ว่อนโซเชียล ร้องเพจดัง ปศจ.ตรัง ขนยาหมดอายุฉีดโค ผู้ว่า-ปศุสัตว์ เร่งสอบข้อเท็จจริง รับมีขัดแย้งในองค์กร ป.ป.ช.ตรังเรียกสอบเอกสารจัดซื้อแล้ว
เมื่อวันที่ 23 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรังว่า เมื่อวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา มีชาวบ้านส่งหลักฐาน เป็นภาพถ่ายกล่อง และขวดยา ร้องเพจชมรมตรังต้านโกง ซึ่งเป็นเครือข่ายภาคประชาชนติดตามตรวจสอบการทุจริต และ ส่งเรื่องร้องเรียนมายังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติประจำจังหวัดตรัง(ป.ป.ช.) ว่า จากกรณีเกิดโรคระบาดปากเท้าเปื่อยในพื้นที่ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง มีการนำยาฆ่าเชื้อหรือยาปฏิชีวนะหมดอายุไปฉีดให้กับโคของชาวบ้าน จึงได้ส่งหลักฐานร้องต่อป.ป.ช. โดยเพจชมรมกลางต้านโกง ได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพขวดบรรจุยาที่ระบุวันหมดอายุบนฉลาก 11-2023 (เดือนพ.ย.2023) และหมดอายุ ปี 2020 บนฉลากอย่างชัดเจน พร้อมภาพลังใส่ขวดยาจำนวนนับสิบขวด โดยโลกโซเชียลต่างวิพากษ์วิจารณ์กันในวงกว้างว่าเกิดเหตุนำยาหมดอายุไปฉีดให้วัวของเกษตรกรจริงหรือไม่ โดยผู้ใช้ผู้ใช้เฟซบุ๊กหลายราย ตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการการจัดซื้อยา ว่าเป็นไปด้วยความโปร่งใสหรือไม่ และภาพดังกล่าวมีรายงานข่าวแจ้งว่าถ่ายขึ้นในพื้นที่อ.ห้วยยอด ในช่วงต้นเดือนธ.ค. 67 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มมีโรคปากเท้าเปื่อยระบาดในพื้นที่ โดยเกษตรกรเป็นผู้ถ่ายเอาไว้เนื่องจากมีข้อกังวลว่ายาซึ่งหมดอายุแล้วดังกล่าว จะมีผลรักษาโรคปากเท้าเปื่อยได้จริง หรือเป็นอันตรายต่อวัวของเกษตรกรหรือไม่

ล่าสุด นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมด้วยนายสัตวแพทย์กฤษณ์ วีระวงศ์ ปศุสัตว์จังหวัดตรัง ได้เปิดศาลากลาง จ.ตรัง แถลงข่าวด่วนกรณีดังกล่าว โดยนายทรงกลด กล่าวว่า สถานการณ์ภาพรวมของโรคขณะนี้โดยเฉพาะในพื้นที่อ.ห้วยยอด ซึ่งพบการระบาดหนัก ขณะนี้สามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว โดยการระดมทีมสัตว์แพทย์ ทีมเจ้าหน้าที่สัตวบาลจากทั่วทั้งจังหวัดตรังและจากกรมปศุสัตว์รวมประมาณ 60 คน ได้กระจายกำลังลงพื้นที่ โดยแบ่งการทำงานออกเป็น 2 ส่วน คือ ทีมรักษาสัตว์ป่วย มอบหมายให้เป็นหน้าที่ของทีมสัตว์แพทย์ และเจ้าหน้าที่สัตวบาลในจ.ตรัง ทำหน้าที่ในการรักษาสัตว์ป่วย เนื่องจากเป็นทีมที่สัมผัสโรคอยู่แล้ว
นายทรงกลดกล่าวอีกว่า ส่วนเจ้าหน้าที่ควบคุมโรคจากกรมปศุสัตว์ ได้ลงพื้นที่ฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อ รวมทั้งดูแลสุขภาพสัตว์โดยรวมในพื้นที่ที่ยังไม่ติดเชื้อ ทั้งการฉีดวัคซีน เพื่อสร้างและกระตุ้นการภูมิคุ้มกันให้แก่สัตว์ ตรวจสุขภาพ ตรวจหาปรสิตทั้งภายในและภายนอก ฉีดยาบำรุง เพื่อเป็นการส่งเสริมสุขภาพโคและสร้างภูมิคุ้มกันให้โคได้แล้วประมาณ 6,000 ตัว ใน 7 ตำบลของอ.ห้วยยอด อีกทั้ง สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดตรัง ได้ประชาสัมพันธ์แจ้งขอความร่วมมือฟาร์มสุกรในพื้นที่เสี่ยงของอำเภอห้วยยอด ให้เพิ่มมาตรการความปลอดภัยทางชีวภาพ เพื่อป้องกันการเกิดโรคในสุกร และเปิดโอกาสให้กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคพรีเมี่ยมเข้าหารือแก้ไขปัญหาการเคลื่อนย้ายโคออกจากพื้นที่เสี่ยง โดยมีทางออกร่วมกันว่าจะเคลื่อนย้ายโคได้ราวปลายเดือนม.ค.68 เป็นต้นไป นอกจากนี้ในประเด็นการเยียวยาความเสียหายของเกษตรกรที่สูญเสียวัวจากโรคระบาด ตอนจะหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงระเบียบที่รองรับ หากมีข้อติดขัดก็พร้อมจะเสนอไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และถ้ามีความจำเป็นก็จะนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณา

นายทรงกลด กล่าวว่า ส่วนกรณีชาวบ้านร้องเรียนเพจชมรมตรังต้านโกง และป.ป.ช.ประจำจังหวัดตรัง พร้อมหลักฐานเรื่องพบมีการนำยาฆ่าเชื้อหมดอายุไปฉีดให้แก่โค เพื่อรักษาอาการปากเท้าเปื่อยนั้น ยืนยันว่าในส่วนของวัคซีน ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของกระบวนการการตรวจสอบ ส่วนเรื่องที่มีการเปิดเผยข้อมูลเรื่องการใช้งบเช่าบ้านของปศุสัตว์จ.ตรัง ทั้งที่มีบ้านพักราชการอยู่แล้ว รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลเวลาเข้าทำงานที่สำนักงานในแต่ละวัน รวมถึงการให้เจ้าหน้าที่นำเอกสารงานไปเซ็นที่บ้าน ขอให้ว่ากันไปตามหลักการ ไม่อยากให้มีการนำเรื่องส่วนตัวออกมาเล่นงานกัน
“ยืนยันว่าในส่วนของวัคซีนไม่หมดอายุ แต่จำเป็นต้องฉีด 2 ครั้ง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่สัตว์ โดยฉีดเข็มแรกจากนั้นอีก 1 เดือน ต้องฉีดเข็มที่ 2 เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน แต่ส่วนเรื่องที่ร้องเรื่องยาหมดอายุ ผมก็จะตรวจสอบ ยอมรับว่าปัญหาที่เกิดในขณะนี้ทั้งเรื่องการรับมือกับโรคระบาด การควบคุมป้องกันพื้นที่ รวมทั้งปัญหาขัดแย้งภายในขององค์กร ซึ่งเป็นธรรมดาของก่อนแม่จะจ้างควายปกครองก็มีความขัดแย้งกันเอง แต่ขอให้คำนึงด้วยว่าผู้ใต้บังคับบัญชา นำข้อมูลไว้เผื่อแรกตรงนั้นในสื่อสาธารณะพ่อจะส่งผลกระทบต่อระบบราชการ แต่ก็ถือเป็นบทเรียน ปศุสัตว์จ.ตรังก็ต้องทำงานในเชิงรุก หากในพื้นที่ติดขัดขาดแคลน ก็ต้องร้องขอจากหน่วยงานปศุสัตว์ในพื้นที่ใกล้เคียง”ผู้ว่าฯตรังกล่าว

ด้านนายสัตวแพทย์กฤษณ์ วีระวงศ์ ปศุสัตว์จังหวัดตรัง กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์สุขภาพโคและการเกิดโรคในโคในพื้นที่จ.ตรัง ด้วยห้วงเวลาปลายปี 2567 ที่ผ่านมา ในพื้นที่จังหวัดตรังเกิดมรสุมและน้ำท่วมขังในบางจุด และสภาพอากาศแปรปรวน ส่งผลต่อสุขภาพสัตว์ อ่อนแอและเจ็บป่วย ทางสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดตรังได้ลงพื้นที่อำเภอห้วยยอด ระดมกำลังทำวัคซีนป้องกันโรคในสัตว์เคี้ยวเอื้อง พร้อมทั้งรักษาสัตว์ป่วย ที่ได้รับผลกระทบ โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนธันวาคม 2567 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและเป็นการให้บริการประชาชน ทั้งนี้ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดตรัง ได้ประสานไปยังกรมปศุสัตว์และได้จัดส่งบุคลากรร่วมบูรณาการร่วมกันรวม 60 คน และดำเนินการระดมฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ ตรวจหาปรสิตทั้งภายในและภายนอก ฉีดยาบำรุง เพื่อเป็นการส่งเสริมสุขภาพโคและสร้างภูมิคุ้มกันให้โค ราว 6,000 ตัว ใน 7 ตำบล ของพื้นที่อ.ห้วยยอด และเปิดโอกาสให้กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคพรีเมียมเข้าหารือเพื่อแก้ไขปัญหาการเคลื่อนย้ายโคออกจากพื้นที่เสี่ยง โดยมีทางออกร่วมกันว่า จะเคลื่อนย้ายโคได้ราวปลายเดือนมกราคม 2568 เป็นต้นไป ทั้งนี้ ในเดือนเมษายน 2568 ได้เตรียมความพร้อมสำหรับการสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันโรคในสัตว์เคี้ยวเอื้อง จำนวน 50,000 โดส ซึ่งจะเริ่มดำเนินการในเดือนมีนาคม 2568 นี้ จึงขอประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรนำสัตว์เข้ามารับนิการฉีดวัคซีน พร้อมทั้งขอให้เกษตรกรเฝ้าระวังโรคสัตว์ตามฤดูกาล หากพบปัญหาสงสัยการเกิดโรคให้แจ้งเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่

นายสัตวแพทย์กฤษณ์ กล่าวว่า ยอมรับว่าการทำงานที่ผ่านมาการทำงานของปศุสัตว์จังหวัดยังขาดการสื่อสารต่อสาธารณะ ทำให้เกิดความเข้าใจผิดต่อการแก้ปัญหา ส่วนที่มองว่ามีสาเหตุมาจากความขัดแย้งภายในองค์กรก็ต้องยอมรับ และเรื่องที่ป.ป.ช. จะเข้ามาขอตรวจสอบข้อมูลการจะซื้อยาเราก็พร้อมให้ความร่วมมือ และเป็นเรื่องที่ดีที่จะทำให้สังคมเกิดความกระจ่างว่ามีการโกงหรือจัดฉากกันหรือไม่ ส่วนกรณี ปรากฏคลิปเสียงในโลกโซเชียลว่าตนแนะนำให้เกษตรกรเคลื่อนย้ายสัตว์แบบผิดกฎหมายนั้น คลิปเสียงดังกล่าวเกิดจากการสื่อสารที่ผิดพลาด และในคลิปดังกล่าวนั้น ตัดมาเพียงช่วงสั้นๆไม่จบ เพราะท้ายที่สุดตนได้แจ้งต่อเกษตรกรว่าขอเวลาควบคุมสถานการณ์การระบาดจะสามารถเคลื่อนย้ายสัตว์ได้ปลายเดือนมกราคมนี้
รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้ป.ป.ช.ตรัง ได้รับข้อมูลการร้องเรียนเรื่องการจัดซื้อยารักษาส่อหมดอายุมาฉีดรักษาวัว โดยได้ทำหนังสือเรียกข้อมูลการจัดซื้อและเบิกจ่ายยาทั้งหมดในแต่ละปีงบประมาณ รวมทั้งส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่หาข้อมูลแล้ว โดยพบว่าพื้นที่เกิดเหตุที่มีการร้องเรียนคือพื้นที่อ.ห้วยยอด จ.ตรัง


