บุกรวบสองผัวเมีย ขโมยพระเครื่องมูลค่านับล้าน โพสต์ขายเหมาผ่านเฟซบุ๊ก
เมื่อวันที่ 9 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ขอนแก่น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนพยัคฆ์ สภ.เมืองขอนแก่น นำหมายจับและหมายค้นจากศาลจังหวัดขอนแก่น เข้าแสดงตัวขอตรวจค้นที่ร้านจำหน่ายอะไหล่รถยนต์แห่งหนึ่ง ม.15 ตลาดพันล้าน ต.เมืองเก่า อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น หลังสืบทราบว่า เป็นสถานที่ทำงานของนายอรัญ (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี และ นางนิภาพร(สงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี ผู้ต้องหาที่ได้ร่วมกันก่อเหตุลักทรัพย์พระเครื่อง จำนวนหลายรายการ มูลค่าประมาณ 1,000,000 บาท ของ นายเกียรติชัย (สงวนนามสกุล)ที่เก็บไว้ภายในบ้าน ม.9 ต.เมืองเก่า อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น ไป โดยผู้เสียหายได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ เมื่อวันที่ 6 ม.ค.2568 ที่ผ่านมา ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน จะสืบสวนจับกุมตัวผู้ต้องหาได้พร้อมของกลางที่เก็บไว้ภายในห้องพัก

พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า หลังจากที่ผู้เสียหายได้เดินทางเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งรัดหาตัวผู้ก่อเหตุ จนทราบว่า ผู้ที่ร่วมกันก่อเหตุ คือ นายอรัญ และนางนิภาพร สองสามีภรรยา โดยหนึ่งในหลักฐานที่เจ้าหน้าที่สืบทราบคือ พบว่าบัญชีเฟซบุ๊กของผู้ต้องหา มีการถ่ายภาพพระเครื่องที่เชื่อว่าเป็นของนายเกียรติชัย ผู้เสียหาย ประกาศขายทางเฟซบุ๊ก ซึ่งนายอรัญได้คบหากับนางนิภาพร ที่เคยทำงานเป็นแม่บ้านและได้ลาออกไปก่อนแล้ว จึงได้ขออนุมัติศาลออกหมายค้นและหมายจับดังกล่าว เดินทางไปยังสถานที่ที่ผู้ต้องหาทำงานอยู่
เมื่อเข้าไปที่ร้านดังกล่าวพบนายปฏิพล (สงวนนามสกุล) อายุ 64 ปี แสดงตนเป็นเจ้าของร้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้แสดงหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่น และเริ่มทำการตรวจค้น ในขณะกำลังตรวจค้นร้านดังกล่าว พบนายอรัญและนางนิภาพร ผู้ต้องหา จึงได้ขอตรวจค้นตัวนายอรัญ ผลการตรวจค้นพบพระเครื่องมเหศวร พิมพ์เดี่ยว เนื้อชินเงิน จำนวน 1 องค์ ซึ่งนายอรัญได้ห้อยติดไว้กับสร้อยคอลักษณะคล้ายทองคำ โดยอ้างว่าเป็นของนางนิภาพร ภรรยา

พ.ต.อ.ยศวัจน์ เผยต่อว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ให้ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย พาไปตรวจค้นที่ห้องเช่าไม่ทราบเลขที่ ภายใน ซ.ทหาร ถ.รอบบึงแก่นนคร ต.เมืองเก่า อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น ห้องเช่าที่พักของนายอรัญ และนางนิภาพร ก่อนพบสิ่งของหลายรายการ ประกอบด้วย
- พระเครื่องพระพุทธชินราช อินโดจีน พิมพ์ขาปิ่นโต จำนวน 1 องค์
- พระเครื่องหลวงปู่ทอง พิมพ์กลาง จำนวน 1 องค์
- พระเครื่องหลวงปู่ทวดพุทธซ้อน เนื้ออัลปาก้า จำนวน 1 องค์
- พระเครื่องหลวงปู่ทวดวัดช้างให้ ปี 2508 จำนวน 2 องค์
- พระเครื่อง พิมพ์สมเด็จ เนื้อผง จำนวน 3 องค์
- พระเครื่องซุ้มกอ เนื้อดิน จำนวน 1 องค์
- พระเครื่องมเหศวร พิมพ์เดี่ยว เนื้อชินเงิน จำนวน 1 องค์
- สร้อยคอลักษณะคล้ายทองคำ จำนวน 1 เส้น
- พระเครื่องหลวงปู่ทวดวัดช้างให้ ปี 2508 จำนวน 1 องค์
- พระเครื่องท้าวเวสสุวัน พิมพ์ใบมะขาม เนื้อทองแดง จำนวน 1 องค์
- พระเครื่องหลวงปู่ทวด พิมพ์ก้นกลวง วัดช้างให้ จำนวน 1 องค์
- แหวนทองฝังหยก จำนวน 1 วง
- โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ ซัมซุง รุ่น กาแล็กซี เอ 13 สีดำ จำนวน 1 เครื่อง
- โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ ซัมซุง รุ่น กาแล็กซี เอ 02 สีดำ จำนวน 1 เครื่อง
- โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ เร้ดมี่ รุ่น โน๊ต 13 5G สีดำ จำนวน 1 เครื่อง
ต่อมานางนิภาพรฯ ให้การยอมรับว่า ตนเองได้ลักขโมยพระเครื่องตามรายการดังกล่าวมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมาที่ สภ.เมืองขอนแก่น
จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยนายอรัญ ให้การว่า หลังจากที่ขโมยพระเครื่องมาได้ ตนเองได้นำไปโพสต์ขายบนเฟซบุ๊กในลักษณะขายราคาแบบเหมา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหากับนายอรัญและนางนิภาพร ในฐานความผิด “ร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานหรือรับของโจร” ก่อนจะนำตัวส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

