ฐานแก๊งคอลในพญาตองซูร้าง จีนเทาหายเกลี้ยง เจ้าของตึกยกเลิกสัญญา หลัง D.K.B.A กดดันให้พ้นพื้นที่ภายใน 28 ก.พ.นี้
เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานจากเมืองพญาตองซู ประเทศเมียนมา ซึ่งอยู่ตรงข้ามบ้านพระเจดีย์สามองค์ หมู่ที่ 9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เพื่อสำรวจสถานที่ที่ถูกระบุว่าเป็นอาคารที่คนจีนเช่าประกอบธุรกิจคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ ทำให้คนไทยจำนวนมากต้องตกเป็นเหยื่อของกลุ่มแก๊งที่ดำเนินธุรกิจสีเทาเหล่านี้
จากข้อมูลของแหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคงพบว่า หลังจากทางการไทยตัดไฟฟ้าและสัญญาณโทรศัพท์ อินเตอร์เน็ต น้ำมันเชื้อเพลิง ตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ที่ผ่านมา เพื่อทลายธุรกิจของแก๊งจีนเทาและกดดันให้กลุ่มคนเหล่านี้ย้ายออกจากพื้นที่เมืองพญาตองซู
ต่อมาเมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา พันเอกซอเอวัน ผู้บังคับการยุทธวิธีที่ 2 กองกำลังกะเหรี่ยงพุทธเพื่อประชาธิปไตย (DKBA.) ได้ออกหนังสือแจ้งให้จีนเทาในเมืองพญาตองซู ออกจากพื้นที่ภายในวันที่ 28 ก.พ.นี้ หลังจากที่รัฐบาลไทยใช้มาตรการดังกล่าว สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในเมืองพญาตองซู กว่า 50,000 คน

จากข้อมูลของผู้ที่ให้จีนเทาเช่าอาคาร และตึก ในเมืองพยาตองซู มากกว่า 4 แห่ง พบว่า แต่ละแห่งได้ค่าตอบแทนตั้งแต่เดือนละ 200,000-800,000 บาท โดยคนจีนเหล่านี้มาขอเช่าเป็นระยะเวลานานกว่า 1 ปีโดยทำสัญญาเช่าครั้งละ 6 เดือน ซึ่งหลังจากเช่าแล้วผู้เช่าจะทำการตกแต่ง ต่อเติม บ้านและอาคารเหล่านั้นเป็นที่พักและที่ทำงาน พร้อมทั้งจัดเวรยามเฝ้าอย่างเข้มงวด โดยเจ้าของไม่สามารถเข้าไปดูหรือควบคุมได้ แต่จะมีคนจีนอยู่อาศัยราว 200-300 คน โดยจะมีคนงานชาวจีนดูแลเรื่องอาหาร และรักษาความปลอดภัยในอาคารตลอด 24 ชม.
จากการลงพื้นที่พบว่าอาคารเหล่านั้นปัจจุบัน คนจีนที่เช่าอยู่ได้มีการขนย้ายอุปกรณ์สื่อสาร เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องปรับอากาศ ออกจากตัวอาคารไปเป็นที่เรียบร้อย ภายหลังจากเจ้าของอาคารชาวเมียนมาบอกเลิกสัญญาเช่า จากการสอบถามพบว่าคนจีนเหล่านี้ได้ย้ายออกไปจากเมืองพญาตองซู ไปยังสถานที่แห่งหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปจากเมืองพญาตองซู ประมาณ 10 กม.
จากการลงพื้นที่สำรวจบริเวณตลาดในเมืองพญาตองซู ซึ่งก่อนหน้านี้จะพบคนจีนเดินซื้อสินค้าจำนวนมากทุกวัน แต่วันนี้ไม่มีให้เห็นแล้ว เช่นเดียวกับอาคาร ร้านค้าต่าง ๆ ที่ชาวจีนเช่าและซื้อมาเปิดเป็นร้านอาคาร ร้านตัดผม ร้านเกม เพื่อปิดบังธุรกิจคอลเซ็นเตอร์ วันนี้อยู่ในสภาพถูกปิดเงียบ และย้ายออกไปจากเมืองพญาตองซู ตามประกาศของ DKBA. ซึ่งมีข้อมูลว่าก่อนหน้านี้มีร้านค้าและสถานประกอบการของชาวจีนที่มาเปิดธุรกิจบังหน้าธุรกิจคอลเซ็นเตอร์ในพื้นที่พญาตองซู มีมากกว่า 200 แห่ง






