หน้าแรก ภูมิภาค ผู้เชี่ยวชาญ ...

ผู้เชี่ยวชาญ ชี้เคสพยาธิออกจากปาก อาจเป็น พยาธิตืดวัว เตือนคนกินของดิบ พบหมอปีละ 1 ครั้ง

16.01.25 | 20:48 น.

ที่ปรึกษาศูนย์วิจัยโรคปรสิต มทส. ชี้เปิบก้อย-จุ๊ เสี่ยงติดพยาธิตืดสูง ทำป่วยปวดท้องคลื่นไส้รุนแรง ตัวเต็มวัย ‘ปล้องสุก’ สามารถโผล่ทางทวารมากับอุจจาระเห็นได้ด้วยตาเปล่า วอน ปชช.อย่าเสี่ยง

จากกรณีเพจ “อีซ้อขยี้ข่าว” โพสต์คนไข้รายหนึ่งนอนให้แพทย์คีบพยาธิออกจากปาก ซึ่งในโพสต์มีทั้งภาพนิ่งและคลิปวิดีโอความยาว 38 วินาที พร้อมระบุข้อความว่า “เหมาะสำหรับคนชอบกินดิบควรดูไว้ พวกซอยจุ๊ ซกเล็ก ลาบดิบ ถ้าเป็นตืดวัวจะยาว 5-10 เมตร ถ้าตืดหมู 2-4 เมตร” หลังจากโพสต์ออกไปได้มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นและแชร์โพสต์จำนวนมาก ต่อมาเพจ “หมอแล็บแพนด้า ก็ได้แชร์โพสต์ดังกล่าว พร้อมเตือนประชาชนตามที่เป็นกระแสข่าวอยู่ในขณะนี้นั้น

เมื่อวันที่ 16 มกราคม ผศ.ดร.ณัธคพัชฬ รัตนพิทูลย์ ที่ปรึกษาศูนย์วิจัยโรคปรสิต สำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) จ.นครราชสีมา และประธานกรรมการ บริษัทศูนย์การแพทย์เอฟเอ็มซี จำกัด เปิดเผยว่า พยาธิที่เห็นในโพสต์มีความเป็นไปได้มากที่สุดคือ พยาธิตืดวัว รองลงมาอาจเป็น ตืดหมู ซึ่งผู้ที่เป็นพยาธิตืดวัวจะมาจากการกินเนื้อวัวดิบ ส่วนผู้ที่เป็นพยาธิตืดหมูจะมาจากการกินเนื้อหมูดิบ โดยในบ้านเราและทั่วโลกเจอพยาธิตืดวัวได้บ่อยกว่าพยาธิตืดหมู ซึ่งคนที่กินเนื้อวัวดิบ หรือเนื้อหมูดิบที่อยู่ในระยะติดต่อ เรียกว่า “เม็ดสาคู” มีลักษณะเป็นถุงขาวๆ คล้ายเม็ดสาคู แทรกอยู่ในเนื้อวัวเนื้อหมู ถ้ากินก้อยหรือจุ๊ ก็อาจจะติดพยาธิตืดได้

ผศ.ดร.ณัธคพัชฬกล่าวว่า ส่วนการที่แพทย์ดึงพยาธิตืดออกมาทางปาก กรณีที่เป็นไปได้ก็คือผู้ป่วยมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้ แล้วอาเจียนออกมา โดยมีพยาธิตืดปนมาด้วย อีกกรณีคือแพทย์เจ้าของเคสอาจจะให้การรักษาผู้ป่วยซึ่งมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง หรือมีการอุดตันของลำไส้ จึงส่องกล้องเข้าไปตรวจว่าว่ามีอะไรอุดตันอยู่ หากเจอพยาธิตืดก็จะคีบพยาธิออกมา เพราะให้ยารักษาเฉยๆ โดยไม่เอาสิ่งที่อุดตันออก ผู้ป่วยอาจจะเป็นอันตรายได้

Advertisement

“โดยปกติถ้าผู้ป่วยมีพยาธิตืดวัวในร่างกายจำนวนไม่มาก หรือมีการติดเชื้อเพียงเล็กน้อย จะทำให้เกิดอาการปวดท้อง ไม่สบายท้อง หรือคลื่นไส้อาเจียน ซึ่งอาการเหล่านี้จะแยกอาการค่อนข้างยาก เพราะจะคล้ายๆ ผู้ป่วยที่เป็นกระเพาะอาหารอักเสบ หรือลำไส้อักเสบ แต่ถ้าในร่างกายมีพยาธิตืดจำนวนมาก หรือพยาธิตืดมีขนาดใหญ่ ก็อาจไปอุดตันลำไส้ หรือท่อทางเดินน้ำดี จะทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง คลื่นไส้อาเจียน มีพยาธิตืดออกมาได้ แต่พยาธิตืดนี้จะไม่ทำให้ป่วยถึงขั้นเสียชีวิต” ผศ.ดร.ณัธคพัชฬระบุ

ผศ.ดร.ณัธคพัชฬกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม หากมีพยาธิตืดอยู่ในร่างกายอาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดท้องเล็กน้อย ไปจนถึงปวดท้องเรื้องรัง และเมื่อพยาธิตืดเจริญเติบโตเต็มวัยก็มักจะโผล่ออกมาให้เราเห็นทางรูทวาร ซึ่งเราจะเรียกว่า “ปล้องสุก” และปล้องสุกก็จะมีไข่เต็มก้น หลุดออกมาทางทวาร ทำให้เรารู้สึกคันที่บริเวณรูทวาร จะรู้สึกปวดเบ่งเหมือนอยากถ่ายอุจจาระ โดยผู้ป่วยจะสามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่าเมื่อถ่ายอุจจาระ แต่ต้องให้พยาธิตืดเจริญเติบโตในร่างกายสักระยะก่อน จึงจะออกปนมากับอุจจาระ

“ฝากไปถึงพี่น้องประชาชนที่ชื่นชอบ หรืออยากลองการเปิบเนื้อดิบ หรือหมูดิบ หมั่นให้แพทย์ตรวจอุจจาระอย่างน้อย 1 ครั้งต่อปี ไม่แนะนำให้ไปซื้อยากินเอง แต่ถ้าจะซื้อยากินเองโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ก็ขอให้ปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกรก่อน เพราะยาแต่ละชนิดใช้รักษาพยาธิแตกต่างกันและมีผลข้างเคียง ยังไม่มียาที่ใช้รักษาพยาธิได้ทุกชนิด ฉะนั้น ต้องระมัดระวังและต้องตรวจพยาธิก่อน” ผศ.ดร.ณัธคพัชฬ