หน้าแรก ภูมิภาค คุมตัว ฝากขัง...

คุมตัว ฝากขัง ชาวรัสเซีย ก่อเหตุสะเทือนใจ จับลูกชายโยนลงทะเลดับ เผยปมเหตุเศร้า

24.01.25 | 18:10 น.

คุมตัว ฝากขัง ชาวรัสเซีย ก่อเหตุสะเทือนใจ จับลูกชาย โยนลงทะเลดับ เผยปมเหตุเศร้า

จากกรณีตำรวจ สภ.คุระบุรี จ.พังงา ได้รับแจ้งเหตุจากเจ้าหน้าที่ประจำเรือท่องเที่ยวหมู่เกาะสุรินทร์ว่า มีเหตุคนตกเรือได้รับบาดเจ็บ และกำลังจะนำตัวผู้บาดเจ็บจากจุดเกิดเหตุ ห่างจากเกาะระ หมู่ 3 ต.เกาะพระทอง อ.คุระบุรี จ.พังงา ประมาณ 200 เมตร เพื่อมาขึ้นที่ท่าเรือคุระบุรี หมู่ 3 ต.คุระ อ.คุระบุรี จ.พังงา ก่อนส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลคุระบุรีชัยพัฒน์ และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา เบื้องต้นผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ให้ข้อมูลว่า ชายชาวรัสเซีย ซึ่งเป็นพ่อของผู้เสียชีวิต เป็นผู้จับลูกชายโยนลงทะเล เหตุเกิดเมื่อวันที่ 23 ม.ค.2568 เวลาประมาณ 16.00 น. ต่อมาตำรวจได้ควบคุมตัวชายชาวรัสเซียดังกล่าวไปสอบสวนที่ สภ.คุระบุรี

เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2568 ที่สถานีตำรวจคุระบุรี อ.คุระบุรี จ.พังงา พ.ต.ท.สมคิด อ่อนจันทร์ พนักงานสอบสวน สภ.คุระบุรี ได้สอบปากคำ Mr.Artem (บิดา) อายุ 45 ปี สัญชาติรัสเซีย ที่ก่อเหตุทำให้ ด.ช.ลูคัส (สงวนนามสกุล) อายุ 13 ปี สัญชาติไทย (ลูกครึ่ง) ตกจากเรือจนเสียชีวิต ขณะที่เรือนำเที่ยวกลับมาจากเกาะสุรินทร์เกือบจะถึงหมู่เกาะระ-เกาะพระทอง ประมาณ 200 เมตร ซึ่งห่างจากจากฝั่งประมาณ 4 กิโลเมตร ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำทางผู้ต้องหา เพื่อหาสาเหตุแรงจูงใจที่ก่อเหตุ ซึ่งทางผู้ต้องหาได้ให้การวกวน และบอกพนักงานสอบสวนว่า ไม่สามารถให้การได้ เพราะเสียความทรงจำ ส่วนร่างผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งไปชันสูตร ที่ศูนย์นิติเวชโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี และได้เบิกตัวผู้ต้องหานำไปฝากขังที่ศาลจังหวัดตะกั่วป่า เมื่อช่วงก่อนเที่ยงที่ผ่านมา

จากการสอบถามเบื้องตัน ผู้ควบคุมเรือให้การว่า ขับเรือนำนักท่องเที่ยวมาจากหมู่เกาะสุรินทร์ จำนวน 33 คน เป็นคนไทย จำนวน 17 คน ต่างชาติจำนวน 16 คน มีเจ้าหน้าที่ประจำเรือลำดังกล่าวรวมจำนวน 5 คน ได้ออกเรือมาจากเกาะสุรินทร์ เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. โดยมีเรือนักท่องเที่ยวออกมาจากเกาะสุรินทร์จำนวน 4 ลำ ได้แล่นเรือมาเกือบจะถึงหมู่เกาะระ-เกาะพระทอง ประมาณ 200 เมตร ซึ่งห่างจากจากฝั่ง เพื่อที่จะนำเรือมาจอดเพื่อส่งนักท่องเที่ยวประมาณ 4 กิโลเมตร ระหว่างนั้นสังเกตเห็น Mr.Arterm ลุกออกจากที่นั่งโดยสาร

จากนั้นได้เดินไปหา ด.ช.ลูคัส บุตรชาย แล้วใช้มือทั้งสองข้างรวบขาและลำตัวของ ด.ช.ลูคัส อุ้มขึ้นแล้วใช้ลำตัวดันและผลักตัว ด.ช.ลูคัสให้ตกเรือลงบริเวณแคมเรือด้านซ้ายใกล้หัวเรือ ทำให้ ด.ช.ลูคัสตกลงไปในน้ำและจากนั้น Mr.Artem ก็ได้กระโดดตามลงไป หลังจากนั้นนายรุจีโรจน์ ได้หยุดเรือและขับวนเพื่อไปช่วยเหลือบุคคลทั้งสอง แต่ Mr.Artem ไม่ยอมให้ความช่วยเหลือและไม่ยอมขึ้นเรือ ตนจึงได้ขับเรือไปที่จุดที่ ด.ช.ลูคัสลอยอยู่

Advertisement

หลังจากนั้น ได้มีนายโอเล่ กล้าทะเล (ลูกเรือ) กระโดดลงไปเพื่อช่วยเหลือ ด.ช.ลูคัส และได้นำตัว ด.ช.ลูคัสขึ้นมาทางท้ายเรือและทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น จากนั้นนายรุจิโรจน์ทราบภายหลังว่า ด.ช.ลูคัสได้รับบาดเจ็บและมีบาดแผลซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดจากใบพัดของเรือ ตนจึงได้ขับเรือเพื่อมาขึ้นฝั่งท่าเรือคุระบุรี อ.คุระบุรี จ.พังงา เพื่อนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลคุระบุรี ซึ่งจากการรวบรวมพยานหลักฐาน และคำให้การของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์มีหลักฐานอันควรเชื่อว่าเป็นผู้กระทำความผิดและเป็นบุคคลต่างด้าว อาจจะหลบหนีออกนอกประเทศได้ จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา Mr.Artem ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พร้อมได้แจ้งสิทธิตามกฎหมายให้ทราบ จากการสอบถามโดยผ่านล่าม และให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า ทางพ่อลูกคู่นี้ได้จองที่พัก และลงเรือไปพักผ่อนที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน และก่อนเกิดเหตุทางพ่อลูกได้เก็บข้าวของที่พากันไปนอนพักบริเวณอุทยานฯกลับขึ้นมาทั้งหมด และได้ใช้บริการเรือลำดังกล่าวกลับขึ้นฝั่ง คาดว่าสาเหตุน่าจะเป็นปัญหาเรื่องครอบครัว ที่ Mr.Artem ได้แยกทางกับภรรยาคนไทยที่เป็นแม่ของ ด.ช.ที่เสียชีวิต และหลังจากกลับขึ้นฝั่งทางลูกชายจะกลับไปอยู่กับแม่ จึงอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเป็นแรงจูงใจให้ Mr.Artem ก่อเหตุในครั้งนี้ เพื่อหวังจะจบชีวิตทั้งคู่