เพลิงไหม้บ้านวอด แม่เฒ่า 73 หนีตาย สมบัติจมกองไฟ แทบสิ้นเนื้อประดาตัว
เมื่อเวลา 13.15 น. วันที่ 17 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี ศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทอง สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้บ้านเรือนประชาชน ภายในซอยร่วมบำรุง ชุมชนหนองบัว 4 เทศบาลนครอุดรธานี หลังได้รับแจ้งเหตุ ร.ต.ท.หญิง วิลาสิณี อาษานาม รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี ร.ต.อ.สถาพร สวัสดี รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.อ.อารี สินธุรา รองนายก ทน.อุดรธานี พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ สนง.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.อุดรธานี สายตรวจ 191 เจ้าหน้าที่ดับเพลิง สนง.ป้องกันบรรเทาสาธารณภัย ทน.อุดรธานี และอาสากู้ภัยมูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรมสถาน รุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ โดยมีบ้านชั้นเดียวอีก 1 หลังปลูกติดกัน เจ้าหน้าที่ได้ใช้รถดับเพลิง 5 คันระดมฉีดใส่กองเพลิงที่กำลังลุกไหม้ ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.จึงสามารถควบคุมไว้ได้ เบื้องต้น พบว่าบ้านทั้งสองหลังถูกไฟไหม้วอดเสียหายทั้งหมด ทรัพย์สินมีค่า ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ไม่สามารถขนออกมาได้ รถกระบะ 1 คัน รถจักรยานยนต์ 2 คน ที่จอดไว้หน้าบ้าน ถูกไฟไหม้จนเหลือแต่โครงเหล็ก
นางราตรี (สงวนนามสกุล) อายุ 73 ปี พี่เจ้าของบ้าน กล่าวว่า บ้านต้นเพลิงเป็นบ้านของน้องชาย ตอนเกิดเหตุไม่มีใครอยู่บ้าน น้องชายไปงานศพ ส่วนตนทำงานบ้านอยู่ในบ้าน ก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงระเบิดไล่มาตามสายไฟฟ้า พอตนวิ่งออกมาดูก็เห็นไฟไหม้อยู่บ้านบ้านแล้ว ก่อนจะลุกลามมาไหม้บ้านตนต่อ ข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างเสียหายทั้งหมด แก้วแหวน เงินทอง โฉนดที่ดิน ตนก็เอาออกมาไม่ได้สักอย่าง ไฟไหม้ทุกอย่างจนมอดไหม้ไปหมด เสียดายชีวิตตัวเอง เอาของอะไรจากบ้านไม่ได้สักอย่าง

น.ส.วิไลพร (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี ลูกสาวเจ้าของบ้านต้นเพลิง กล่าวว่า บ้านหลังนี้พ่อกับแม่อยู่ด้วยกัน ส่วนตนแยกไปอยู่บ้านอีกหลัง วันนี้พ่อแม่ตนออกไปงานศพ ที่บ้านกุดลิงง้อ ต.นาดี อ.เมืองอุดรธานี ตนเข้ามาบ้านล่าสุดตอนเที่ยงวัน บ้านก็ยังปกติอยู่ ไม่ได้เสียบปลั๊กอะไรไว้เลย บ้านหลังนี้อยู่กันตั้งแต่รุ่นปู่ แต่ก่อนเป็นบ้านชั้นเดียว พ่อได้ปรับปรุงดีดบ้านขึ้นและเปลี่ยนสายไฟฟ้า ได้ประมาณ 10 กว่าปีแล้ว ทรัพย์สินในบ้านไหม้เสียหายหมดเลย เงินทองที่แม่เก็บไว้ใต้ที่นอน ก็คงจะไม่เหลือ จำไม่ได้ว่าแม่เก็บเงินและทองไว้ในบ้านเท่าไหร่
จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่า บ้านต้นเพลิงมีสภาพเก่า สร้างมาแล้วหลายสิบปี ตอนเกิดเหตุไม่มีใครอยู่ในบ้าน น่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งได้ทำการถ่ายภาพที่เกิดเหตุ สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องและผู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด จากนั้นจะได้ประสานตำรวจพิสูจน์หลักฐานเข้าทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป



