หน้าแรก ภูมิภาค บิ๊กจวบ นำทีม...

บิ๊กจวบ นำทีมล้างเครือข่าย ‘คาวบอยบ่อแก้ว’ ยึดทรัพย์กว่า 118 ล้าน

12.02.25 | 16:06 น.

บิ๊กจวบ นำทีมล้างเครือข่าย ‘คาวบอยบ่อแก้ว’ ยึดทรัพย์กว่า 118 ล้านบาท ขานรับนโยบาย Seal Stop Safe ของรัฐบาล


เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พล.ท.กาจน์ กอรี รอง ผบ.นบ.ยส.35 พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 นายธันวา ผุดผ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 5 นายกิติพัฒน์ กะวัง นายอำเภอสันทราย และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลการปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น กวาดล้างเครือข่าย ‘คาวบอยบ่อแก้ว‘

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2566 กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 ได้จับกุมผู้ต้องหา 4 ราย พร้อมไอซ์ 999 กิโลกรัม และคีตามีน 1,200 กิโลกรัม บริเวณท่าเทียบเรือ อ.บางประกง จ.ฉะเชิงเทรา และเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2567 จับกุมผู้ต้องหา 10 ราย พร้อมไอซ์ 1,500 กิโลกรัม ในพื้นที่อำเภอท่าใหม่ จ.จันทบุรี และขยายผลจนทราบถึงกลุ่มผู้ลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดน กระทั่งเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2568 ได้จับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางไอซ์ จำนวน 30 กระสอบ น้ำหนักประมาณ 600 กิโลกรัม โดยกลุ่มบุคคลดังกล่าวทำหน้าที่เป็นผู้สั่งการว่าจ้างและขับรถนำทางคุ้มกันการลำเสียงยาเสพติด และจากการตรวจสอบกลุ่มผู้ต้องหายังได้นำเงินไปฟอกในธุรกิจประเภทบริษัทอสังหาริมทรัพย์ โดยให้เครือญาติเป็นนอมินี จึงได้ ขออนุมัติหมายจับ 9 หมายจับ และเปิดปฏิบัติปิดล้อมตรวจค้นจำนวน 20 จุด ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน พะเยา และหนองคาย

โดย สำนักงาน ปปส. ภาค 5 นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าร่วมปฏิบัติการตรวจยึดทรัพย์สิน 4 จุด ในพื้นที่อำเภอสะเมิง อำเภอดอยสะเก็ด และอำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งสามารถตรวจยึดทรัพย์สินได้ 9 รายการ ประกอบด้วย ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง 4 แปลง รวมมูลค่าประมาณ 6.4 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีอาคารพาณิชย์ 2 คูหา รวมมูลค่าประมาณ 10 ล้าน และรถยนต์อีก 3 คัน รวมมูลค่าประมาณ 1 ล้านบาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ ปปส.ภาค 5 ร่วมตรวจยึดประมาณ 17.4 ล้านบาท ซึ่งจะมีการประสาน บก.ปส.3 บช.ปส. เพื่อเสนอ เลขาธิการ ป.ป.ส. ออกคำสั่งตรวจสอบและยึดหรืออายัดทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายยาเสพติดต่อไป

Advertisement

ด้านผลการปฏิบัติการตรวจยึดทรัพย์สินทั้งหมด สามารถตรวจยึดทรัพย์สินได้ จำนวนทั้งสิ้น 45 รายการ ประกอบด้วย บ้านพร้อมที่ดิน 10 รายการ มูลค่าประมาณ 40 ล้านบาท ที่ดิน 18 แปลง มูลค่าประมาณ 54 ล้านบาท สวนลำไย 70 ไร่ 1 แปลง มูลค่าประมาณ 17 ล้านบาท รถยนต์ 11 คัน มูลค่าประมาณ 6.6 ล้านบาท รถจักรยานยนต์ 5 คัน มูลค่าประมาณ 200,000 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้ประมาณ 118,300,000 บาท
ทั้งนี้ ทุกหน่วยงานจะได้ประสานการปฏิบัติร่วมกันภายใต้แผน SEAL STOP SAFE ผนึกกำลัง 51 อำเภอชายแดน อย่างเต็มกำลังความสามารถ ซึ่งมีการทำงานในหลายมิติ ทั้งการลาดตระเวนสกัดกั้นตามแนวชายแดน การเฝ้าระวังบุคคลที่มีพฤติการณ์ในพื้นที่ชายแดน การขยายผลกลุ่มเครือข่ายที่อยู่พื้นที่ชั้นใน รวมถึงการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาช่วยในการทำงาน เพื่อหยุดยั้ง สกัดกั้น ปราบปราม ผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดอย่างเด็ดขาด ครบวงจร ตัดต้นตอการผลิตและจำหน่าย ตลอดจนมาตรการยึดทรัพย์สินเครือข่ายนักค้ายาเสพติดรายสำคัญและเครือข่ายผู้เกี่ยวข้องให้สิ้นซากตามข้อสั่งการและนโยบายของรัฐบาล