หน้าแรก ภูมิภาค อบอุ่น! ชาวบุ...

อบอุ่น! ชาวบุรีรัมย์ร่วมต้อนรับแรงงานไทยจากอิสราเอล หญิงลีให้กำลังใจคนบ้านเดียวกัน

9.02.25 | 17:32 น.
หนึ่งใน 5 แรงงานไทยที่กลุ่มฮามาสปล่อยตัว ที่ถูกจับเป็นตัวประกันระหว่างเกิดสงครามกับอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 เดินทางมาถึงบ้านเกิดบุรีรัมย์แล้ว ชาวบ้านแห่ให้กำลังใจ หญิงลีรุดเยี่ยมให้กำลังใจคนบ้านเดียวกัน เจ้าตัวเผยดีใจไม่คิดว่าจะรอด แต่ต้องทำตัวให้รอด หวังเอาความรู้มาพัฒนาบ้านเกิด


เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่บ้านเลขที่ 36 หมู่ 10 บ้านหนองจาน ต.บ้านคู อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ เป็นไปอย่างคึกคักและอบอุ่นตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา มีชาวบ้านมาร่วมกันทำกับข้าวเลี้ยงดูกัน

หลังจากผู้นำหมู่บ้านแจ้งให้ชาวบ้านออกมาช่วยกันคอยต้อนรับ นายพงษ์ศักดิ์ หรือต้อม แทนนา อายุ 37 ปี สมาชิกของครอบครัวนี้และเป็น 1 ใน 5 ของแรงงานไทยในอิสราเอล ที่ถูกกลุ่มฮามาส จับไปเป็นตัวประกันตั้งแต่กลุ่มฮามาสบุกโจมตีอิสราเอลครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 หรือกว่า 15 เดือนที่ผ่านมา และได้ถูกปล่อยตัวเดินทางมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อเช้าวันนี้ ตามหมายกำหนดการนายต้อม จะเดินทางมาถึงบ้านเกิดที่จังหวัดบุรีรัมย์ในตอนเย็นวันนี้

จนกระทั่งเวลาประมาณ16.00 น.รถของรถกระทรวงแรงงานได้พาตัวนายต้อม กลับมาถึงบ้านเกิด โดยมีนายวิราศ แทนนา อายุ 65 ปี ผู้เป็นพ่อพร้อมกับญาติมาคอยรับที่หน้าบ้าน โดยระหว่างที่นายต้อม เดินลงจากรถ ได้โผเข้าไปกอดพ่อและญาติท่ามกลางรอยยิ้มของชาวบ้านที่มาคอยให้กำลังใจเป็นอย่างยิ่ง ชาวบ้านต่างนำด้ายมาผูกข้อมือเพื่อเรียกขวัญตามประเพณีภาคอีสาน

Advertisement

นอกจากนี้ยังมีหญิงลี ศรีจุมพล นักร้องหมอลำชื่อดัง ซึ่งมีบ้านอยู่ที่อำเภอนาโพธิ์ เช่นเดียวกันเดินทางมาร่วมให้กำลังใจด้วย หญิงลี พูดสั้นๆว่าดีใจที่คนบ้านเดียวกันกลับมาอย่างปลอดภัย

นายวิราศ แทนนา พ่อนายต้อม กล่าวว่า ดีใจจนบอกไม่ถูกเมื่อเห็นลูกตัวเป็นๆ กลับมาถึงบ้าน ความรู้สึกที่หวาดผวาก่อนหน้านี้หายไปอย่างสิ้นเชิง ยอมรับว่าความรู้สึกต่างกันระหว่างที่ลูกไปทำงานต่างประเทศถึง 9 ปี ไม่คิดเป็นห่วง แต่มาห่วงมากที่สุดตอนที่ถูกจับไปปีเศษ

ด้านนายสรายุทธ ทองศรี แรงงานจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่าหลังจากปล่อยตัวก็จะมีเงินจากทางอิสราเอลคือเงินชดเชยสถาบันประกันภัย ทางการไทยได้ยื่นเรื่องไปหมดแล้ว เหลือเพียงการเปิดบัญชีธนาคาร นอกจากนี้ยังจะมีเงินชดเชยกรณีถูกเลิกจ้างอีก ซึ่งกระทรวงแรงงานได้ประสานงานกับสถานทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ เพื่อเริ่งติดตามอีกทางหนึ่งด้วย