หน้าแรก ภูมิภาค รวบชายหลอกยาย...

รวบชายหลอกยายวัย 71 ปี หุ้นซื้อรางวัลที่ 1 จากต่างด้าว สูญ 4.3 แสน พบฉ้อโกง 9 คดี หนีมา 10 ปี

7.01.25 | 20:01 น.

รวบชายหลอกยายวัย 71 ปี หุ้นซื้อรางวัลที่ 1 จากต่างด้าว สูญเงิน 4.3 แสน พบฉ้อโกง 9 คดี หนีมา 10 ปี


เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2568 พ.ต.อ.ชาณภาค สุวรรณชื่น ผกก. พ.ต.ท.กิตติพงษ์ กิจก้าวเจริญกุล รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.วันชัย ศรีระภักดิ์ สว.สส.สภ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา นำหมายศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสืบสวน ภ.จว.สิงห์บุรี ไปจับกุมตัว นาย พิสัยสิทธิ์ อายุ 63 ปี ในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกง ปลอมเอกสารราชการ และใช้เอกสารราชการปลอม ได้ที่ จุดกวดขันวินัยจราจรสถานีตำรวจภูธรพรหมบุรี(ถนนสายเอเชีย) ม.3 ต.พรหมบุรี อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี พร้อมด้วยของกลาง เป็นรถยนต์เก๋ง คันที่ใช้ก่อเหตุแผ่นป้ายทะเบียนปลอม ใบรายงานผลการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลจำนวน 4 ฉบับ

หลังจากก่อเหตุ หลอกลวง นางสาว สมพงษ์  อายุ 71 ปี ผู้เสียหาย ว่า มีชาวเมียนมาเก็บลอตเตอรี่ รางวัลที่ 1 จำนวน 1 ใบ แต่ชาวเมียนมา ไม่สามารถไปขึ้นเงินรางวัลได้ จึงมาชักชวนกันหุ้นเพื่อซื้อลอตเตอรี่จากชาวเมียนมา แล้วนำเงินมาแบ่งกัน ผู้เสียหายหลงเชื่อ ไปเบิกงานธนาคารมาให้ผู้ต้องหา สูญเสียเงินไป 4.3 แสนบาท

หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้ นางสาว สมพงษ์ ผู้เสียหาย ได้เดินทางมาดูหน้าผู้ต้องหา พร้อมกับเล่าเรื่องราวให้ฟังว่า เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2567 ที่ผ่านมา ตนเองกำลังไปนาที่ทำเอาไว้ ใน ม.1 ตงแม่ลา อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ได้มีชายขับขี่รถยนต์เก๋ง สีดำ อ้างว่าเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเกษตรมาที่ดิน มาพร้อมกับหญิงสาว แต่งตัวดี อ้างว่าจะจะมาซื้อที่ดิน

Advertisement

ระหว่างนั้น มีคนร้ายอีกคนร้ายอีกคน อ้างตัวเป็นชาวเมียนมา เป็นคนงานขายอุปกรณ์ทางการเกษตร เข้ามาพูดคุยด้วยเสนอขายอุปกรณ์ทางการเกษตร แล้วทำลอตเตอรี่ตก ผู้ต้องหา ทำทีเป็นก้มเก็บ ลอตเตอรี่ตกเอาไว้ พร้อมกับมีการตรวจรางวัลลอตเตอรี่ พบว่าถูกรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 พ.ย.2567 แต่ผู้ต้องหาบอกว่า เป็นของชาวเมียนมา ไม่สามารถนำลอตเตอรี่เงินไปขึ้นเงินรางวัลได้ จึงมีการพูดคุย จะขอซื้อลอตเตอรี่จากชาวเมียมา ในราคา 1 ล้านบาท

ผู้ต้องหาได้สอบถามตนเองว่ามีเงินหรือไม่ พร้อมชักชวนตนเองให้นำเงินมาหุ้นกันซื้อลอตเตอรี่ แล้วนำสลากไปขึ้นเงินรางวัลจำนวน 6 ล้านบาท แล้วนำมาแบ่งกัน 3 คน ตนหลงเชื่อ จึงให้ผู้ต้องหาขับรถพาไปเบิกเงินสดจำนวน 430,000 บาท ที่ธนาคาร ในตัวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยคนร้ายนั่งรอในรถหน้าธนาคาร หลังจากเบิกเงินมาให้กับผู้ต้องหา ผู้ต้องหาได้ให้ลอตเตอรี่ มัดใส่ถุงอย่างแน่นหนาส่งให้ตนเก็บไว้ แล้วขับรถมาส่งตนเอง พร้อมกับให้ตนเอง นำลอตเตอรี่ไปขึ้นเงินรางวัล แล้วจะกลับมารับส่วนแบ่ง กลับมาถึงบ้าน จึงเปิดถุงดูว่าเป็นลอตเตอรี่ปลอม จึงรู้ว่าถูกลอกสูญเสียเงินไป เสียดายเงินมากตนเองเก็บสะสมเงินมาจากการทำนา จนเกือบหมดตัว จึงไปแจ้งความลงบันทึกไว้ที่สภ. นครหลวง

นางสาว สมพงษ์ กล่าวอีกว่า กลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 3 คน พูดจาหว่านล้อม แสดงละครสร้างเรื่องราว จนเหมือนจริงมาหลอกตนเอง เรื่องมันประจวบกับก่อนหน้าที่จะเกิดเรื่อง มีพระทักมาว่าตนเองจะได้จับเงินล้าน ตนเองยิ่งปักใจเชื่อว่าจะเป็นลาภลอย จึงหลงเชื่อถูกผู้ต้องหาหลอกสูญเสียเงิน

ในเบื้องต้นนายพิสัยสิทธิ์ ผู้ต้องหา ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่จากพยานหลักฐานทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด และผู้เสียหายยืนยันจำรูปร่างใบหน้าของผู้ต้องหาได้อย่างชัดเจนจึงรวบรวมพยานหลักฐาน ขอศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ออกหมายจับ นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ต้องหา มีหมายจับ ในข้อหา ทั้ง “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น” และ“ลักทรัพย์” ตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบัน รวม 9 หมาย ทั้งใน จ.พระนครศรีอยุธยา กำแพงเพชร นครสวรรค์ พิษณุโลก อุทัยธานี กำแพงเพชร

คือ 1. ปี 2567 สภ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น” 2. ปี 2559 สภ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “1) ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น 2) ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น 3) ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น” 3.ปี 2559 สภ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกง 4. ปี 2557 สภ.วังทอง จ.พิษณุโลก ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกง” 5. ปี 2557 สภ.เมืองกำแพงเพชร จ.กำแพงเพชร ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกง” 6. ปี 2556 สภ.เมืองกำแพงเพชร จ.กำแพงเพชร ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกง” 7. ปี 2556 สภ.เมืองอุทัยธานี จ.อุทัยธานี ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ลักทรัพย์” 8. ปี 2556 สภ.เมืองอุทัยธานี จ.อุทัยธานี ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ลักทรัพย์” 9. ปี 2554 สภ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกง”