หน้าแรก ภูมิภาค ครูศูนย์เด็กเ...

ครูศูนย์เด็กเล็กป่วย ลุกขึ้นปลิดชีพสามีตอนหลับ ลูกเอะใจปลั๊กกล้องถูกถอด ก่อนเจอพ่อเป็นศพ

20.01.25 | 17:07 น.

ครูศูนย์เด็กเล็ก ลุกขึ้นปลิดชีพสามี ขณะนอนหลับ เผยมีอาการป่วย ลูกสาวผิดสังเกตปลั๊กกล้องวงจรถูกถอด แม่ช็อกฝันเป็นลาง เห็นลูกนั่งร้องไห้กลางทุ่งนาจุดเกิดเหตุ

เมื่อวันที่ 20 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีเหตุภรรยาฆ่าปาดคอสามี เหตุเกิดบ้านกลางทุ่งนา บ้านคล้อ หมู่ 7 ต.ดู่ อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายประสิทธิ์ หรือช่างสิทธิ์ อายุ 58 ปีเศษชาว ต.ดู่ อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ โดยสภาพผู้เสียชีวิตนอนคว่ำหน้าอยู่ที่พื้นภายในบ้านที่เกิดเหตุ และมีบาดแผลบริเวณลำคอ ส่วนผู้ก่อเหตุเป็นภรรยาของผู้เสียชีวิต ทราบชื่อต่อมาคือ นางสมจิต อายุ 53 ปี ซึ่งมีอาชีพเป็นครูที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านคล้อ และเป็นผู้ป่วยที่มีอาการทางจิตประสาท ทั้งนี้ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 19 ม.ค.68 ที่ผ่านมา

ล่าสุด เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 20 ม.ค.68 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปที่บ้านกลางทุ่งนาหลังเกิดเหตุ พบลูกสาว และญาติ ได้เข้ามาเอาเสื้อผ้าของนายประสิทธิ์ ผู้ตาย ที่บ้านหลังเกิดเหตุเพื่อจะเอาไปเตรียมเปลี่ยนใส่ให้กับผู้ตายก่อนจะรับศพออกมาจัดพิธีศพที่บ้านพ่อและแม่ของผู้ตายภายในหมู่บ้านบ้านคล้อ จากการสอบถาม น.ส.ปิยะนุช อายุ 22 ปี ลูกสาวของผู้ตาย เปิดเผยว่า ตนเป็นลูกสาวคนที่ 3 ของผู้เสียชีวิต และผู้ก่อเหตุ เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่าปกติแล้วพ่อกับแม่จะนอนอาศัยอยู่ด้วยกัน ที่ทุ่งนาตรงจุดเกิดเหตุนี้ทุกวัน ทุกวันแม่ตนก็ใช้ชีวิตปกติและไปสอนเด็กนักเรียนที่ศูนย์เด็กเล็กเป็นประจำทุกวัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนยังไม่ทราบว่าเพราะสาเหตุอะไร แม่ตนเป็นโรคจิตเวชกินยารักษาเป็นประจำ

ส่วนเรื่องแม่ขาดยาตนไม่ทราบ โดยปกติตนก็เห็นแม่กินยาเป็นประจำทุกวันไม่ขาด ส่วนมากจะเป็นพี่คนโตที่คอยดูแลแม่ ล่าสุดที่ตนเจอแม่ แม่จะพูดเยอะขึ้น พูดวกไปวนมาแต่ไม่รุนแรง และตนก็ไม่คิดว่าแม่จะก่อเหตุร้ายแรงถึงขั้นฆ่าพ่อ ตนมาทราบเรื่องว่าแม่ฆ่าพ่อเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 19 มกราคม โดยพี่สาวโทรไปบอก ตนจึงได้เดินทางมาที่บ้าน พอมาเจอตนรู้สึกเสียใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนเรื่องแม่ตอนนี้พี่สาวดูแลอยู่ที่โรงพยาบาล เรื่องคดีคงต้องให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย การดำเนินการในเรื่องต่างๆ ยังไม่ทราบต้องรอให้เสร็จจากงานศพพ่อก่อน

Advertisement

นายจักรพันธ์ อายุ 44 ปี น้องเขยของผู้ตาย เล่าว่า วันที่เกิดเหตุตนกับแฟนซึ่งเป็นน้องสาวของผู้ตาย มาเจอเหตุการณ์เป็นคนแรกเมื่อช่วงประมาณ 07.40 น. ลูกสาวคนโตของผู้ตายโทรไปบอกว่าผิดสังเกตว่าภายในบ้านมีการถอดปลั๊กกล้องวงจรปิดออก และผิดสังเกตว่าเช้าแล้วทำไมพ่อไม่ออกมาจากบ้านลูกสาวผู้ตายจึงให้ตนกับแฟนเข้ามาดู ช่วงที่ตนเข้ามาดูในบ้านที่เกิดเหตุตอนนั้นผู้ตายนอนคว่ำหน้าเสียชีวิตแล้ว โดยมีรอยบาดแผลฉกรรจ์ที่คอ ตอนนั้นผู้ก่อเหตุอยู่หลังบ้าน และพยายามวิ่งจะมากอดแฟนของตนซึ่งเป็นน้องสาวของผู้ตาย ตนจึงไล่ผู้ก่อเหตุเข้าไปในบ้าน ตอนที่เจอผู้ก่อเหตุพูดว่าพี่ไปอยู่มีนบุรีกับน้องสาวของผู้ตายอีกคน ผู้ก่อเหตุพูดวกไปวนมาไม่รู้เรื่อง ตนได้เจอและพูดคุยกับผู้ก่อเหตุล่าสุดคือเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาผู้ก่อเหตุก็ยังพูดกับตนปกติ โดยปกติแล้วผู้ก่อเหตุจะเป็นคนมีนิสัยร่าเริงไม่เคยมีพิษภัยกับใคร ทุกคนเลยไม่ได้ผิดสังเกตหรือเฝ้าระวังพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุ พอมาเจอเหตุการณ์นี้ตนรู้สึกตกใจและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่มีใครคาดคิดว่าเหตุการณ์ฆ่ากันตายแบบนี้จะมาเกิดขึ้นกับคนใกล้ตัวของตน โดยปกติลูกสาวของผู้ตายและผู้ก่อเหตุจะพาแม่ไปเที่ยวเพื่อคลายเครียดหรือผ่อนคลายอยู่เป็นประจำ

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านหลังที่จะงานศพของนายประสิทธิ์ โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ซึ่งเบื้องต้นทางลูกๆ และญาติๆ ยังไม่ได้นำศพผู้เสียชีวิตออกมาจากโรงพยาบาลศรีสะเกษ คาดว่าจะเอาออกมาภายในวันนี้ ขณะที่ นายศักดิ์ อายุ 77 ปี พ่อของผู้เสียชีวิต ได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ตนมีลูกทั้งหมด 4 คน โดยผู้ตายเป็นลูกชายคนโต ปกติแล้วลูกชายตนกับลูกสะใภ้เป็นคนนิสัยดีและไม่เคยเห็นทะเลาะกันรุนแรง มีแค่ทะเลาะกันนิดหน่อยตามประสาสามีภรรยา โดยปกติตนก็ทราบว่าลูกสะใภ้เป็นจิตเวชและรักษาตัวมาหลายปีแล้วตนไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงถึงฆ่ากันเสียชีวิต ตนรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 19 มกราคม ภรรยาตนซึ่งเป็นแม่ของผู้ตายได้เล่าความฝันให้ตนฟังว่าผู้ตายหรือลูกชายนั่งร้องไห้อยู่ที่ทุ่งนาตรงจุดเกิดเหตุ ก่อนจะมาทราบข่าวร้ายว่าลูกชายตนถูกลูกสะใภ้ฆ่าปาดคอเสียชีวิต

ด้าน พ.ต.อ.ธัชพงศ์ พรหมมา ผกก.สภ.กันทรารมย์ เปิดเผยว่า จากการสอบสวนภรรยาผู้เสียชีวิตเบื้องต้นพบว่า ยังคงให้การวกวน พูดจาไม่รู้เรื่อง เพราะจากการตรวจที่เกิดเหตุแล้ว ไม่พบร่องรอยบุคคลภายนอกเข้ามาบริเวณบ้านแต่อย่างใด และยังพบขวานและมีดเปื้อนเลือดอยู่ภายในบ้าน ซึ่งคาดว่าเป็นอาวุธที่ใช้ก่อเหตุ ส่วนในที่เกิดเหตุไม่มีรอยเลือดเนื่องจากมีการใช้ผ้าห่มเช็ดคราบเลือดจนเกลี้ยงแล้วนำไปกองรวมกันบนกองฟางเพื่อเตรียมจะเผาทำลาย จากการสอบถามลูกๆ และญาติๆ ของผู้ตาย สันนิษฐานว่าชนวนเหตุอาจเกิดจากภรรยาผู้ตายไม่ได้รับประทานยามากว่า 2 สัปดาห์แล้ว จึงอาจคลุ้มคลั่ง หลอน ก่อเหตุดังกล่าวขึ้น ในขณะที่ผู้ตายอาจกำลังนอนหลับอยู่ ตอนนี้ขออนุมัติศาลออกหมายจับแล้วและตำรวจยังควบคุมตัวอยู่ที่โรงพยาบาลกันทรารมย์ เพื่อรอให้หมอรักษาให้ยารออาการสงบ และจะนำตัวผู้ต้องหาฝากขังศาลจังหวัดศรีสะเกษในวันนี้