล่าว




