หลอนยาแล้วเก่งกับหมา+พระ ชาวบ้านวอนตำรวจรวบตัวบำบัดหลังอาละวาดหนัก
หวาดกลัวกันทั้งวัดและชุมชน หนุ่มหลอนยา บุกวัดยามวิกาล ขู่จะฆ่าหมาและพระในวัด ด้านชาวบ้านเผย เสพยาหนักถึงขั้นหลอน แก้ไม่หายเป็นปัญหาสังคมแบบนี้มานานกว่า 10 ปี วอนเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเอาไปบำบัดรักษาด้วย
ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่วัดบ้านขุมคำ ตำบลบุสูง อำเภอวังหิน จังหวัดศรีสะเกษ หลังได้รับแจ้งว่าเมื่อช่วงค่ำของเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ชายจิตเวช หลอนยาบ้า เข้ามาเอะอะโวยวาย ขู่จะฆ่าพระในวัดดังกล่าว พอเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ไปตรวจสอบ ผู้ก่อเหตุก็หายตัวไปแล้ว ทำให้พระในวัดและชาวบ้านหวาดกลัวกัน เนื่องจากยังไม่สามารถจับตัวผู้ก่อเหตุได้
พอผู้สื่อข่าวเดินทางไปถึงที่วัดบ้านขุมคำ ได้พบกับพระอธิการสมชัย นีภาธโร อายุ 55 ปี เจ้าอาวาสวัดบ้านขุมคำ เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า เมื่อคืนวันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา มีชายหลอนยา ที่ชาวบ้านรู้จักกันคือ นายเฉลิม ไม่หลับไม่นอน เดินเข้ามาในวัด เก็บหิน เก็บไม้ แล้วขว้างปาใส่กุฏิและหมาในวัด ก่อนจะพูดว่าจะฆ่าหมาในวัด แต่ถ้าฆ่าหมาไม่ได้ ก็จะฆ่าพระในวัด ตนจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาจับตัวไป แต่พอเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงวัด นายเฉลิมก็หนีหายไป ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหาไม่เห็นเลยไม่ได้จับตัวนายเฉลิมออกไป ซึ่งตนรู้สึกกลัว นายเฉลิมจะมาฆ่าทั้งหมาและพระ ตามคำที่พูดไว้ โดยถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับตัวไปรักษาบำบัดให้หาย เพราะตอนนี้นายเฉลิมถือเป็นปัญหาของชุมชนและวัดที่เรื้อรังมานานกว่า 10 ปีแล้ว
นางพัชราภรณ์ พรมศรี อายุ 52 ปี ชาวบ้านบ้านขุมคำ เปิดเผยว่า นายเฉลิมอายุประมาณ 20 ปี ติดยามานานแล้ว เสพยาจนทุกวันนี้เป็นจิตเวช เวลานายเฉลิมได้เสพยามันจะไม่หลับไม่นอน จะเดินป่วนทำลายข้าวของ ชอบไปด่าพระ ทำร้ายหมาในวัด ซึ่งนายเฉลิมไม่ได้ทำงาน ชอบขโมยของวัดไปขายซื้อยาบ้าเสพ แต่ก่อนที่ นายเฉลิมยังไม่หลอนยา หรือคลั่งขนาดนี้ ก็มีชาวบ้านจ้างไปทำงานอยู่ บางครั้งบอกให้ช่วยงานต่างๆ ในวัด ก็ช่วยงานดี แต่พักหลังๆ เสพยาหนัก หลอนบ่อยครั้งทำให้ไม่มีใครกล้าจ้างให้ไปช่วยงาน ทำให้เขามาวนเวียนแต่ในวัด ขโมยของในวัดไปขายหาเงิน ส่วนตัวกลัวนายเฉลิมเพราะไม่รู้วันดีคืนดีจะมาทำร้ายตน หรือคนแก่ที่บ้านตอนไหน จึงอยากให้เจ้าหน้าที่จับตัวไปรักษาหรือบำบัด ก่อนที่จะก่อเหตุไม่คาดคิดกับคนในชุมชน
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะที่ผู้สื่อข่าวกำลังลงพื้นที่ทำข่าวอยู่นั้น นายเฉลิมเดินมาจากไหนก็ไม่รู้เข้ามาในวัด ถือหลอดไฟยาวลากไปมาในวัด ก่อนไปเก็บของในวัด เก็บเศษเหล็ก เศษไม้ เอามาทุบฟาด โดยไม่สนใจสายตาของพระและชาวบ้านที่อยู่ในวัดเลย เป็นพฤติกรรมค่อนข้างรุนแรงและเป็นภัยสังคม

