หน้าแรก ภูมิภาค ลาวลดส่งไฟท่า...

ลาวลดส่งไฟท่าขี้เหล็ก ยังไม่กระทบฝั่งไทย ชาวเมียนมา ยังข้ามฝั่งซื้อสินค้า คึกคัก

7.02.25 | 14:07 น.

ลาวลดส่งไฟท่าขี้เหล็ก ยังไม่กระทบฝั่งไทย ชาวเมียนมา ยังข้ามฝั่งซื้อสินค้าคึกคักชาวบ้านยังเข้าคิวเติมน้ำมัน

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณหน้าด่านพรมแดนไทย-เมียนมา ด้านอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย กับจังหวัดท่าขี้เหล็ก ยังคงเป็นไปอย่างคึกคัก แม้ว่าทางการไทยจะมีการตัดกระแสไฟที่ส่งไปให้กับพื้นที่ และยังมีกระแสคำสั่งของทางการเมียนมาห้ามราษฎรใช้พาสปอร์ตข้ามแดนมายังประเทศไทย

จากการตรวจสอบกลับพบว่าชาวเมียนมายังมีการเดินทาง โดยเฉพาะการนำรถยนต์ข้ามพรมแดนมาจับจ่ายซื้อสินค้า รวมไปถึงน้ำมันเชื้อเพลิงในฝั่งไทยกันอย่างหนาแน่น รวมไปถึงยังมีผู้ที่เดินทางข้ามแดนโดยใช้พาสปอร์ตก็ยังมีการเดินทางมาเป็นปกติ ซึ่งจากการสอบถามเจ้าหน้าที่ประจำด่านทราบว่าในห้วง 2 วันนี้ ยังมีใช้พาสปอร์ตข้ามแดนกันปกติ และยังไม่มีการประสานจากทางเมียนมาให้งดเดินทางข้ามประเทศไทยโดยใช้พาสปอร์ต แต่ก็ไม่ทราบว่าคำสั่งที่ออกมาตามสื่อต่างๆ เป็นคำสั่งจริงหรือไม่

ขณะที่สำนักข่าว Tachileik News Agency ในประเทศเมียนมามีรายงานว่าภายหลังจากประเทศไทยได้ปิดการส่งกระแสไฟฟ้าให้กับ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ติดกับ อ.แม่สาย จ.เชียงราย จากที่เคยส่งให้จำนวน 2 จุดตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมาแล้วนั้น พบว่าหลังจากทางการไฟฟ้า จ.ท่าขี้เหล็ก ได้ขอซื้อกระแสไฟฟ้ามาจาก สปป.ลาว ที่อยู่ติดกันมาทดแทนปรากฏว่าล่าสุดวันที่ 6 ก.พ. ทาง สปป.ลาวแจ้งล่วงหน้าเพียงครึ่งวันว่าจะลดการส่งกระแสไฟฟ้าไปให้จากเดิมกำหนดเอาไว้ที่ 30 เมกะวัตต์ให้เหลือเพียง 13 เมกะวัตต์

Advertisement

การลดการส่งผลกระแสไฟฟ้าจาก สปป.ลาว ดังกล่าวทำให้คณะกรรมการกำกับดูแลไฟฟ้าของเมืองท่าขี้เหล็กได้ประชุมกันอย่างเร่งด่วน เพื่อวางแผนกระจายไฟฟ้าไปยังพื้นที่สำคัญๆ ก่อน รวมทั้งกำลังจัดหาพลังงานไฟฟ้าเข้ามาเพิ่มเติมส่านที่ได้ 13 เมกะวัตต์ดังกล่าว จะได้จัดสรรให้ส่องสว่างในตัวเมือง 5 เมกะวัตต์ ที่เหลือจัดจำหน่ายในเขตตัวเมืองอีก 8 เมกะวัตต์ต่อไป ซึ่งมีทั้งธุรกิจโรงแรม สถานบันเทิง สถานที่ทางสุขภาพ สถาบันการเงิน บ้านเรือน ฯลฯ อยู่เป็นจำนวนมาก กระนั้นในช่วงคืนวันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมาพบว่าในตัวเมืองท่าขี้เหล็กยังสว่างไสวไปด้วยแสงไฟตามปกติ

นอกจากนี้กรณีงดส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง พบว่าประชาชนยังคงนำรถไปเติมน้ำมันเชื้อเพลิงตามปั๊มต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยหลายปั๊มไม่ยอมเติมน้ำมันให้เต็มถังโดยระบุว่า ต้องกระจายให้รถคันอื่นๆ ด้วย ทำให้รถหลายคันแวะเติมน้ำมันหลายปั๊มทำให้มีรถติดอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันชาวบ้านพยายามกักตุนน้ำมันใส่ภาชนะเป็นถังต่างๆ ไว้ด้วย ขณะที่การขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงจากแหล่งอื่นๆ เช่น จีน สปป.ลาว ฯลฯ ยังไม่มีความชัดเจน จึงส่งผลกระทบไปจนถึงพื้นที่รัฐฉานตะวันออกในจุดต่างๆ เช่น จ.เชียงตุง ฯลฯ โดยชาวบ้านต่างนำรถออกมาเติมน้ำมันตามปั๊มต่างๆ แต่พบว่าปั๊มให้เติมได้ครั้งละประมาณ 20,000-50,000 จั๊าด หรือครึ่งถังเท่านั้น ทำให้ยังคงมีรถหลายคันขับข้ามมาเติมน้ำมันในปั๊มฝั่งไทยเพื่อให้เต็มถังแต่ไม่สามารถซื้อใส่ถังเล็กกลับไปได้