หน้าแรก ภูมิภาค กลับสู่อ้อมกอ...

กลับสู่อ้อมกอดครอบครัว! ตัวประกันชาวอุดรฯ ถึงบ้านปลอดภัย พ่อ-แม่-ลูกสาวรอรับ บอกเหมือนตายแล้วเกิดใหม่

9.02.25 | 21:16 น.

กลับสู่อ้อมกอดครอบครัว! ตัวประกันชาวอุดรฯ ถึงบ้านปลอดภัย พ่อ-แม่-ลูกสาวรอรับ บอกเหมือนตายแล้วเกิดใหม่


เมื่อเวลา 14.05 น. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่สนามบินนานาชาติอุดรธานี นางวิวแวว ศรีอ้วน อายุ 53 ปี นายต่อม ศรีอ้วน อายุ 57 ปี และด.ญ.ไอรดา ศรีอ้วน หรือน้องหนูดี อายุ 9 ขวบ พ่อแม่และลูกสาวของนายวัชระ ศรีอ้วน หรือตี๋ อายุ 32 ปี แรงงานไทยในประเทศอิสราเอล ที่ถูกกลุ่มติดอาวุธ ”ฮามาส” จับไปเป็นตัวประกัน 15 เดือนเศษ และถูกปล่อยออกมาพร้อมตัวประกันชาวไทยอีก 4 คน คือนายพงษ์ศักดิ์ แทนนา อายุ 35 ปี ชาว จ.บุรีรัมย์ , นายเสถียร สุวรรณคำ อายุ 34 ปี ชาว จ.หนองบัวลำภู นายสุระศักดิ์ ลำเนา อายุ 30 ปี ชาว อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี และ นายบรรณวัชร แซ่ท้าว ชาว จ.น่าน

ส่วนญาตินายสุระศักดิ์ฯชาว อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี รอรับอยู่ที่บ้าน เนื่องจากนางคำมี ลำเนา ผู้เป็นแม่ เดินทางไปรับลูกชายด้วยตนเองที่ประเทศอิสราเอล โดยมีตัวแทนจากแรงงาน จ.อุดรธานี จัดหางาน จ.อุดรธานี สวัสดิการคุ้มครองแรงงาน จ.อุดรธานี ประกันสังคม จ.อุดรธานี และ พมจ.อุดรธานี พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำรถตู้มารับส่งถึงบ้าน โดยมีนักข่าวต่างประเทศเดินทางมารอทำข่าว

Advertisement

ทันทีที่นายวัชระ ศรีอ้วน หรือตี๋ เดินออกมาจากประตูผู้โดยสารขาเข้า พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เดินประกบออกมา โดยมีนายวีระโชติ ศรีอ้วน หรือรุต อายุ 30 ปี น้องชายที่เดินทางไปรับเดินตามหลัง ญาติและลูกสาวของนายวัชระฯ พากันวิ่งเข้าไปเพื่อจะกอดรับขวัญ แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้รีบพาขึ้นรถตู้พร้อมกับญาติกลับบ้าน และไม่หยุดให้สื่อมวลชนสอบถามความรู้สึก ขณะที่นายสุระศักดิ์ ลำเนา และนางคำมี ลำเนา เจ้าหน้าที่ก็รีบนำตัวขึ้นรถตู้กลับบ้านเช่นเดียวกัน

เมื่อเดินทางมาถึงบ้านที่ ม.2 บ.แสงสว่าง ต.ท่าลี่ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของนายวัชระ ศรีอ้วน ญาติพี่น้องที่รอรับอยู่ที่บ้าน ต่างพากันวิ่งเข้าสวมกอดด้วยความดีใจ และมอบดอกดาวเรืองให้นายวัชระฯ บางคนถึงกับร้องไห้ คิดว่าจะไม่ได้เจหน้ากันอีกแล้ว ส่วนพ่อแม่และลูกสาวของนายวัชระฯ ในวันนี้มีแต่รอยยิ้มและดีใจที่สุดในชีวิต และขอบคุณเจ้าหน้าที่ส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งรัฐบาลไทย และรัฐบาลอิสราเอล พร้อมด้วยกลุ่มฮามาส ที่ปล่อยตัวนายวัชระฯและเพื่อนๆอีก 4 คน กลับบ้านหาครอบครัวในวันนี้ ซึ่งพ่อแม่และลูกสาวนายวัชระฯ ได้สวมกอดพลัดหอมแก้มกันให้หายคิดถึง ก่อนที่นายวัชระฯจะขอตัวไปอาบน้ำในบ้าน

นายวัชระ เล่าว่า ดีใจมากจนพูดไม่ถูก ที่ได้กลับมาบ้านพบหน้าครอบครัว มีความหวังตลอดว่าจะได้กลับบ้าน และแล้วก็เป็นความจริงในวันนี้ และจะไม่กลับไปแล้ว พ่อแม่และลูกสาวอยากให้ทำงานอยู่ด้วยกันที่บ้าน และไม่อยากให้กลับไปทำงานต่างประเทศอีกแล้ว และอยากกินผัดกระเพรา ไข่เจียวฝีมือของแม่มื้อแรกในช่วงเย็นวันนี้ และมีวันนี้ได้เพราะรัฐบาลไทย รัฐบาลอิสราเอล และเจ้าหน้าที่ส่วนเกี่ยวข้องทุกหน่วยงาน ทำให้วันนี้ฝันของตนและครอบครัวเป็นจริง เหมือนตายแล้วเกิดใหม่ก็ว่าได้

”มาถึงบ้านวันนี้ก็รู้สึกแปลกตา ได้เห็นโรงจอดรถที่หน้าบ้าน ที่ตนทำงานส่งมาให้สร้าง และใกล้จะเสร็จแล้ว ระหว่างที่ถูกจับตัว มีความหวังจะได้กลับมาบ้าน เห็นหน้าครอบครัวทุกวัน ส่วนอดีตที่ผ่านมาตนไม่ขอตอบ รู้แต่ว่าวันนี้ตนดีใจที่สุดในชีวิต หลังกลุ่มฮามาสแจ้งข่าวจะปล่อยตัวล่วงหน้า 3 วัน และไม่ขอพูดถึงตัวประกันชาวไทยที่ถูกจับเป็นตัวประกันอีก 1 คน ที่ยังไม่ได้รับการปล่อยตัวออกมา”

ด้วนนางวิวแวว ศรีอ้วน แม่นายวัชระ เปิดเผยขณะที่รอพบหน้าลูกชายอยู่ที่สนามบินว่า วันนี้ดีใจมากที่ลูกชายจะกลับมาบ้านเสียที หลังจากรอฟังข่าวดีมา 15 เดือนเศษ ทุกวันก็อธิฐานต่อพระเจ้าให้ลูกกลับมาบ้านอย่างปลอดภัย และแล้วก็เป็นความจริง เมนูแรกที่ลูกชายชอบและอยากกินจากฝีมือแม่คือ ผัดกระเพราหมู และไข่เจียว และจะร่วมกันกินข้าวเย็นเป็นมื้อแรก ส่วนน้องหนูดี ลูกสาวของนายวัชระฯ เล่าด้วยความดีใจว่า วันนี้ดีใจที่สุดในชีวิตที่จะได้เห็นหน้าได้กอดพ่อ หลังจากไม่ได้กอดพ่อมาหลายปี

ขณะที่นายต่อม ศรีอ้วน พ่อ เล่าว่า ต้องขอบพระคุณทางรัฐบาลอิสราเอล รัฐบาลไทย และกลุ่มฮามาส ที่พาลูกชายกลับบ้าน 15 เดือนที่ผ่านมา ตนรอคอยลูกชายมาตลอด จนล้มป่วยหนักมา 3 ครั้ง เมื่อได้รับข่าวดี อาการป่วยที่มีก็ดีขึ้น เหมือนลูกตายแล้วเกิดใหม่ ที่ผ่านมาเชื่อมาตลอดว่าลูกชายยังมีชีวิตอยู่ ใครถามก็บอกเสมอว่าลูกยังมีชีวิต ยังรอเขากลับบ้าน ไม่เคยไปบนบานศาลกกล่าวที่ไหน เพราะตนเชื่อในพระเจ้า เชื่อในศาสนาคริสต์ พระเจ้าต้องคุ้มครองลูกให้ปลอดภัย เมื่อเห็นหน้าลูกจะเข้าไปกอดให้หายคิดถึง