หน้าแรก ภูมิภาค กองกำลังสุรนา...

กองกำลังสุรนารี แจ้ง กสทช. ตัดเน็ต แนวชายแดนไทย-กัมพูชา 3 จว. อีสานสกัดแก๊งคอล

12.02.25 | 17:47 น.

กองกำลังสุรนารี เข้ม แจ้ง กสทช. ตัดเน็ต แนวชายแดนไทย-กัมพูชา 3 จว. สกัดแก๊งคอล

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พลตรีสมภพ ภาระเวช ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ลงพื้นที่จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ตำบลด่าน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ติดตามการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ในการคุมเข้มการเข้า-ออกบริเวณจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม พร้อมทั้งการดำเนินมาตรการป้องปรามกลุ่มขบวนการคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งพบว่าบางส่วนได้เข้ามาอยู่ในพื้นที่ฝั่งตรงข้าม โดยฝั่งไทยได้มีมาตรการดำเนินการในการป้องปรามอย่างเข้มงวด โดยลดสิ่งอำนวยความสะดวก ที่จะเป็นปัจจัยในการทำงานของกลุ่มคอลเซ็นเตอร์ โดยร่วมตรวจสอบสัญญาณโทรศัพท์ และอินเตอร์เน็ต กับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เขต 22, เขต 23 และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ในการตัดสัญญาณทั้ง 3 จุดแล้ว

พลตรีสมภพกล่าวว่า ขณะเดียวกันด้านกำลังป้องกันชายแดน ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของกองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 ได้มีการสั่งกำลังทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน ปฏิบัติการออกลาดตระเวนเข้มงวดตลอดแนวชายแดน และช่องทางธรรมชาติอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมืองและนำสิ่งของผิดกฎหมายเข้ามา ซึ่งอาจจะเป็นกลุ่มคอลเซ็นเตอร์

Advertisement

“ได้ติดตามการดำเนินการปฏิบัติงานในบริเวณช่องทางผ่านเข้า-ออก ทั้งทางช่องจอม ช่องสะงำ และช่องสายตะกู เพื่อกำหนดมาตรการดำเนินการต่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ให้เป็นไปตามจุดหมายของรัฐบาล ซึ่งทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้มีการประชุมกำหนดแนวทางดำเนินการต่อขบวนการในพื้นที่แล้ว ในส่วนกำลังป้องกันชายแดน การสกัดกั้นปราบปรามการลักลอบข้ามแดน โดยกำลังทหารของกองกำลังสุรนารี ได้มีการลาดตระเวนเข้มงวดตลอดแนวชายแดนและตามช่องทางธรรมชาติ เพื่อป้องกันการลักลอบข้ามแดนเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งอาจเป็นกลุ่มขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่แอบลักลอบเข้ามา”

ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารีกล่าวต่อว่า ในส่วนจุดตรงข้ามกับชุดปฏิบัติการของกองกำลังสุรนารีมีอยู่ 3 พื้นที่ คือ ช่องสะงำ จังหวัดศรีสะเกษ ช่องจอม จังหวัดสุรินทร์ และช่องสายตะกู จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งจากข้อมูลก็มีขบวนการกลุ่มคอลเซ็นเตอร์บางส่วนอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว โดยเราได้มีมาตรการดำเนินการในการป้องปรามเข้มงวด โดยลดสิ่งอำนวยความสะดวกที่จะเป็นปัจจัยในการทำงานของกลุ่มคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งได้มีการแจ้งให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวได้รับทราบและเร่งดำเนินการในกรอบที่ตนเองมีอยู่ให้เกิดผลอย่างเร่งด่วนแล้ว

พลตรีสมภพกล่าวว่า ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยได้ทำการช่วยเหลือชายต่างชาติชาวจีน 1 ราย ที่ถูกลักพาตัวบังคับให้ทำงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่กระโดดลงจากรถหนีตายขอความช่วยเหลือจากตำรวจสุรินทร์ ต่อมาได้มีการขยายผลจนพบที่พักกลุ่มเป้าหมายใช้กบดานเพื่อใช้เป็นสถานที่ทำเอกสารพาสปอร์ตปลอม โดยจากการตรวจค้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาเป็นชาวเวียดนามได้ 4 ราย เครื่องอุปกรณ์ในการจัดทำพาสปอร์ตปลอม และพาสปอร์ตของชาวจีนจำนวนหลายเล่ม

ที่ผ่านมากองกำลังสุรนารีได้ให้ความช่วยเหลือคนไทย และชาวต่างชาติที่ถูกหลอกไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในพื้นที่ช่องจอม จากฝั่งกัมพูชา จำนวน 13 ครั้ง สามารถช่วยเหลือได้ 37 ราย เป็นชาวไทย 35 ราย และชาวต่างชาติ 2 ราย ดำเนินการแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยร่วมตรวจสอบสัญญาณโทรศัพท์ และอินเตอร์เน็ต ร่วมกับสำนักงาน กสทช. เขต 22, เขต 23 และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ในการตัดสัญญาณทั้ง 3 จังหวัดแล้ว ทั้งนี้ แนวโน้มการขยายตัวในพื้นที่กลุ่มทุนสีเทาในพื้นที่ชายแดนทั้ง 3 จังหวัด พบว่ากลุ่มทุนสีเทาอาศัยผลประโยชน์จากผู้มีอิทธิพล เอื้ออำนวยต่อการดำเนินธุรกิจ และยังคงรักษาสถานะเป็นพื้นที่ที่สามารถกระทำผิดได้อยู่

อย่างไรก็ตาม กองกำลังสุรนารีจะได้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปกครองจังหวัด ทั้ง 3 จังหวัดในการวางมาตรการเข้มเพื่อเป็นการป้องกัน และปกป้องประเทศชาติให้ดีที่สุดต่อไป