ชาวโคราชแห่นำทองคำมาขายคึกคัก หลังราคาพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ร้านทองขนาดเล็กในโคราชอยู่ไม่ได้ ปิดกิจการต่อเนื่อง เพราะกำไรหด หลังมีคนนำทองมาขายมากกว่าซื้อ
เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายในร้านทองต่างๆ ในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา ได้มีประชาชนนำทองคำ ทั้งทองรูปพรรณ และทองคำแท่ง มาขายกันอย่างคึกคัก ภายหลังจากที่ช่วงนี้ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ราคาทองคำปรับตัวพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึงบาทละ 47,350 บาท ก่อนที่จะมีการปรับขึ้นปรับลงอีกหลายครั้งตลอดทั้งวัน ซึ่งช่วงเวลา 12.00 น. มีการปรับราคาถึง 12 ครั้ง โดยทองรูปพรรณ ราคาบาทละ 46,147 บาท ทองคำแท่ง ราคาบาทละ 47,000 บาท ส่งผลให้ประชาชนที่มีทองคำ แห่นำทองคำมาขายกันเป็นจำนวนมาก ทำให้ร้านทองต่างๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณโดยรอบลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งมีร้านทองตั้งอยู่กว่า 20 ร้าน บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก
โดยเฉพาะที่ร้านทองกรุงเทพ ตราหัวใจคู่ ถนนราชดำเนิน อ.เมือง จ.นครราชสีมา ได้มีประชาชนชาวโคราชนำทองมาขายกันอย่างคึกคักตลอดทั้งวัน ขณะเดียวกันก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา มาคอยดูแลความปลอดภัยร้านทองอย่างใกล้ชิด
นางบุญเกิด วัฒนกุล อายุ 58 ปี ชาว อ.เมือง จ.นครราชสีมา หนึ่งในลูกค้าที่เข้ามาขายทองในร้าน กล่าวว่า วันนี้ตนเองได้นำสร้อยคอทองคำหนัก 50 สตางค์ มาเปลี่ยน และนำแหวนทองคำหนัก 25 สตางค์ 2 วง มาขายด้วย ซึ่งตนเองติดตามสถานการณ์ราคาทองคำต่อเนื่อง รู้สึกตกใจมากที่ราคาทองคำช่วงนี้พุ่งสูงมาก
ด้านนายสุเทพ ณัฐกานต์กนก ที่ปรึกษาสมาคมผู้ค้าทองคำ จ.นครราชสีมา และผู้บริหารร้านทองกรุงเทพ ตราหัวใจคู่ เปิดเผยว่า ตั้งแต่ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นบาทละกว่า 4 หมื่นบาทเป็นต้นมา ก็ทำให้แรงซื้อทองคำตามห้างทองต่างๆ ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าที่นำทองคำมาขาย ซึ่งสถานการณ์ประชาชนนำทองคำมาขายมีเพิ่มขึ้นมากตั้งแต่ราคาพุ่งสูงบาทละกว่า 3 หมื่นบาทมาแล้ว ตอนนี้จึงมีเพียงบางคนที่ค่อนข้างมีฐานะระดับปานกลาง ถึงระดับฐานะดี ที่เข้ามาซื้อ-ขายทองคำกับห้างร้านต่างๆ และส่วนใหญ่จะซื้อ-ขายทองคำแท่งกัน เพราะราคาทองคำแพงมากจนทำให้ผู้มีฐานะตั้งแต่ระดับปานกลางถึงระดับชาวบ้านทั่วไปแทบจะเอื้อมไม่ถึง
อีกทั้งราคาที่แพงคนที่คิดจะซื้อทองรูปพรรณไปสวมใส่ก็ค่อนข้างที่จะกลัวความไม่ปลอดภัยต่อตนเองด้วย ส่งผลให้ห้างทองต่างๆ มีลูกค้าที่นำทองมาขายมากกว่าคนมาซื้อ คิดเฉลี่ยแต่ละวันจะมีคนมาซื้อเพียง 30% ส่วนอีก 70% จะเป็นคนมาขายทั้งหมด
ดังนั้นสถานการณ์คนซื้อมากกว่าคนขายเช่นนี้ก็ทำให้ห้างทองขนาดเล็กอยู่ไม่ได้ เพราะไม่มีเงินทุนสำรองสำหรับซื้อทองคำ ประกอบกับทองที่อยู่ในร้านก็ขายไม่ค่อยออก ขนาดกรอบพระที่เคยมีกลุ่มลูกค้านำมาเลี่ยมบ่อยๆ ตอนนี้ราคาทองคำ 1 สลึงก็ 1 หมื่นกว่าบาทแล้ว ทำให้แทบจะไม่มีลูกค้ามาเลี่ยมกรอบพระ โดยในช่วงปี’67 ที่ผ่านมา ห้างทองขนาดเล็กในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ปิดตัวไปแล้ว 6-7 ร้าน และหากราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่องอยู่เช่นนี้อีก ก็คาดว่าปี’68 นี้ห้างทองขนาดเล็กในพื้นที่จะปิดตัวเพิ่มอีกไม่ต่ำกว่า 10 ร้านแน่นอน







