หน้าแรก ภูมิภาค ว่าที่เจ้าสาว...

ว่าที่เจ้าสาวหัวร้อน พังบ้านว่าที่ผัว เข้าไกล่เกลี่ย ยอมจ่ายค่าเสียหาย 1 หมื่น แจงความจริงอีกมุม

7.01.25 | 16:44 น.

ว่าที่เจ้าสาวหัวร้อน พังบ้านว่าที่ผัว หลังไม่ได้สินสอด 1.5 แสน เข้าไกล่เกลี่ย ยอมจ่ายค่าเสียหาย 1 หมื่น แจงความจริงอีกมุม


กรณีสาวร้องสินสอด 150,000 บาทไม่ได้ บุกทำลายข้าวของภายในบ้านของว่าที่สามี จนเป็นข่าวดังในโลกออนไลน์นั้น

อ่านข่าว คู่สมรสสู่คู่กรณี! สาวโมโห เรียกสินสอด 1.5 แสนไม่ได้ อาละวาดพังบ้านว่าที่ผัวเละ

เมื่อวันที่ 7 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าล่าสุดว่า พ.ต.ต.สุพจน์ โพธิ์สุวรรณ สว.(สอบสวน) สภ.พรเจริญ ร้อยเวรเจ้าของคดี ได้เรียกทั้ง 2 ฝ่ายมาเจรจาตกลงชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น โดยฝ่ายหญิง นางสาววนิดา (ก้อย) อายุ 22 ปี ผู้ก่อเหตุ เดินทางมาพร้อมพ่อ แม่ และนางพิสมัย อายุ 59 ปี มีศักดิ์เป็นอา ส่วนฝ่ายชาย นายวสันต์ อายุ 23 ปี เดินทางมาพร้อมย่า พี่ชาย พี่สะใภ้ และนางอริญญา บุตรสา ส.อบต.ป่าแฝก ผู้นำชุมชน โดยทั้ง 2 ฝ่ายเข้าไปตกลงชดใช้ค่าเสียหายกันต่อหน้าพนักงานสอบสวน และในบางช่วงมีการโต้เถียงกันถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น รวมไปถึงการนำเรื่องราวไปโพสต์ลงในโซเชียล ที่สร้างความเสียหายให้กับฝ่ายหญิง ซึ่งพนักงานสอบสวนก็พยายามประนีประนอมให้ทั้ง 2 ฝ่ายตกลงพูดคุยกันโดยดี ท่ามกลางผู้สื่อข่าวหลายสำนักร่วมเป็นสักขีพยานและทำข่าวนั้น

Advertisement

โดยหลังพูดคุยกันประมาณ 1 ชั่วโมง ก็ได้ข้อสรุปว่าฝ่ายหญิงที่ก่อเหตุยินยอมชดใช้ค่าเสียหาย ที่ฝั่งย่าของฝ่ายชายเรียกร้องเป็นเงิน 10,790 บาท แทนทรัพย์สินที่เสียหายทั้งหมด แต่ยังไม่จ่ายในวันนี้เพราะไม่มีเงิน ขอเวลาไปกรีดยางหาเงินก่อน และจะนำเงินดังกล่าวมาจ่ายให้ฝ่ายชายในสิ้นเดือนมกราคมนี้ต่อหน้าพนักงานสอบสวน ซึ่งก็ถือว่าจบกันไปในเรื่องทำลายทรัพย์สิน

ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับนายวสันต์ ฝ่ายชาย ถามถึงความสัมพันธ์ของทั้ง 2 คน ว่ามันคงไปต่อไม่ได้แล้ว เพราะเขามาเอาตน ไม่ใช่ตนไม่รับผิดชอบนะ ตนก็รับผิดชอบพาผู้ใหญ่ไปขอกันดีๆ แต่เขาไม่เอาด้วย ส่วนลูก ถ้าฝ่ายหญิงไม่เลี้ยงให้ตนรับมาเลี้ยง ตนก็ยินดียอมรับจะเอามาเลี้ยง ถ้าจะให้ตนส่งเสีย ก็จะส่งเท่าที่ตนหาได้ ตนจะรับผิดชอบเท่าที่มีความสามารถ

ในช่วงหนึ่ง นางพิสมัย อายุ 59 ปี (เสื้อขาวแขนยาว) ผู้มีศักดิ์เป็นอาของฝ่ายหญิง ได้ถามกับผู้เป็นย่าของฝ่ายชายว่า หลานยาย ยายก็รัก หลานสาวหนู หนูก็รัก สรุปแล้วพวกเราเป็นดองกัน (เกี่ยวดอง) กันไม่ได้ใช่ไหม ย่าก็ตอบว่าทำนองนั้น ต่างฝ่ายก็พยักหน้าว่าเป็นดองกันไม่ได้แล้ว

น้องก้อย ฝ่ายหญิงที่ก่อเหตุ กล่าวว่า วันที่พูดคุยล่าสุดกับแฟนที่ไปสู่ขอวันนั้น (3 ม.ค.) ถ้าวันนี้ออกไปแล้วก็ไปเลย ไม่ต้องกลับมาอีก เพราะว่ามาคุย (ขอ) กันมา 3 รอบแล้ว เขาก็บอกว่าจะออกไปก่อนแล้วค่อยมาใหม่ ตนก็เลยบอกว่าไม่ต้องมาแล้วเพราะเรารอมาตั้งแต่เดือน พ.ย.ปีที่แล้ว ตนก็คุยกับฝ่ายชาย มีผู้ใหญ่นั่งฟังด้วยว่าฝ่ายชายจะวางเงิน 50,000 ใช่ไหม เอาอย่างนี้ดีไหม วางเงิน 50,000 แล้วเอาเราไปอยู่ด้วย ตนก็บอกว่าได้ ฝ่ายชายขอเวลา ปี 2 ปี ก็ได้เหมือนกัน ให้เราไปหาช่วยก็ได้ แต่ว่าเราขอให้หามาอีก 100,000 ได้ไหม ให้มันเท่ากับที่เราเคยคุยกันไว้ตอนแรก รวมกับที่มาวางไว้ 50,000 เป็น 150,000 บาท เอาแบบนั้นไหม ฝ่ายชายก็ไปปรึกษากับครอบครัวเขา ซึ่งเขาก็ไม่ตกลง เขาก็กลับ ก็เลยบอกว่าเออถ้าคุณไปแล้วคุณก็ไม่ต้องกลับมาอีกนะ คุณก็ไปเลย

ส่วนประเด็นที่หนูต้องไปทำลายข้าวของนั้น วันนั้นหลังตกลงค่าสินสอดไม่ได้นั้น ฝ่ายชายก็บล็อกเฟซบุ๊กตน ก็เลยโทรหาบอกว่าจะมาเอาผ้าห่มนะ ไม่ได้ตั้งใจจะไปพังข้าวของ พอไปถึงก็พบแฟนอยู่บ้าน ก็พูดจากันดีๆ ฝ่ายชายก็เอาผ้าห่มออกมาให้ และพูดกันว่าถ้ามันอยู่ด้วยกันไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เธอก็เป็นพ่อ เราก็เป็นแม่เหมือนเดิม ถึงแม้จะไม่ได้อยู่ด้วยกัน พอคุยไปมาก็ทะเลาะกัน เขาก็ว่าตนทำไมเอาเงิน 50,000 ทำไมต้องเชื่อพ่อกับแม่ ทำไมต้องเชื่อพ่อกับแม่เหรอ จะหน้าเงินเหมือนพ่อกับแม่เหรอ พ่อกับแม่เนี่ยหน้าเงิน มึงก็จะหน้าเงินเหมือนพ่อกับแม่มึงเหรอ ขึ้นมึงขึ้นมึงกู ทีนี้ก็ทะเลาะกันใหญ่

ตนก็โมโห ซึ่งวันนั้นตนก็ไม่ได้เมา พี่ที่เขาลงข่าวว่าเมา ตนไม่ได้เมา ตนรู้ตัว ตนท้อง ตนไม่เมาไม่กินอยู่แล้วค่ะพี่ พอทะเลาะกันด่าพ่อด่าแม่หนูว่าหน้าเงินแล้ว หนูก็โมโหฟิวส์ขาด ก็เข้าไปพังข้าวของจริงค่ะ ยอมรับผิดค่ะ หนูผิดที่ไปพังของ แต่เขาก็ด่าพ่อด่าแม่หนูเหมือนกันค่ะ แล้วฝ่ายชายก็พยายามจะให้หนูอยู่นั่น ไม่ให้หนูกลับบ้าน บอกว่าอยู่นี่แหละไม่ต้องกลับหรอก เดี๋ยวจะเลี้ยงเอง จากนั้นก็มีการดึงยื้อแย่งกัน ก็พังตามที่เห็นนั่นละค่ะ วันนี้ก็มาแสดงความรับผิดชอบ ตกลงกันว่าจะชดใช้ค่าเสียหาย ก็รอสิ้นเดือนค่ะจะจ่ายทีเดียวเลย

ผู้สื่อข่าวถามต่ออีกกรณีหนึ่งเรื่องชีวิตคู่ โดยฝ่ายหญิงบอกว่า คงได้ต่างคนต่างไปค่ะ เดี๋ยวลูกหนูเลี้ยงเองค่ะ หนูเลี้ยงเองได้เหมือนกันค่ะพี่ เลี้ยงได้ค่ะ

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า เมื่อเช้าได้คุยกับฝ่ายชาย เขาก็สุภาพบุรุษนะ เขาบอกว่าเขาก็จะยอมรับเลี้ยงลูกเหมือนกัน ถ้าเกิดคลอดมาแล้ว อยากให้เขาเอาลูกมาเลี้ยง เอามาไว้กับเขาก็ได้ ย่าเขาเองก็อยากจะเลี้ยงหลานเหมือนกัน ตัวเรามองว่ายังไง คิดยังไง ฝ่ายหญิงบอกว่า ขนาดสินสอดยังขนาดนี้แล้ว ก็ไม่เป็นไร เก็บเงินของคุณไว้เถอะค่ะ แต่ว่าก็หนูเลี้ยงเองได้ค่ะ หนูเลี้ยงเองดีกว่า แม่ก็จะช่วยเลี้ยงหลาน ถึงลูกไม่อยู่ไปทำงานหาเงินแม่เองก็จะเลี้ยงหลานต่อไป จบทางใครทางมัน