หน้าแรก ภูมิภาค โคราชเดือด! ส...

โคราชเดือด! สุนทร ร้องกกต. สอบ ยลดา ผู้สมัครนายกอบจ. เพื่อไทย โอนงบมิชอบ ส่อผิดกม.เลือกตั้งท้องถิ่น

8.01.25 | 15:58 น.

โคราชเดือด! สุนทร ร้องกกต. สอบ มาดามหน่อย ผู้สมัครนายกอบจ. เพื่อไทย โอนงบมิชอบ ส่อผิดกม.เลือกตั้งท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 8 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเลือกตั้งนายกอบจ.และ ส.อบจ.นครราชสีมา ยังคงมีความเข้มข้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องของการร้องเรียนผู้สมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ. ซึ่งล่าสุดนายสุนทร แพงไพรี ทนายความ ชาว อ.เมืองนครราชสีมา ได้นำหลักฐานเป็นเอกสารการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา สมัยสามัญ สมัยที่ 2 ครั้งที่ 3 ประจำปี 2567 ซึ่งประชุมไปเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2567 ที่ห้องประชุมสภา อบจ.นครราชสีมา ต.มะเริง อ.เมือง จ.นครราชสีมา มาเปิดเผยต่อสื่อมวลชน โดยเป็นหนังสือการเสนอญัตติ ที่มีลายเซ็นลงชื่อนางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา ในขณะนั้น เกี่ยวกับการโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 เพื่อโอนตั้งจ่ายรายการใหม่เนื่องจากวัสดุครุภัณฑ์เดิมชำรุด และมีครุภัณฑ์ไม่เพียงพอกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีทั้งหมด 86 รายการ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 23,873,918 บาท ก่อนที่จะนำไปยื่นให้กับผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมา

นายสุนทรฯ กล่าวว่า หลังจากที่ตนเองนำเรื่องร้องเรียนให้ กกต.ประจำจังหวัดนครราชสีมา ตรวจสอบนางยลดา หวังศุภกิจโกศล ผู้สมัครนายก อบจ.นครราชสีมา เบอร์ 2 พรรคเพื่อไทย ไปเมื่อวันที่ 3 ม.ค.68 กรณีมีเหตุอันสงสัยว่า นางยลดาฯ และพวกที่เป็น ส.อบจ. จำนวน 35 คน กระทำการขัดต่อพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น แต่ทาง กกต.บอกว่าข้อมูลที่นำมายื่นเป็นเพียงข้อมูลข่าวในออนไลน์เท่านั้น ไม่ใช่เอกสารการประชุมจริง ดังนั้นวันนี้ตนเองก็ได้ไปขอคัดลอกสำเนาเอกสารจริง ที่มีลายเซ็นของนางยลดาฯ และปลัด อบจ.นครราชสีมา มาครบถ้วน เพื่อเตรียมนำไปยื่นเพิ่มเติมให้กับ ผอ.กกต.ประจำจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งไม่ใช่ร้องเรียนให้มีการตรวจสอบคุณสมบัติ เพราะการตรวจสอบคุณสมบัติผ่านไปแล้ว แต่ตนต้องการจะยื่นให้ตรวจสอบการกระทำผิด พ.ร.บ.การเลือกตั้งท้องถิ่นฯ หรือไม่ เพราะการกระทำดังกล่าวอยู่ในห้วงไม่เกิน 90 วัน เนื่องจากนางยลดาฯ ได้ลาออกจากตำแหน่งนายก อบจ.นครราชสีมา วันที่ 12 ธ.ค.67 พร้อมกับ ส.อบจ.อีก 15 คน ซึ่งนับแต่วันถัดจากวันที่มีการประชุมลงมติ มีระยะเวลา 89 วัน

ดังนั้นการกระทำของนางยลดาฯ กับพวก จึงมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นการกระทำฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 (และแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2) พ.ศ.2566 มาตรา 65 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง ซึ่งมีโทษตามมาตรา 126 แห่งกฎหมายดังกล่าวหรือไม่ เนื่องจากเป็นการประชุมอนุมัติโครงการหรือกิจกรรมใหม่ ซึ่งมีลักษณะเป็นการจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น จัดทำให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ให้แก่ผู้ใด เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้ ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม แก่ชุมชน สมาคม มูลนิธิ วัดหรือศาสนาอื่นๆ สถานศึกษา สถานสงเคราะห์ หรือสถาบันอื่นใด ภายในเก้าสิบวันก่อนลาออกจากตำแหน่งของผู้บริหารท้องถิ่น และโครงการหรือกิจกรรมดังกล่าว ไม่มีลักษณะเป็นการบรรเทาทุกข์จากภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติสาธารณะ หรือเป็นโครงการหรือกิจกรรมต่อเนื่อง ที่กระทำเป็นปกติอยู่แล้วหรือเป็นโครงการที่ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี

Advertisement

นายสุนทรฯ กล่าวอีกว่า การที่ตนออกมาร้องเรียนในครั้งนี้ ยืนยันว่าไม่ได้รับใบสั่งมาจากใคร ตนยืนยันว่าไม่มีใบสั่งจากใคร วันนี้ตนเองใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญทุกประการ ในฐานะประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ต้องสามารถตรวจสอบผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ เพราะโคราชต้องมีการเปลี่ยนแปลง ต้องได้คนดีมาทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง ดังนั้นผู้ที่อาสาจะมารับใช้ประชาชน ก็ต้องพร้อมที่จะให้ตรวจสอบทุกเรื่อง โดยอยากให้ กกต.เร่งตรวจสอบให้แล้วเสร็จก่อนถึงวันเลือกตั้ง เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่องบประมาณการจัดการเลือกตั้ง หาก กกต.ไม่ดำเนินการให้แล้วเสร็จและเกิดความเสียหายขึ้นมา ตนเองก็อาจจะต้องร้องเอาผิด กกต. ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.157 ต่อไป

ขณะเดียวกัน นายสุรพงษ์ ทิพย์โอสถ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ขณะนี้ทางสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดนครราชสีมา ได้รับเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับการกระทำอันอาจจะฝ่าฝืน พ.ร.บ.เลือกตั้งท้องถิ่นแล้ว 3 เรื่อง ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการสืบสวนและไต่สวนอยู่

ด้านนายโกวินท์ เหิกขุนทด หัวหน้ากลุ่มงานสืบสวนสอบสวนและพรรคการเมือง กกต.ประจำจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า สำหรับคำร้องที่มีความครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว ทาง กกต.ประจำจังหวัดนครราชสีมา จะต้องดำเนินการสั่งรับคำร้องภายใน 3 วัน แต่หากไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ก็จะแจ้งให้ผู้ร้องทำการแก้ไขคำร้องให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน หลังจากนั้นพนักงานสืบสวนและไต่สวน กกต.ประจำจังหวัดนครราชสีมา ก็จะดำเนินการสืบสวนและไต่สวน โดยแบ่งระยะเวลาครั้งแรก จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 20 วัน หากยังไม่แล้วเสร็จก็จะต้องขอขยายเวลาเพิ่มอีก 15 วัน แต่หากรวมระยะเวลา 35 วันแล้วยังไม่แล้วเสร็จ ก็จำเป็นต้องขอขยายเวลาเพิ่มเป็นครั้งสุดท้ายอีก 15 วัน โดยรวมระยะเวลาการสืบสวนและไต่สวนทั้งหมด ต้องไม่เกิน 50 วัน นับจากวันที่มีผู้ร้องเรียน ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในการดำเนินการสืบสวนและไต่สวน จำนวน 3 เรื่อง ซึ่งข้อมูลการร้องเรียนจะไม่ขอเปิดเผย เพราะอาจจะส่งผลได้ ผลเสียต่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง ที่จะส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งได้