แม่แทบขาดใจ เห็นคลิปลูกสาว ม.4 ถูกรุมทำร้าย ผวาจนไม่กล้าไปโรงเรียน ตามติดคดีกลับถูกตร.ต่อว่า
เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “น้องเอย” อายุ 16 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาดังแห่งหนึ่งในจังหวัดพิจิตร ถูกกลุ่มนักเรียนหญิงมัธยมศึกษาปีที่ 3 อีกสถาบัน หลายสิบคนรุมสกรัมทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บสะบักสะบอมแบบไม่มีทางสู้ และมีการบันทึกคลิปขณะทำร้ายร่างกายไปเผยแพร่ทางโซเชียล จนน้องเอยไม่กล้าจะไปโรงเรียน เก็บกดเงียบขรึม เก็บตัวเงียบ โดยเหตุการณ์คลิปดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณถนนรอบบึงสีไฟ หมู่ 1 ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร เวลา 16.45 นาที ของวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568
โดยนางสุนันทา อายุ 35 ปี แม่ของน้องเอย พร้อมกับคุณปู่ และคุณย่า ได้เห็นคลิปลูกหลานถูกรุมสกรัมดังกล่าวใจแทบขาด สงสารลูกและหลาน จึงนำหลักฐานคลิปวิดีโอ ใบรับรองการรักษาของแพทย์เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พ.ต.ท.วิชัย นิลสิงข์ สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองพิจิตร เพื่อให้ติดตามกลุ่มผู้กระทำผิดรุมทำร้ายร่างกายน้องเอย มาดำเนินคดีตามกฎหมาย
ซึ่งทราบชื่อผู้กระทำตามคลิปที่ปรากฏ โดยทราบชื่อคือ น.ส.มายด์ และ น.ส.กัส รวมทั้งเพื่อนกว่าสิบคนมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้ผู้ปกครองคือแม่ ปู่ย่า มาร้องสื่อหวั่นว่าเรื่องดังกล่าวจะเงียบไป เพราะมีการติดตามทวงถามความคืบหน้าคดีแต่ถูกตำรวจบอกว่า “ไม่มีแค่คดีนี้คดีเดียว และเสาร์-อาทิตย์ห้ามโทรมา และถ้าตำรวจว่างจะเป็นฝ่ายโทรไปเอง” รวมทั้งผู้ปกครองของฝ่ายที่เข้ามารุมทำร้ายก็ไม่เคยคิดจะมาขอโทษอะไรกันเลย รวมถึงคณะครูก็บอกเพียงแค่ตัดคะแนนเรียนไม่มีนโยบายไล่ออกจากโรงเรียนจึงมาร้องสื่อช่วยเหลือ

ด้านน้องเอย ผู้ได้รับบาดเจ็บ กล่าวว่า วันเกิดเหตุตนเองและเพื่อนๆ ได้ไลฟ์สดทางโซเชียลอยู่ คู่กรณีอีกสถาบันซึ่งเคยเป็นอริเก่ากันมาก่อน และเรื่องนั้นจบไปนานแล้ว เข้ามาคอมเมนต์ลักษณะท้าทายตลอดเวลา และมีรุ่นพี่ซึ่งเป็นผู้หญิงที่อายุมากกว่า นัดให้มาคุยกันหน้าห้องน้ำที่สวนสาธารณะหอชมนกบึงสีไฟ แต่ตนไปแล้วไม่เจอ และมีการทักแชตมาให้ไปตรงป่าละเมาะข้างถนนบึงสีไฟ โดยกลุ่มนั้นเขามากันประมาณ 10 กว่าคน พวกตนมากัน 7 คน เขาให้เข้ามา 2 คน ว่าจะให้ขอโทษ แล้วบังคับให้เลือก ถ้าไม่เลือกก็โดนแพค 3 ฝั่งตนก็ไม่ได้ตอบเขาก็เลยดึงตน แล้วก็รุมตนเลยแล้วก็มีคนถ่ายคลิปแล้วก็มุงดูก็เป็นพวกเขาเต็มไปหมดกันไม่ให้ใครเข้ามาช่วย ก่อนที่จะมีคนขับรถผ่านมาคนในรถตะโกนว่าทำไรกัน เขาก็เลยหยุดแล้วขี่รถหลบหนีไป ตนไม่ได้เรียนโดยร่างกายระบมเจ็บปวดไปทั้งตัว มีร่องรอยบาดแผลต่างจึงไปโรงพยาบาลพิจิตรตรวจรักษา
นางสุนันทา แม่ของน้องเอย กล่าวว่า หลังจากที่เห็นคลิปแล้วรับไม่ได้ ลูกโดนรุมมันเกินไป ลูกตนไม่ได้สู้และไม่ได้คิดสู้ เลยพาลูกสาวไปแจ้งความตำรวจก็บอกว่าจะติดต่อกลับมา หลังจากนั้นไม่กี่วันก็พยายามติดต่อตำรวจกลับไปเขาก็บอกว่าเขายังไม่ว่างเพราะไม่ได้ทำแค่คดีนี้คดีเดียวให้รอเขาติดต่อกลับมาจนถึงวันนี้ก็หนึ่งอาทิตย์แล้ว ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับมาเลย ส่วนทางผู้ปกครองของคู่กรณีก็ไม่เคยติดต่อมาเลยว่าอยากจะเจรจาหรือขอโทษอะไร ไม่มีคำขอโทษจากฝั่งนู้นทั้งสิ้น
นางสุนันทากล่าวต่อว่า เมื่อติดต่อไปทางโรงเรียนแจ้งว่าหักคะแนนนักเรียนไป 50 คะแนนแล้ว เพราะโรงเรียนไม่มีนโยบายไล่นักเรียนออก แล้วพอสอบถามไปก็รู้ว่าเด็กนักเรียนคนนี้ไม่ใช่ก่อคดีครั้งแรก โดนพักการเรียนโดนหักคะแนนในเรื่องทะเลาะวิวาทหลายครั้งมาก รู้สึกว่าขนาดลูกเราโดนทำขนาดนี้ ครูก็ทำได้แค่หักคะแนน
“ยืนยันว่าจะดำเนินคดีไปถึงที่สุดไม่ยอมแน่นอน เราเลี้ยงของเรามายังไม่เคยตีขนาดนี้ น้องไม่ได้โดนรุมตบอย่างเดียวโดนกระทืบหัวโดนเยอะ แล้วคลิปก็ถูกแชร์ออกไปเยอะหลายโรงเรียนเพราะเพื่อนต่างโรงเรียนก็มาบอกว่าได้เห็นคลิป มันเป็นไปไม่ได้ที่กลุ่มนั้นจะไม่ได้แชร์คลิปออกไป ตอนนี้กำลังรวบรวมหลักฐานที่จะไม่แจ้งความคนที่แชร์คลิปออกไปเพิ่มเติมด้วย เพราะว่ามันไม่น่าแชร์กันต่อมันไม่ใช่เรื่องน่าอวดเลย” นางสุนันทากล่าว
นายทองสน ปู่ของน้อยเอย เล่าว่า ตนเห็นคลิปนอนไม่หลับ เพราะหลานไม่ใช่คนเกเร และการกระทำรุนแรงเกินไป ไม่ใช่การกระทำของเด็ก เพราะมีการเตรียมการมาก่อน อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการให้เร็วๆ ขนาดลูกสะใภ้โทรไปถามร้อยเวร ร้อยเวรบอกว่าตอนนี้ไม่ได้มีคดีลูกคุณคดีเดียว มีเป็นร้อยๆ คดี ถ้าว่างจะโทรหา พร้อมกับบอกว่า เสาร์-อาทิตย์ไม่ต้องโทรหาอีกด้วย ซึ่งตนฟังแล้วเหมือนเขาไม่อยากทำคดีนี้ สงสารหลานมาก


