หน้าแรก ภูมิภาค เจ้าของร้านเป...

เจ้าของร้านเปิดใจ หลังออกมาปกป้อง ‘เด็กหญิง’ ถูกผัวเมียเตะ เพราะวิ่งชนลูกเล็ก

10.02.25 | 07:36 น.

เปิดใจเจ๊ก้อย เจ้าของร้านหลังออกมาปกป้องเด็กหญิง ถูกผัวเมียตี-เตะ เพราะวิ่งชนลูกเล็ก เผยหวิดจะบานปลาย อยากให้ใช้เหตุผลมากกว่า

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ จากกรณีเฟซบุ๊ก ไกด์โฟกัสทิกเกอร์ ปลาเผา เบียร์วุ้น โพสต์พฤติกรรมของสามีภรรยาคู่หนึ่ง หลังเข้ามาใช้บริการที่ร้าน แล้วพาลูกมาเล่นในโซนสนามเด็กเล่น ระหว่างนั้นมีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งมาชนลูกของทั้งคู่โดนไม่ได้ตั้งใจ และพยายามจะจับตัวน้องยืนขึ้น กลับถูกคนเป็นแม่ตีที่หลัง และพ่อเตะเข้าที่ก้น จนเด็กหญิงตกใจกลัวรีบยกมือไหว้ เพราะไม่ได้ตั้งใจที่จะชนจริง ๆ ขณะที่ร้านก็ออกมาปกป้องเด็กหญิง พร้อมกับบอกว่าจะไม่ขอให้บริการทั้งคู่อีก เพราะพฤติกรรมแย่มาก


ล่าสุด เมื่อเวลา 23.40 น.วันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังร้านดังกล่าว ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.พานทอง อ.พานทอง จ.ชลบุรี โดยพบกับ เจ๊ก้อย (นามสมมติ) อายุ 46 ปี เจ้าของร้านและเป็นเจ้าของโพสต์ดังกล่าว โดยเจ๊ก้อยได้พาผู้สื่อข่าวไปดูยังจุดที่เกิดเหตุ โซนสนามเด็กเล่น มีทั้งสไลเดอร์และเครื่องเล่นต่าง ๆ สำหรับเด็ก ที่จัดไว้ให้สำหรับเด็กไว้วิ่งเล่นโดยเฉพาะ

เจ้าของร้าน

เจ๊ก้อย เปิดเผยว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้นตนไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีเหตุการณ์แบบนี้ โดยเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. วันที่ 9 ก.พ. ลูกค้าได้ทักมาที่เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า อยากดูคลิปวงจรปิด ณ ช่วงเวลานี้ วันนี้ และได้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้กับตนฟัง หลังจากนั้นตนจึงได้มาเปิดกล้องวงจรปิดและเห็นภาพดังกล่าวที่เกิดขึ้นจริง ตนจึงได้นำไปโพสต์

Advertisement

โดยจุดประสงค์หลักเพื่อเป็นการเตือนสติและเป็นอุทาหรณ์เตือนใจสำหรับผู้ปกครอง ที่พาลูกหลานมารับประทานอาหารเป็นครอบครัว โดยทางร้านจะมีโซนสำหรับเด็กไว้วิ่งเล่นระหว่างผู้ปกครองรับประทานอาหาร อยากเตือนใจว่าเหตุการณ์ดังกล่าว ถ้าเกิดฝ่ายผู้ปกครองของเด็กอีกคนเห็นเหตุการณ์ในตอนนั้น ตนก็คาดว่าเรื่องราวบานปลายแน่นอน

เจ้าของร้าน

จากเรื่องอุบัติเหตุเด็กวิ่งชนกัน จะกลายเป็นทะเลาะวิวาท ซึ่งร้านของตนก็เป็นร้านอาหารเหมาะสำหรับครอบครัวที่มารับประทานอาหารและพาเด็กมาจะมีที่รองรับให้ ตนก็ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นภายในร้าน ฝากเตือนถึงผู้ปกครองที่พาเด็กมาอยากให้ใจเย็น พูดคุยด้วยเหตุผลมากกว่าใช้อารมณ์ ไม่อยากให้ใจร้อนเพราะจะเกิดการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ได้ และในเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ ผู้ปกครองของเด็กที่ถูกกระทำ ก็บอกว่าไม่ติดใจเอาความแต่อย่างใด เพียงแต่อยากให้เตือนเป็นอุทาหรณ์ และอยากให้จบไว้เพียงเท่านี้