หน้าแรก ภูมิภาค สาวแม่-ลูกเมื...

สาวแม่-ลูกเมืองอุดรฯ เจอแก๊งทวงหนี้โหดข่มขู่สาดเลือดหน้าร้านนวด โร่ร้องสื่อ แจ้งตำรวจหวังไกล่เกลี่ยหนี้สิน

4.01.25 | 16:28 น.

สาวแม่-ลูกเมืองอุดรฯ เจอแก๊งทวงหนี้โหดข่มขู่สาดเลือดหน้าร้านนวด โร่ร้องสื่อ แจ้งตำรวจหวังไกล่เกลี่ยหนี้สิน


จากกรณี น.ส.ศิริพร อ่อนคำ อายุ 56 ปี และ น.ส.ภัทรธิภา นพรัตนธร อายุ 30 ปี แม่และลูกสาว ชาวอุดรธานี เจ้าของร้านเสริมสวยและร้านนวดแผนไทย เขตเทศบาลนครอุดรธานี ร้องสื่อโดนแก๊งเงินกู้นอกระบบดอกเบี้ยโหด ทวงหนี้ด้วยการปาไข่เน่า สาดเลือด ใส่หน้าร้าน 2 ครั้ง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2567 และวันที่ 3 มกราคม 2568 หลังจากลูกสาวไปกู้ยืมเงินนอกระบบ 3,000 บาท ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2567 คิดดอกร้อยละ 2 ต่อวัน โดยจ่ายดอกเบี้ยวันละ 110 บาท รวมเป็นเงิน 9,000 บาท เห็นว่าจ่ายดอกมากแล้ว จึงเจรจาขอผ่อนเงินต้น แต่เจ้าหนี้ไม่ยอม อัดคลิปด่าหยาบคาย ติดรูปทวงหนี้ตามเสาไฟฟ้า ปาไข่เน่า สาดเลือดหน้าร้าน จนต้องแจ้งตำรวจและร้องสื่อ เพราะอยู่อย่างหวาดผวา ขอตำรวจไกล่เกลี่ยหนี้สิน เหตุเกิดวันที่ 24 ธันวาคม และ 3 มกราคม ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าในกรณีดังกล่าว เช้าวันที่ 4 มกราคม 2568 พ.ต.ท.พิเชฐ์ ปักเคธาติ สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.เวนิส ประเสริฐ สว.สส.ภ.จว.อุดรธานี นำกำลังไปที่เกิดเหตุร้านเสริมสวยและร้านวดแผนไทย เลขที่ 166/10 หมู่ 5 ชุมชนหนองเตาเหล็ก เขตเทศบาลนครอุดรธานี พบ น.ส.ศิริพร อ่อนคำ อายุ 56 ปี และ น.ส.ภัทรธิภา นพรัตนธร อายุ 30 ปี ลูกสาว เล่าเหตุการณ์ให้ตำรวจฟัง ก่อนจะชี้ร่องรอยเลือดกระเด็นไปบนฝ้าเพดานร้าน ที่ไม่สามารถล้างออกได้ โดยสองแม่ลูกได้ต้มน้ำร้อน มาขัดล้างคาบเลือดที่หน้าร้านเมื่อเช้านี้ ก่อนจะเชิญไปสอบสวนปากคำที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี

โดยมี พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี ได้มาสอบสวนปากคำ น.ส.ศิริพร และ น.ส.ภัทรธิภา เกี่ยวกับการกู้ยืมเงิน และการโดนแก๊งอัดคลิปด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย การเจรจาที่ไม่สำเร็จ นำรูป น.ส.ภัทรธิภาไปติดตามเสาไฟฟ้าเพื่อทวงเงิน จนถึงการถูกปาด้วยไข่เน่า และสาดเลือดใส่หน้าร้าน ซึ่งผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นนายปอนด์ แก๊งทวงเงินกู้นอกระบบ เพราะทั้งสองแม่ลูกไม่เคยมีศัตรู ถึงแม้ว่าจะกู้เงินนอกระบบประมาณ 5 ราย แต่ก็ผ่อนส่งทุกราย จนปิดหนี้ไป 4 รายแล้ว เหลือนายปอนด์เป็นรายสุดท้ายที่ไม่ยอมเจรจา

Advertisement

“รายอื่นที่ตนกู้มา 1 หมื่นบาท เขาขอบคุณที่เราใช้หนี้จนหมด และยังให้เงิน 400 บาท ไปกินหมูกระทะกับแม่ เหลือนายปอนด์รายเดียวที่ไม่ยอมเจรจา และส่งคลิปมาด่า และข่มขู่ หนักเข้าถึงกับคุกคามด้วยการสาดเลือด ครอบครัวต้องอยู่อย่างหวาดผวา จึงอยากให้ตำรวจช่วยเจรจากับแก๊งเงินกู้ให้ด้วย”

น.ส.ภัทรธิภาเล่าอีกว่า หลังจากโดนข่มขู่ และสาดเลือดคุกคาม 2 ครั้ง และได้มาแจ้งตำรวจทั้งสองครั้ง พร้อมกับร้องสื่อ ก็ยังไม่มีใครโทรมาข่มขู่อีก แต่ก็ยังหวาดกลัว พอตื่นเช้ามาก็มีตำรวจสายสืบมาตรวจที่เกิดเหตุ และสอบถามเรื่องราว รู้สึกอุ่นใจขึ้น และยังเชิญมาสอบสวนปากคำที่โรงพัก โดยตำรวจรับปากว่าจะโทรเรียกคนที่ข่มขู่มาเจรจา ซึ่งก็รู้สึกพอใจ เพราะจะได้จบปัญหาเรื่องนี้ จะได้เดินหน้าทำมาหากิน

ต่อมามี น.ส.นิด นามสมมุติ อายุ 36 ปี ชาวเทศบาลนครอุดรธานี เดินทางมาพบตำรวจสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ว่าโดนแก๊งเงินกู้สาดเลือดใส่บ้าน เลือดได้กระเด็นถูกประตูหน้าบ้าน พื้นบ้าน โรงรถ และโดนรถเก๋งฮอนด้า ซิตี้ สีขาว เหตุเกิดเช้าวันที่ 24 ธ.ค.67 ซึ่งตนคิดว่าน่าจะเป็นแก๊งเงินกู้รายเดียวกันที่ก่อเหตุ เพราะเพิ่งมาทราบว่าน้องสาวไปกู้เงินนอกระบบ ไม่รู้ว่ากู้มากี่บาท จ่ายแบบไหน แต่ตอนนี้น้องสาวเดินทางไปทำงานต่างประเทศได้ 3 เดือนแล้ว ซึ่งตนไม่ได้เกี่ยวข้องในการกู้เงิน แต่มาได้รับความเสียหาย ต้องอยู่อย่างหวาดผวา เพราะบ้านมีหอพัก ทำให้ผู้เช่าหวาดกลัวไปด้วย โดยก่อนเกิดเหตุ จะมีแก๊งเงินกู้โทรมาถามหาน้อง วันที่ 23 ธ.ค.67 โดนปาไข่เน่าก่อน แล้วมาสาดเลือด เหม็นมาก อยากให้ตำรวจช่วยติดตามผู้ทำมาดำเนินคดี

พ.ต.ท.พิเชฐ์ ปักเคธาติ สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี ได้ขอเบอร์โทรศัพท์ที่โทรมาข่มขู่จากผู้เสียหาย โทรไปหานายปอนด์ แก๊งเงินกู้ให้เข้ามาเจรจาไกล่เกลี่ยที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี กระทั่งเวลา 12.30 น. นายปอนด์ อายุ 21 ปี (นายนนทกร ประยูรเจริญ อยู่บ้านเลขที่ 319 /1 หมู่ 2 ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง จ.อุดรธานี) คนอัดคลิปทวงหนี้และด่า แก๊งเก็บเงินกู้ที่ถูกระบุว่าเป็นผู้ต้องสงสัยสาดเลือด ได้เดินทางมาพบตำรวจที่โรงพัก

โดยนายปอนด์ให้การว่า ตนเคยเป็นพนักงานเก็บเงินกู้นอกระบบ แต่ตอนนี้เลิกทำแล้ว เพราะจะไปสอบนายสิบตำรวจ เรื่องติดรูปทวงหนี้ ปาไข่เน่าและสาดเลือดตนไม่ได้ทำ อาจจะเป็นรุ่นน้องทำ ส่วนเรื่องผู้เสียหายกู้เงินนอกระบบ 3,000 บาท ไม่เป็นความจริง ผู้เสียหายกู้เงิน 9,000 บาท โดยกู้ 2 ครั้ง 5,000 บาท กับ 4,000 บาท ตนมีหลักฐานมายืนยัน และยังรู้ว่าผู้เสียหายไปกู้นอกระบบอีกหลายราย อาจจะเป็นแก๊งอื่นทำ ส่วนผู้เสียหายเอารูปตนที่ไปฉลองปีใหม่มาออกสื่อทำให้ตนเสียหาย แต่ตนจะขอยอมรับผิดทั้งหมด และจ่ายค่าเสียหายตามที่ผู้เสียหายขอมา เพื่อให้จบปัญหาที่เกิดขึ้น

แต่ พ.ต.ท.พิเชฐ์ไม่ยอมให้นายปอนด์รับผิดจบคนเดียว ให้นายปอนด์โทรศัพท์เรียกนายต้อม อายุ 36 ปี และนายลอดช่อง อายุ 18 ปี แก๊งเงินกู้ที่ไปด้วยกัน มาสอบสวนที่โรงพัก ซึ่งนายต้อมให้การรับสารภาพว่า เป็นเจ้าของเงินกู้นอกระบบ และเป็นคนนำรูปภาพผู้เสียหายไปติดตามเสาไฟฟ้าเพื่อทวงเงิน ส่วนนายลอดช่องก็จะไปกับนายปอนด์และนายต้อม ซึ่งท้ายที่สุด นายปอนด์ได้ขอรับสารภาพข้อกล่าวหาทั้งหมด ทั้งอัดคลิปทวงหนี้ ด่าหยาบคาย ปาไข่เน่า สาดเลือด และขอยุติการเป็นลูกหนี้กับเจ้าหนี้กับผู้เสียหาย เพื่อจบหมดทุกอย่าง ส่วนค่าเสียหายตนพร้อมจ่ายให้ตามที่ขอมา เบื้องต้นชดใช้ค่าเสียหายบ้าน 2 หลัง หลังละ 2,000 บาท

ด้าน พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เบื้องต้นผู้เสียหายกู้เงินต้นมา 3,000 บาท แต่ดอกเบี้ยเกินอัตราตามกฎหมายกำหนด มันผูกพันยาวมาเรื่อย ได้สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวนไปไล่กล้องวงจรปิดรวบรวมพยานหลักฐาน ขอสลิปการโอนเงิน เพื่อจับกุมดำเนินคดี ส่วนเงินที่ผู้เสียหายส่งไปน่าจะท่วมต้นท่วมดอกแล้ว ให้ยุติการชำระหนี้ ซึ่งจะดำเนินการควบคู่ไปกับดำเนินคดีเบื้องต้น ข้อหา “ร่วมปล่อยเงินกู้นอกระบบและคิดดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด” ส่วนเรื่องปิดประกาศทวงหนี้ และปาไข่เน่าและสาดเลือดใส่ร้าน จะให้พนักงานสอบสวนแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อไป