ฝนหยุดตก น้ำท่วมเกาะพะงันคลี่คลาย ไม่มีน้ำท่วมขัง เร่งค้นหาผู้สูญหายเหตุเรือหางยาวล่ม
เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม เวลา 15.00 น. หลังจากที่เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เกิดฝนที่ตกหนักลงมาเมื่อวานนี้ ทำให้ในหลายพื้นที่เกิดน้ำท่วมขังสูง มีน้ำป่าไหลหลากเข้าชุมชนและถนน และกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากไหลท่วมบ้านเรือน และยังได้พัดพาเอาตู้เย็น สิ่งของเครื่องใช้ไหลไปกับกระแสน้ำ รวมถึงรถกระบะ 4 ประตู ของนายอัศวิน พนักงานโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ ถูกกระแสน้ำซัดพารถไหลลงไปในคลอง และไปติดอยู่บริเวณปากคลองก่อนออกสู่ทะเล
ล่าสุด ช่วงบ่ายของวันนี้ ฝนหยุดตกแล้ว ท้องฟ้าเริ่มเห็นแสงแดด น้ำที่ท่วมขังในชุมชนได้ไหลระบายลงสู่ทะเล ประชาชนใช้ชีวิตได้ตามปกติ ส่วนรถกระบะที่ถูกกระแสน้ำพัดลงคลอง ชาวบ้านได้นำรถแบ๊กโฮมาลากขึ้นไว้บนบกเรียบร้อย และเจ้าของรถคันดังกล่าวอยู่ระหว่างติดต่อบริษัทประกันรถยนต์เพื่อแจ้งเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ที่ได้ทำประกันประเภท 1 ไว้

ขณะที่การค้นหาร่างของชายชาวเกาหลีใต้ ที่สูญหายจากเหตุเรือหางยาวล่ม เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถค้นหาทางทะเลได้เนื่องจากทะเลยังมีคลื่นลมแรง สูงประมาณ 2-3 เมตร โดยได้จัดกำลังเดินค้นหาบริเวณแนวชายหาด แต่ยังไม่พบร่าง
ขณะที่การค้นหาร่างผู้สูญหาย ศรชล.ภาค 2 และสถานีเรือสมุย ฐานทัพเรือสงขลา ทัพเรือภาคที่ 2 ได้นำ เรือต.266 ออกทำการค้นหาผู้สูญหายในทะเลบริเวณหาดริ้น เกาะพะงัน โดยเริ่มค้นหาตามแนวทิศเหนือ-ใต้ ทะเลมีคลื่น 1-1.5 เมตร ลมตะวันออกเฉียงเหนือ 20 นอต ทัศนวิสัย 3-4 ไมล์ และได้จัดกำลังเดินค้นหาบริเวณแนวชายหาด เบื้องต้นยังไม่พบผู้สูญหาย ทั้งนี้ พ.ต.อ.ปัญญา นิรัติมานนท์ ผกก.สภ.เกาะพะงัน จัดตั้งศูนย์บริหารเหตุการณ์ ร่วมกับฝ่ายปกครอง เจ้าท่า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามค้นหาผู้สูญหายต่อไป
ด้าน นายวิจักขณ์ ชูภาระกิจ ผอ.สนง.เจ้าท่าภูมิภาคสาขาเกาะพะงัน เปิดเผยว่า สาเหตุการเกิดเหตุเบื้องต้น ขณะที่เรือลำดังกล่าวได้นำเรือออกจากชายหาดไปประมาณ 50 เมตร คลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร ได้ซัดเข้าบริเวณหัวเรือกราบขวา ทำให้ผู้โดยสารได้ไปรวมกันอยู่ด้านซ้ายของเรือ ทำให้เรือเอียงไปด้านซ้าย ประกอบกับมีคลื่นซัดเข้ามาอีก ทำให้น้ำเข้าตัวเรือจากด้านซ้ายของเรือ และเรือได้จมลงเหลือแต่ส่วนหัว ผู้โดยสารจึงได้ออกจากเรือ ต่อมาเรือได้พลิกคว่ำและคลื่นได้ซัดตัวเรือเข้าสู่บริเวณชายหาด ขณะนี้อยู่ระหว่างการค้นหาผู้สูญหาย

สำหรับเรือลำดังกล่าวได้มีการยกเลิกทะเบียนเรือแล้ว แต่ได้นำเรือดังกล่าวออกมาใช้งาน ซึ่งผิดตามกฎหมายของกรมเจ้าท่า โดยจะมีการดำเนินการตามกฎหมาย เปรียบเทียบปรับมาตรา 9 พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทยพระพุทธศักราช 2456 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ใช้เรือก่อนได้รับใบอนุญาตใช้เรือ) ปรับไม่เกิน 10,000 บาท พร้อมทั้งเปรียบเทียบปรับมาตรา 282 ทำการในเรือ ในขณะที่ประกาศนียบัตรสิ้นอายุ ปรับไม่เกิน 2,000 บาท และสั่งงดใช้ประกาศนียบัตรมาตรา 291 นายเรือ ต้นหน สรั่ง ไต้ก๋ง นายท้าย คนถือ ท้าย ต้นกล หรือคนใช้เครื่อง ที่ได้รับประกาศนียบัตร หย่อนความสามารถ หรือประพฤติไม่สมควรแก่หน้าที่ ละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือข้อบังคับเกี่ยวแก่การเดินเรือ หรือหน้าที่ของตน ทางเจ้าท่า มีอำนาจ ที่จะสั่งงดไม่ให้ใช้ประกาศนียบัตรหรือใบอนุญาตมีกำหนดไม่เกินสองปี

