หน้าแรก ภูมิภาค สลดส่งท้ายปี!...

สลดส่งท้ายปี! ลุงวัย 69 เชือดคอตูบน้อย กำลังต้มน้ำ สารภาพหวังทำเมนูเด็ด เพื่อจำหน่าย

30.12.24 | 23:45 น.

สลดส่งท้ายปี! ลุงวัย 69 เชือดคอตูบน้อย กำลังต้มน้ำ สารภาพหวังทำเมนูเด็ดหน้าหนาว เพื่อจำหน่าย


วันที่ 30 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุสุดสลดส่งท้ายปี หลังนางจรูญ  (สงวนนามสกุล) อายุ 62 ปี ชาวบ้าน เดินทางเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.กริชพัฒน์ แก้วอุดร รองสารวัตรสอบสวน สภ.ภูเขียวว่า นายถนอม (ชื่อเล่น) คาดว่าน่าจะเป็นชาวบ้านแข้ ต.ผักปัง อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ใช้มืดปาดคอสุนัขสายพันธุ์อเมริกันบูลลี่ลูกผสมตัวผู้ ที่ตนซื้อเลี้ยงไว้ตั้งแต่ยังเล็กในราคา 2,500 บาท จนปัจจุบันอายุประมาณ 1 ปี 2 เดือน

จนมาเกิดเหตุการณ์ เมื่อเวลาประมาณ 07.30 น. วันที่ 29 ธันวาคม ที่ผ่านมา หลังสุนัขถูกทำร้าย จึงได้รีบนำไปรักษาที่คลินิกมาต่อเนื่อง จนในวันนี้ (30 ธ.ค.2567) เวลาประมาณ 08.30 น. ทางคลินิกรักษาสัตว์ๆได้โทรมาแจ้งว่า สุนัขตายแล้ว จึงนำไปฝัง และนิมนต์พระในหมู่บ้ายมาช่วยทำพิธีให้ ก่อนเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์เพื่อให้ดำเนินคดี กับนายนอม ผู้ก่อเหตุครั้งนี้

ล่าสุดทราบชื่อ ผู้ก่อเหตุ คือ นายถนอม (สงวนนามสกุล) อายุ 69 ปี ตำรวจได้นำตัวมาสอบสวนที่ สภ.ภูเขียว พร้อมยอมรับว่า เป็นคนลงมือก่อเหตุฆ่าโหดสุนัขครั้งนี้จริง เพื่อหวังจะนำเนื้อสุนัขไปทำเนื้อแดดเดียว และต้มเก้าเมนูเด็ดยอดฮิตในช่วงหน้าหนาวให้กับกลุ่มลูกค้าชอบเปิบพิสดาร สำหรับช่วงเทศกาลต้อนรับปีใหม่ของทุกปี

Advertisement

แต่ระหว่างก่อเหตุได้มีเจ้าของสุนัขตามมาเห็น จึงยังไม่ได้เชือดคอสุนัขซ้ำอีกจนตาย ก่อนที่เจ้าของสุนัขนำสุนัขจะเข้ามาช่วยนำตัวสุนัข ไปส่งคลินิกรักษาสัตว์ แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ จนเป็นเรื่องแจ้งความที่เกิดขึ้น

ทีมข่าวจึงได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบบ้าน นางจรูญ  เจ้าของสุนัข กล่าวว่า ซื้อสุนัขมาเลี้ยง ตอนนั้นสุนัขอายุได้ประมาณ 2 เดือน ในราคา 2,500 บาท ตั้งใจเอาข้าวให้ แต่ไม่พบ จึงพากันออกตามหา กระทั่งมาพบนอนดิ้นทุรณทุรายอยู่บริเวณหน้าบ้านของนายถนอม ก่อนเข้าไปได้ถาม ที่ให้การปฏิเสธไม่ได้ฆ่าสุนัข จึงได้รีบร่วมกับเพื่อนบ้าน ได้ช่วยกันนำร่างสุนัข ไปส่งรักษาอาการบาดเจ็บที่คลินิกรักษาสัตว์ ไว้ก่อน

ขณะที่ นายสุรศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 42  ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า เห็นผู้ต้องหาใช้มีดปาดคอสุนัขแต่ยังไม่ตาย จึงกำลังจะใช้มีดปาดคอสุนัขต่ออีกเป็นครั้งที่ 2 อีก ถือเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมมาก

ในเบื้องต้น ผู้ต้องหา ยอมรับเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาเคยนำสุนัขที่ถูกรถชน หรือสุนัขที่ตายแล้วมาชำแหละเนื้อขายแล้วอยู่เป็นประจำ ก็ไม่คิดว่าจะมีความผิด นึกว่าสุนัขตัวนี้จะไม่มีเจ้าของ ก็เลยลงมือก่อเหตุไป