หน้าแรก ภูมิภาค บัณฑิตอาสา ปร...

บัณฑิตอาสา ปรับที่ข้างบ้าน ปลูก ‘เคล’ ซุปเปอร์ฟู้ด ตลาดไม่อั้นรายได้งาม

11.02.25 | 15:28 น.

บัณฑิตอาสา ปรับที่ข้างบ้าน ปลูก ‘เคล’ ซุปเปอร์ฟู้ด ตลาดไม่อั้นรายได้งาม


บนเนื้อที่ข้างบ้านของ เจ๊ตีเม๊าะ ชูเขียว บัณฑิตอาสา ในพื้นที่หมู่ 2 ตำบลตลิ่งชัน อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ใช้เวลาว่าง ในการปลูกซูเปอร์ฟู้ด ราชินีผักใบ อย่าง เคล เจ๊ตีเม๊าะ ได้สร้างโรงเรือนเล็กๆ ขึ้นมาสำหรับปลูกเคล ที่วันนี้ กลายเป็นพืชที่สร้างรายได้เสริมให้ได้อย่างงาม
เจ๊ตีเม๊าะ เล่าว่า เริ่มต้นนั้น คิดเพียงที่จะปลูกผักกินเองในครัวเรือน เพื่อดูแลสุขภาพตัวเองและคนในครอบครัว เริ่มต้นที่ผักคะน้า แต่ในช่วงเก็บเกี่ยวก็ต้องถอน และปลูกใหม่ ด้วยความที่ไม่มีเวลา ก็เลยเสาะหาพืชที่สามารถปลูกและเก็บได้นาน มาลงตัวที่ผัก เคล ที่มีความสวยงามด้วย และ มีคุณค่าทางโภชนาการอย่างมาก เริ่มปลูกที่ 100 ต้น ดูแล และโพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว เริ่มมีคนสนใจ สอบถาม และ ถามซื้อ จึงได้เรียนรู้และปลูกอย่างจริงจัง จนมาเริ่มต้นปรุงดินด้วยตัวเอง ปลูกแบบปลอดสารเคมี
โดยการขอความรู้จากเจ้าหน้าที่เกษตร เพียงไม่กี่เดือนก็สามารถเก็บใบขายให้ผู้สนใจ ส่วนมากก็จะเป็น คนรู้จักกัน และมีการบอกต่อ จนมีกลุ่มลูกค้าสนใจจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพ ซึ่งก็มีการถามซื้อ และเน้นในเรื่องของการไม่ใช้สารเคมีใดๆ เมื่อใบสามารถเก็บได้ก็จะส่งให้ลูกค้าตามคิว ในราคา ขีดละ 25 บาท นอกจากนั้นก็ยังขายต้นพันธุ์ สำหรับลูกค้าที่ต้องการจะเลี้ยงต้น เคล โดยเน้นขายที่ต้นละ 20 บาท ซึ่งเป็นต้นขนาดเล็ก เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อได้หลายต้น

เจ๊ะตีเม๊าะ เล่าอีกว่า ในแต่ละเดือนจะมีรายได้จากเคลไม่น้อยกว่า 8,000 บาท และเตรียมรวมกลุ่มเพื่อปลูกเคล อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่เริ่มปรุงดิน เพื่อให้ได้เคยปลอดสารเคมี และมีผลผลิตคงที่ พร้อมขยายผลการทำตลาดออนไลน์มากขึ้น เพราะขณะนี้นั้นผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า

ส่วนแมลงศัตรูพืชนั้น ด้วยความที่ปลูกในโรงเรือน กางมุ้ง ป้องกันแมลงศัตรูพืชได้ระดับหนึ่ง แต่หากยังพบก็มีกระดาษกาวกันแมลง รวมถึงชีวภัณฑฺ์ที่ทางเจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอจะนะ เข้ามาช่วยให้คำแนะนำ ทำให้เคลของเราปลอดสารเคมีร้อยเปอรเ์เซ็นต์
ในขณะที่นางอัจฉรา ทองประดับ เกษตรกรอำเภอจะนะ กล่าวว่า เตรียมขยายผลดึงเกษตรกร ในพื้นที่มาเรียนรู้ เพื่อเพิ่มพื้นที่การปลูกเคล ป้อนสู่ตลาดที่ยังมีความต้องการสูง ซึ่งจะดำเนินการควบคู่ทั้งการผลิตและการตลาด สร้างความเข้มแข็งในเกษตรกร โดยก่อนหน้านี้เกษตรกรสนใจเริ่มปลูกเคลแล้วจำนวนหนึ่ง แต่ประสบปัญหาน้ำท่วมเมื่อช่วงปลายปี ทำให้ได้รับความเสียหายไป ขณะนี้อยู่ระหว่างการเริ่มต้นปลูกเคลใหม่อีกครั้ง โดยได้มาเรียนรู้ที่นี่ แล้วนำไปปรับใช้ปลูกด้วยตัวเอง เน้นในเรื่องของปลอดสารเคมี เนื่องจากกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่นั้น ต้องการพืชผักปลอดสารเคมีเนื่องจากเคล เป็นราชีนีผักใบ ที่เป็นที่นิยมในกลุ่มผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพ โดยจะมีการขยายพื้นที่ปลูกไปสู่วิสาหกิจชุมชนที่มีความสนใจ
นอกจากขายแล้ว ที่นี่ยังเปิดเป็นศูนย์การเรียนรู้ สำหรับผู้สนใจปลูกเคลอีกด้วย..