ผบ.กกล.นเรศวร สั่ง จนท.คุมเข้มพื้นที่ ป้องกันชาวต่างชาติถูกหลอกลวง-การค้ามนุษย์
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 25 ม.ค.68 พล.ต.ไมตรี ชูปรีชา ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร (ผบ.กกล.นเรศวร) เดินทางมาติดตามขับเคลื่อนมาตรการป้องกัน แก้ไขปัญหาชาวต่างชาติถูกหลอกลวงและการค้ามนุษย์ ในพื้นที่ อ.แม่สอด อ.พบพระ และ อ.แม่ระมาด จ.ตาก
โดยมอบนโยบายเน้นย้ำให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดอย่างเข้มแข็งและจริงจัง ตามมาตรการทั้ง 4 ประการ ได้แก่
1.การคัดกรอง โดยทำการคัดกรองการเข้าพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ทั้งทางพื้นดิน และทางอากาศ ได้แก่ เส้นทางหมายเลข 12 บริเวณด่านตรวจบ้านห้วยหินฝน อ.แม่สอด จ.ตาก โดย จนท.ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง, จนท.ตำรวจ สภ.แม่สอด, ร่วมกับฝ่ายทหาร และฝ่ายปกครอง ทำการคัดกรองชาวต่างชาติที่เดินทางเข้า อ.แม่สอด ทางรถยนต์ อย่างเข้มข้น มีการบันทึกประวัติ, ถ่ายถาพ แจ้งเตือนการถูกหลอกลวง รวมทั้งซักถามถึงวัตถุประสงค์ของการเดินทางเข้ามาในพื้นที่อย่างละเอียด หากไม่สามารถชี้แจงวัตถุประสงค์, ไม่มีที่พัก หรือแผนการเดินทางกลับอย่างชัดเจน มีข้อบ่งชี้ว่าน่าจะเข้าข่ายการถูกหลอกลวง จะดำเนินการดังนี้
-แจ้งสถานทูตของแต่ละประเทศทราบ เพื่อขอคำแนะนำ ให้ความช่วยเหลือ และงดเว้นไม่ให้เดินทางเข้าในพื้นที่ อ.แม่สอด
-ใช้มาตรการทางกฎหมายลงโทษรถยนต์ที่รับรับจ้างนำพาบุคคลต่างชาติเข้าพื้นที่ ตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 มาตรา 22 (ห้ามมิให้ผู้ใดใช้รถยนต์อื่นโดยสารประจำทางรับจ้าง รับคนโดยสารซึ่งเสียค่าโดยสารเป็นรายตัวฯ) มีความผิดต้องระวางโทษปรับ
บริเวณท่าอากาศยานนานาชาติแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก จนท.สนามบิน, จนท.ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง, จนท.ตำรวจ ร่วมกับฝ่ายทหาร และฝ่ายปกครอง ทำการคัดกรองชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาอย่างเข้มข้น มีการบันทึกประวัติ, ถ่ายถาพ แจ้งเตือนการถูกหลอกลวง รวมทั้งซักถามถึงวัตถุประสงค์ของการเดินทางเข้ามาในพื้นที่ อ.แม่สอด อย่างละเอียด หากไม่สามารถชี้แจงวัตถุประสงค์, ไม่มีที่พัก หรือแผนการเดินทางกลับอย่างชัดเจน มีข้อบ่งชี้ว่าน่าจะเข้าข่ายการถูกหลอกลวง จะดำเนินการ แจ้งสถานทูตของแต่ละประเทศทราบ เพื่อขอคำแนะนำ ให้ความช่วยเหลือ และงดเว้นไม่ให้เดินทางเข้าในพื้นที่ อ.แม่สอด
2.การตรวจสอบที่พัก ทำการตรวจสอบโรงแรม, ที่พัก ทุกแห่งในพื้นที่ อ.แม่สอด, อ.พบพระ และ อ.แม่ระมาด ที่ชาวต่างชาติเข้ามาพัก ว่าได้แจ้งข้อมูลการเข้าพักของบุคคลต่างชาติ ให้กับ จนท.ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองให้ทราบหรือไม่ ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง ปี 2522 มาตรา 38 (เจ้าของ หรือผู้จัดการโรงแรมซึ่งรับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัย จะต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองให้ทราบ ภายใน 24 ชั่วโมง) หากไม่มีการแจ้ง ต้องระวางโทษปรับ
3.การจำกัดการเข้าพื้นที่ จำกัดการเดินทางเข้าพื้นที่ อ.แม่ระมาด และ อ.พบพระ จ.ตาก ของบุคคลต่างชาติ โดยทำการตั้งด่านตรวจร่วม 4 ฝ่าย เพิ่มเติม บริเวณเส้นทางที่จะเดินทางเข้าไปในพื้นที่ อ.แม่ระมาด และ อ.พบพระ ปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง จำนวน 5 ด่าน ประกอบด้วย อ.แม่ระมาด จำนวน 2 ด่าน ได้แก่ ด่านบ้านพละ และด่านบ้านห้วยบง ขณะที่ อ.พบพระ จำนวน 3 ด่าน ได้แก่ ด่านบ้านห้วยนกแล, ด่านบ้านช่องแคบ และด่าน กม.49
และ 4.การสกัดกั้นการลักลอบข้ามแดน โดยบูรณาการกำลังร่วม 4 ฝ่ายระหว่าง จนท.ทหาร, ตำรวจ, ฝ่ายปกครอง, กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน และ ชรบ. ในการตั้งจุดตรวจ/จุดสกัดตลอด 24 ชั่วโมง ในเส้นทางหลัก และเส้นทางรองที่จะเข้าสู่แนวชายแดนของ อ.แม่สอด จำนวน 14 จุดตรวจ เพื่อป้องกันไม่ให้ชาวต่างชาติลักลอบข้ามแดน หากตรวจพบจะดำเนินการดังนี้
ดำเนินการต่อผู้นำพาชาวต่างชาติตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 มาตรา 22 (ห้ามมิให้ผู้ใดใช้รถยนต์อื่นโดยสารประจำทางรับจ้าง รับคนโดยสารซึ่งเสียค่าโดยสารเป็นรายตัวฯ) มีความผิดต้องระวางโทษปรับ ในส่วนของชาวต่างชาตินำพาตัวส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เพื่อทำการคัดกรองตามขั้นตอนต่อไป

