ชาวไร่อ้อยโอด ไม่ทันตั้งตัว สั่งปิดโรงงานน้ำตาลกะทันหัน ตกค้างทะลุ 2 พันคัน จ่อยกระดับปิดถนน
เมื่อวันที่ 16 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี ที่โรงงานน้ำตาลไทยอุดรธานี และโรงไฟฟ้าไทยอุดรธานีเพาเวอร์ ยังคงไม่มีการเดินเครื่องจักร ตามคำสั่งของกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ในกรณีนำอ้อยไฟไหม้เข้าโรงงานน้ำตาลฯเกิน 25% ตามประกาศของกรมโรงงานฯ ทำให้รับอ้อยไฟไหม้สะสมสูงสุด และประเด็นโรงไฟฟ้าประกอบกิจการอาจจะก่อให้เกิดอันตรายอย่างรายแรง ส่งผลต่อชีวิตและทรัพย์สิน จึงมีคำสั่งด่วนที่สุดให้บริษัท ระงับการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายทั้งหมด จนกว่าจะปรับปรุงแก้ไขโรงงานให้ถูกต้อง มาตั้งแต่เย็นวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา ตามที่ได้นำเสนอเป็นข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด ยังคงมีรถบรรทุกอ้อยทยอยวิ่งเข้ามารอส่งเข้าโรงงานเพิ่ม จากที่เมื่อวานนี้ (15 ม.ค.) ตกค้างอยู่ราว 1,200 คัน วันนี้ได้เพิ่มเป็น 2,000 คัน ทำให้ลานจอดรถ 2 และ 3 มีรถบรรทุกจอดจนเต็มพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีบางส่วนจอดรออยู่ริมถนนรอบโรงงานอีกด้วย ทั้งนี้ สมาคมชาวไร่อ้อยอีสานเหนือไทยอุดรบ้านผือ ได้นำเต็นท์มากางหน้าลานเพิ่มเติม และได้จัดพนักงานลูกจ้างของสมาคมมาคอยให้ข้อมูล และแจกข้าวกล่องวันละ 3 มื้อ โดยชาวไร่อ้อยและโชเฟอร์รถบรรทุกได้อาศัยเต็นท์และร่มไม้โดยรอบเป็นที่พักรอฟังข่าว

ด้านโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้า ตั้งแต่ออกมาแจ้งสมาคมบ่ายเมื่อวาน ว่ามีคำสั่งจากกรมโรงงานฯให้ปิด จากนั้นก็ยังไม่ได้ออกมาชี้แจงเพิ่มหรือติดประกาศแจ้งเหมือนทุกครั้ง มีเพียงกระแสข่าวออกมาว่า ทางโรงงานกำลังรวบรวมหลักฐาน เดินทางไปรายงานส่วนกลาง เพื่อขอเอาอ้อยไฟไหม้ที่ตกค้าง 1,200 คัน เข้าโรงงานจากวันละ 25% เป็นวันละ 40% เมื่ออ้อยไฟไหม้ตกค้างหมดแล้ว อ้อยที่เข้าโรงงานจะเป็นอ้อยสดทั้งหมด ทั้งนี้ อ้อยไฟไหม้ที่ตกค้างนานเกิน 72 ชม.แล้ว สุ่มเสี่ยงที่อ้อยจะเป็น “เชื้อรา” หรือ “อ้อยเน่า” และความหวานต่ำกว่า 10 ซีซีเอส จะต้องขนอ้อยไปทิ้ง ไม่สามารถนำเข้าโรงงานได้
นายอานนท์ มโยธี อายุ 30 ปี ชาวไร่อ้อย อ.บ้านผือ เปิดเผยว่า ตนทำไร่อ้อยเกือบ 1 พันไร่ รวมทั้งของลูกไร่ด้วย รถขนอ้อยติดอยู่ที่โรงงานได้ 4-5 วันแล้ว มูลค่าอ้อยประมาณ 5-6 แสนบาท อยากอ้อนวอนรัฐบาลและกระทรวงอุตสาหกรรม ขอให้อะลุ่มอล่วยให้ชาวไร่ด้วย ขอให้เอาอ้อยไฟไหม้ที่ตกค้างมาหีบก่อน หลังจากนั้นชาวไร่หรือลูกไร่ของเราก็จะปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล ความอัดอั้นของชาวไร่ก็เป็นอย่างที่เห็น เพราะอ้อยติดอยู่ที่นี่จำนวนมาก เกิดความเสียหายหลายล้านบาท ไม่ใช่แค่ตนที่เดือดร้อน พี่น้องชาวไร่ที่นี่เดือดร้อนกันทั้งหมด หากอ้อยเน่าเสียหาย ก็ต้องรอท่าทีของสมาคมว่าจะจัดการต่อไปอย่างไร ขอสู้ให้ถึงที่สุด เพื่อที่จะได้ลงอ้อย

นายนิพัฒน์ ลัทธิพงษ์ อายุ 49 ปี ชาวไร่อ้อย อ.บ้านผือ เปิดเผยว่า ทำไร่อ้อยประมาณ 100 ไร่ ไม่ว่าจะเป็นอ้อยสดหรืออ้อยไฟไหม้ ตอนนี้ทุกคนเดือดร้อนกันหมด แต่ที่เดือดร้อนที่สุด คือ อ้อยไฟไหม้ เพราะอ้อยสดยังมีแนวโน้มที่จะได้ลงอ้อย ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะได้เทอ้อยไฟไหม้เลย หากเกิน 5 วันแล้ว จะเป็นอ้อยเสีย น้ำหนักก็จะลดลง ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจะเอาอ้อยไปไว้ที่ไหน ที่เขาบอกว่าการเผาอ้อยส่งผลต่อฝุ่น PM2.5 ชาวไร่ก็จะต้องทำตามนโยบาย จะกลับมาตัดอ้อยสด แต่ก็ขอเวลาหน่อย เพราะยังมีอ้อยไฟไหม้ตกค้างอยู่เยอะ หากจะเก็บให้หมดต้องใช้เวลาอย่างน้อย 10 วัน ถ้าหยุดชะงักอยู่แบบนี้ มันไม่มีทางทำได้
“หากต้องตัดอ้อยสด เราก็ต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มขึ้น แต่ก็พร้อมทำตาม ซึ่งอยากให้รัฐบาลมาช่วยเหลือตรงนี้ด้วย ต้นทุนอ้อยไฟไหม้ 1 กอง ประมาณ 3-4 บาท หากเป็นอ้อยสดจะประมาณ 10-15 บาท ต้นทุนจะเพิ่มขึ้น 2-3 เท่าตัว หากไม่เข้ามาช่วยชาวไร่อยู่แทบจะไม่ได้ หลังมีคำสั่งปิดโรงงาน บอกได้คำเดียวว่ามืดแปดด้าน ไม่รู้ว่าจะเอาอ้อยไปไหน ทำได้อย่างเดียวคือรอ และอ้อนวอนผู้หลักผู้ใหญ่ที่รับผิดเรื่องนี้ให้มาช่วยเหลือชาวไร่ ขอให้ได้เทอ้อย แล้วจะได้กลับไปเก็บอ้อยที่เหลืออีกในไร่ ต่อไปก็เป็นอ้อยสด นี่คือสิ่งที่ชาวไร่คุยกันไว้ ขอให้เห็นใจพวกเราด้วย” นายนิพัฒน์กล่าว

นายวรพจน์ บุรุษภักดี อายุ 68 ปี เลขาธิการสมาคมชาวไร่อ้อยอีสานเหนือ ไทยอุดรบ้านผือ เปิดเผยว่า หลังมีคำสั่งปิดโรงงาน พวกเราชาวไร่อ้อยเดือดร้อนอย่างมาก จากปริมาณรถอ้อยที่ตกค้างจากเมื่อวาน 1,300 คัน ตอนนี้เพิ่มเป็น 2,000 คันแล้ว หากไม่ได้ลงอ้อยภายใน 1-2 วันนี้ อ้อยก็จะบูดและเน่า น้ำหนักจะลด ค่าความหวานจะน้อยลง ค่าอ้อยก็จะลดลงตามลำดับ หรืออาจจะถึงขั้นเสียหายมาก ทำน้ำตาลไม่ได้ จะได้แต่ซากอ้อยและกากน้ำตาล แต่ที่หนักใจที่สุดคือหาก เน่าเสียแล้วโรงงานไม่รับซื้อ เราจะเอาไปทำอะไร เอาไปทิ้งที่ไหน จะไปขายให้ใคร
“ตอนนี้ถือว่าเข้าขั้นวิกฤตแล้ว ซึ่งบอกได้คำเดียวว่าเหนือกว่าวิกฤตก็คือมันสุดยอดแล้ว แนวทางการต่อสู้ เราคุยกันแล้วว่า อาจจะถึงขั้นปิดถนน เพื่อเรียกร้องให้แก้ไขปัญหา ตอนแรกที่ จ.อุดรธานี ได้ประชุมแก้ไขปัญหา ที่จะรับอ้อยไฟไหม้ 40% เราก็ยังชื่นชมท่านผู้ว่าฯอยู่เลย นโยบาย 25% ก็ยังมีอยู่ แต่มาสั่งปิดไปแบบนี้ มันหักดิบกัน มันเป็นไปได้ยังไง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องดูทางผู้ใหญ่ของเราจะว่ายังไง แต่ในใจชาวไร่นั้นมันสุดๆ แล้ว ส่วนที่บอกว่ามีชาวไร่บางส่วนนำอ้อยไปโรงงานอื่น มองว่าเป็นข่าวยังไม่กรอง ตอนนี้เรายังไม่มีรายงานเข้ามา” นายวรพจน์กล่าว

นายวรพจน์เปิดเผยอีกว่า ส่วนรถขนอ้อยที่เพิ่มจำนวนขึ้นนั้น เป็นไปตามข้อตกลงของจังหวัด ที่ระบุว่ารถที่ลงอ้อยไฟไหม้ไปแล้ว ให้นำอ้อยสดกลับเข้ามา ส่วนนี้ก็เป็นอ้อยค้างไร่ เอามาด้วยความหวังน้อยๆ เพื่อมาเติมในส่วน 25% แต่ก็มาถูกหักดิบแบบนี้ ทั้งอ้อยสดอ้อยไฟไหม้ก็มากองอยู่อย่างที่เห็น เรายอมรับนโยบาย แต่เมื่อถึงที่สุดแล้วก็คงต้องลงถนน เราไม่ได้อยากสร้างความเดือดร้อน แต่ถึงที่สุดแล้วก็คงต้องทำ อยากให้มองเห็นหัวอกชาวไร่บ้าง อ้อยไม่ได้ทำง่ายๆ มีคนทำร้อยพ่อพันแม่ มีทั้งคนเข้าใจและไม่เข้าใจนโยบาย อ้อนวอนขอให้ผ่านปีนี้ไปก่อน ปีหน้าก็ว่ากันใหม่ เราพร้อมทำตาม ตัวเลขที่มันมีปัญหาก็จะลดลง เราไม่ใช่คนดื้อ เราไม่ใช่คนรั้น

