หน้าแรก ภูมิภาค อุทาหรณ์เตือน...

อุทาหรณ์เตือนภัย ชายวัย 60 ปี สตาร์ตรถนอนก่อนเกิดไฟลุกไหม้วอดทั้งคัน เคราะห์ดีหนีทัน

28.12.24 | 11:07 น.

อุทาหรณ์เตือนภัย ชายวัย 60 ปี สตาร์ตรถนอนก่อนเกิดไฟลุกไหม้วอดทั้งคัน เคราะห์ดีหนีทัน

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เกิดเหตุไฟไหม้รถยนต์กระบะของชาวบ้านในหมู่บ้าน พื้นที่หมู่ 3 บ้านหนองมะกอก ตำบลหนอนางนวล อำเภอหนองฉาง จังหวัด​อุทัยธานี​ เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย​พร้อมด้วยหน่วยกู้ชีพของ อบต.หนองฉาง และ อบต.หนองนางนวล ช่วยระงับเหตุการณ์​ โดยในที่เกิดเหตุพบชาวบ้านที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงเดินทางมาดูเหตุการณ์กันจำนวนมาก โดยพบว่ารถยนต์ที่ถูกไฟไหม้นั้นเป็นรถกระบะแค็บ ยี่ห้อโตโยต้า​ วีโก้ สีบรอนซ์​เทา หมายเลขทะเบียน​ บน 2936 อุทัยธานี ถูกไฟไหม้จนวอดเสียหายทั้งคัน โดยพบว่ามีผู้บาดเจ็บ 1 ราย ทราบชื่อคือ นายภานุพงษ์​ ร่องมะรุด อายุ 60 ปี ​เป็นชาวบ้านในหมู่บ้านดังกล่าว​ ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณใบหน้าและแขนเล็กน้อย ส่วนทรัพย์สิน​ที่เป็นเงิน จำนวน 60,000 กว่าบาท พร้อมโทรศัพท์มือถือ​ที่อยู่ภายในรถถูกไฟไหม้จนเสียหายทั้งหมดด้วยเช่นกัน
โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมกับ นายรพีรัฐ ถิระการ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 เพื่อพูดคุยสอบถามกับนายภานุพงษ์​ เจ้าของรถยนต์คันดังกล่าว ซึ่งเจ้าตัวได้เล่าเหตุการณ์​พร้อมกับพาดูร่องรอย​การเกิดเหตุการณ์​ในครั้งนี้ให้ฟัง

โดยนายรพีรัฐ​ ผู้ใหญ่​บ้านหมู่ 3 เล่าว่า ตอนนั้นตนเองอยู่ที่ป้อม ตรวจช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ หลังจากได้รับแจ้งจากลูกบ้านก็รีบไปยังที่เกิดเหตุ และได้แจ้งไปยังเจ้าที่ป้องกันและบรรเทา​สาธารณภัย​และกู้ภัยให้มาช่วยดับไฟ ซึ่งเจ้าของรถก็เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะเกิดไฟไหม้นั้นได้สตาร์ตรถยนต์นอน ประมาณ 1 ชั่วโมง​เศษ ก่อนรู้สึกร้อนที่ใบหน้า พอตื่นขึ้นมาก็พบว่าไฟไหม้รถยนต์จนรีบหนีเอาตัวรอดออกมาได้ดังกล่าว


ด้านนายภานุพงษ์​เล่าเหตุการณ์​ให้ฟังว่า ช่วงก่อนเกิดเหตุ​นั้นตนเองได้ขับรถคันดังกล่าวมาที่นาเพื่อนอนเฝ้านาตามปกติทุกวัน ซึ่งปกติแล้วตนจะนอนในเต็นท์​ แต่ด้วยเมื่อคืนนี้อากาศ​ร้อนมากจึงมาสตาร์ตรถยนต์เพื่อเปิดแอร์นอนได้ประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ รู้สึกว่าร้อนที่ใบหน้า หลังจากนั้นก็พบว่ามีไฟลุกไหม้ขึ้นที่ห้องเครื่อง ตอนนั้นด้วยความตกใจก็ได้รีบวิ่งออกมาจากรถเพื่อจะหาอะไรมาดับไฟ ซึ่งตรงนี้มีเหมืองที่สูบน้ำเข้านาก็พยายามใช้กระแป๋งตักน้ำมาดับไฟ แต่ก็ดับไม่สำเร็จ​ จนทำอะไรไม่ถูก ทำให้ไม่ได้หยิบทรัพย์สินที่เป็นเงินสด จำนวน 60,000 กว่าบาท ที่ได้จากการขายข้าวที่พึ่งเกี่ยวไปเมื่อ 2 วัน พร้อมกับโทรศัพท์มือถือออกมา จากนั้นก็ได้วิ่งไปตามคนที่อยู่ละแวกดังกล่าวให้มาช่วย และโทรศัพท์แจ้งผู้ใหญ่บ้าน ก่อนที่ผู้ใหญ่บ้านนั้นจะแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยดับไฟ แต่ด้วยระยะทางที่เข้ามาในพื้นที่เกิดเหตุนั้นค่อนข้างลำบาก จนทำให้ไม่สามารถช่วยดับไฟไว้ได้ทัน ทำให้รถยนต์นั้นถูกไฟไหม้จนวอดทั้งคันดังกล่าว

Advertisement