ผู้ว่าอุดรฯ ห่วงใยสถานการณ์ชาวไร่อ้อย คาดยุติปัญหาเปิดโรงงานน้ำตาลไทยอุดรธานีภายในวันนี้
จากกรณีโรงงานน้ำตาลไทยอุดรธานีและโรงงานนำไฟฟ้าไทยอุดรธานีเพาเวอร์ ต.คำบง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ถูกสั่งปิดปรับปรุงชั่วคราว ทำให้มีอ้อยไฟไหม้และอ้อยสดติดค้างอยู่ในรถบรรทุกกว่า 2,000 คัน เบื้องต้นยังไม่มีความเคลื่อนไหวจากทางโรงงานว่าจะมีการเปิดดำเนินการหีบอ้อยตอนไหน และยังไม่มีคำตอบจากกระทรวงอุตสาหกรรม กระทั่งช่วงค่ำวันที่ 16 มกราคม นายธีระชัย แสนแก้ว ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย และนายกสมาคมชาวไร่อ้อยอีสานเหนือ พร้อมนางเทียบจุฑา ขาวขำ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย มาให้กำลังใจชาวไร่อ้อย ก่อนชี้แจงความคืบหน้าและย้ำว่าหากไม่ได้คำตอบในเร็ววัน จะพาม็อบรถบรรทุกเข้า กทม.เพื่อกดดันต่อไป
ล่าสุด วันที่ 17 มกราคม นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า เราพยายามทำความเข้าใจกับพี่น้องชาวไร่อยู่ ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องเกษตรกร หรือทางโรงงานและชาวบ้านทั่วไป ก่อนหน้านี้ได้ทำความเข้าใจมาแล้วทุกภาพส่วน ซึ่งก็ได้ข้อยุติในเบื้องต้นแล้ว แต่การสั่งปิดโรงงานเป็นความห่วงใยของกระทรวงอุตสาหกรรม ในเรื่องของกระบวนการการผลิต ซึ่งทางโรงงานมีปริมาณการผลิดเยอะ มีเครื่องไม้เครื่องมือ หรืออุปกรณ์มาก เขาคงเป็นห่วงในเรื่องนี้ก็เลยต้องหยุดเพื่อตรวจสอบ ป้องกันเรื่องความเสียหาย หรืออุบัติภัยที่อาจจะเกิดขึ้น
“เบื้องต้นได้ประสานกับกระทรวงอุตสาหกรรมและสำนักงานอุตสาหกรรม จ.อุดรธานี โดยตลอด เราติดตามกันตลอด 24 ชม. เพื่อเร่งตรวจสอบในเรื่องนี้ คาดว่าจะยุติแล้ว ไม่น่ามีปัญหาอะไร โรงงานเองก็ยืนยันว่ามีความปลอดภัย มีความพร้อมในเรื่องนี้ คิดว่าวันนี้น่าจะเปิดได้ ถ้าผ่านการนำเสนอและตรวจสอบของกรมโรงงาน มองว่าเขาก็ทำงานกันเร็วมาก ภายในวันนี้น่าจะยุติว่าจะเป็นยังไง เท่าที่ประสานก็ยังเรียบร้อยดีอยู่ เข้าใจว่ากระบวนการผลิด การเปิดโรงงานจะเกิดขึ้นภายในวันนี้” ผู้ว่าฯอุดรธานีกล่าว
ผู้ว่าฯอุดรธานีกล่าวด้วยว่า นโยบายรับอ้อยไฟไหม้เข้าโรงงาน 25% ก็ยังคงต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด แต่ก็ยอมรับว่าที่ผ่านมามีการปล่อยให้ถึง 40% ได้กำชับกับทางโรงงานมาตลอด เรียกมาพูดคุยแล้วว่าต่อไปนี้จะทำแบบเดิมไม่ได้ เพราะมีกติกาอยู่ ส่วนของพี่น้องเกษตรกรซึ่งเป็นต้นทางในการเก็บผลผลิตเข้าโรงงาน เราก็ทำความเข้าใจกันแล้ว เน้นย้ำให้ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพราะปัญหาที่ผ่านมาก็ยังมีอยู่ โดยเฉพาะเรื่องฝุ่น PM2.5 ต้องยอมรับว่าต้นกำเนิดมาจากการเผาในที่โล่ง เพราะฉะนั้นเมื่อทราบปัญหาและสาเหตุก็ต้องมาช่วยกันแก้ ภาครัฐเองก็ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย จะแก้ไขฝ่ายเดียวไม่ได้
ผู้ว่าฯอุดรธานีกล่าวว่า ในเรื่องการช่วยเหลือพี่น้องชาวไร่ คงต้องไปรวบรวมข้อเท็จก่อน เพื่อนำเสนอหน่วยเหนือขึ้นไปว่าจะช่วยเหลือพี่น้องในช่วงที่หยุดชะงักนี้ไปได้อย่างไร ในส่วนของพื้นที่เองเราเข้าใจในบริบทของพี่น้องเกษตรกร ซึ่งได้ติดต่อประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางของสมาคมไปแล้ว เราคุยกันอยู่ตลอด คุยกันมาตั้งแต่ช่วงปีใหม่ พูดคุยถึงทิศทางในการแก้ไขปัญหา
“เรามีโรงงานน้ำตาลอยู่ 3 โรงในพื้นที่ อ.บ้านผือ เป็นโรงงานขนาดใหญ่ มีการขนส่ง การส่งต่อค่อนข้างจะเยอะ มีรอยต่อกับ จ.หนองบัวลำภู เราก็ต้องทำความเข้าใจกับพี่น้องเกษตรทั้ง 2 จังหวัด ส่วนโรงงานอีก 2 แห่งไม่มีปัญหาอะไร” ผู้ว่าฯอุดรธานีกล่าว

