เมียร้อง คดีไม่คืบโดนกระสุนปริศนา เจาะกะโหลก กลายเป็นเจ้าชายนิทรา ซ้ำร้ายถูกกรมเจ้าท่าให้ออกจากงานอ้างขาดงานเกินระเบียบกำหนด
เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม น.ส.ณัชชา อายุ 27 ปี ชาวตำบลบางพระ อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อม น.ส.อรอนงค์ จันทร์สุวรรณ อายุ 39 ปี พี่สาว ได้ร้องเรียนขอความช่วยเหลือสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช กรณี นายอานนท์ อายุ 35 ปี พนักงานราชการกรมเจ้าท่า จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นสามีของ น.ส.ณัชชา ที่ถูกกระสุนปริศนาพุ่งเจาะโหนกแก้มข้างขวาทะลุกะโหลกศีรษะ หัวกระสุนไม่ทราบชนิดและขนาด ฝังอยู่บริเวณลำคอ ใต้หูข้างขวา เหตุเกิดที่บ้านพักเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2567 เวลาประมาณ 11.30 น. แต่จนถึงขณะนี้คดีไม่มีความคืบหน้าใดๆ และล่าสุดกรมเจ้าท่าให้ออกจากพนักงานราชการ สร้างความเดือดร้อนลำบากให้กับครอบครัวเป็นอย่างมาก
น.ส.ณัชชากล่าวว่า ในวันเกิดเหตุสามีนอนเล่นอยู่บนเตียงพับภายในบ้าน นายวิเชียร พรหมจรรย์ พ่อของตนได้เรียกให้มาช่วยมุงหลังคาซุ้มขายน้ำชากาแฟหน้าบ้าน ซึ่งอยู่ริมถนนสายปากพนัง-หัวไทร นายอานนท์จึงลุกขึ้นยืนเพื่อจะออกไปช่วยพ่อตามุงหลังคา แต่จู่ๆ ก็เกิดล้มลงหัวฟาดพื้น มีเลือดออกที่ศีรษะ ตอนแรกเข้าใจว่าวูบล้มศีรษะกระแทกพื้น จึงช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลปากพนัง ต่อมาโรงพยาบาลปากพนังแจ้งว่านายอานนท์ได้รับบาดเจ็บเนื่องจากถูกกระสุนปืนเจาะที่บริเวณโหนกแก้มขวา อาการสาหัสมาก จึงส่งตัวเข้ารับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลมหาราช
หลังจากที่โรงพยาบาลมหาราชเอกซเรย์พบว่ามีหัวกระสุนปืนไม่ทราบชนิดและขนาดฝังอยู่บริเวณลำคอ ใต้หูข้างขวาของนายอานนท์ จึงส่งต่อไปยังโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ แพทย์ระบุว่ากระสุนตัดเส้นเลือดใหญ่ทำให้เสียเลือดมาก สมองบวม จำเป็นต้องอุดหลอดเลือดโดยผ่าตัดเปิดกะโหลกศีรษะ ระบายเลือดที่คั่งในสมองออก แต่เนื่องจากการขาดเลือดเป็นระยะเวลานาน ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง ซีกซ้ายเคลื่อนไหวไม่ได้และคนไข้ยังมีอาการวูบ โดยยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้กลายเป็นเจ้าชายนิทรา
“ตอนนี้แพทย์อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นที่บ้าน ยังไม่สามารถกินอาหารได้ทางปาก แพทย์ได้เจาะลำคอเพื่อให้อาหารทางสายยางและดูดน้ำลายและเสมหะ พูดไม่ได้ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ โดยตนต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ตอนนี้ตนและลูกสาว อายุ 4 ขวบ ได้รับความเดือดร้อนลำบากอย่างแสนสาหัสเพราะไม่มีรายได้ใดๆ เลย ซึ่งก่อนเกิดเหตุนายอานนท์ สามี เพิ่งต่อสัญญาทำงานกับกรมเจ้าท่า แต่ล่าสุดกรมเจ้าท่าแจ้งว่าสามีไม่ได้ไปปฏิบัติหน้าที่ตามปกติเกินจำนวนวันลาตามระเบียบของทางราชการ จำเป็นต้องให้ออกจากราชการไว้ก่อน ซึ่งตอนนี้ตนยังพอมีเงินที่ได้รับการบริจาคช่วยเหลืออยู่บ้าง แต่ในอนาคตอันใกล้นี้ทั้งตนและบุตรสาว รวมทั้งตัวนายอานนท์ สามี ไม่รู้จะดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างไร” น.ส.ณัชชากล่าว
น.ส.ณัชชากล่าวอีกว่า ในขณะที่ความคืบหน้าในทางคดี เมื่อสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ก็แจ้งว่าคดีไม่มีความคืบหน้าใดๆ ไม่รู้คนร้ายเป็นใคร ไม่มีพยานหลักฐานใดๆ ที่พอจะเอาผิดใครได้เลย โดยตั้งแต่ตอนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มาตรวจสอบที่บ้านเกิดเหตุ และมีการตรวจสอบตรวจค้นภายในบ้านตนอย่างละเอียด รวมทั้งสอบปากคำทุกคนที่อยู่ในบ้าน แต่น่าแปลกที่ไม่ได้มีการตรวจสอบในบริเวณข้างเคียงแม้แต่น้อย
เพื่อที่จะดูว่าวิถีกระสุนมาจากทิศทางใด ตรงไหน โดยเฉพาะบ้านของเพื่อนบ้านซึ่งมีการจัดงานบวชนาค เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ได้ดำเนินการตรวจสอบสืบสวนสอบสวนใดๆ แม้แต่น้อย ตนมีความรู้สึกเหมือนว่าตำรวจไม่ได้ทำงานเพื่อไขปริศนาในคดี หรือสอบสวนสืบสวนติดตามที่มาที่ไปของกระสุนปริศนา หรือหาตัวคนร้ายในคดีนี้อย่างเต็มที่ จึงขอกราบวิงวอนสื่อมวลชนช่วยประสานงานติดตามความคืบหน้าในคดีนี้ให้ด้วย อย่าปล่อยให้ สามีของตนและครอบครัวตนต้องรับชะตากรรมฟรีๆ แบบนี้เลย

