หน้าแรก ภูมิภาค กลุ่มชาวไร้อ้...

กลุ่มชาวไร้อ้อยตัดสดอุดรฯ กว่า 100 ราย ทวงเงินรัฐบาล120บาท/ตัน

13.02.25 | 16:08 น.

กลุ่มชาวไร้อ้อยตัดสดอุดรฯ กว่า 100 ราย ทวงเงินรัฐบาล120บาท/ตัน


เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่ หน้าศาลากลาง จ.อุดรธานี มีเกษตรกรชาวไร่อ้อยในพื้นที่กว่า 100 คน เรียกตัวเองว่า “กลุ่มชาวไร่อ้อยตัดสด” นำโดยนายจักรกฤษ มีใย กรรมการสมาคมชาวไร่อ้อยอีสานเหนือ และนายนิยม ตอนเหนือ ตัวแทนชาวไร่อ้อย เพื่อยื่นหนังสือของความช่วยเหลือเงินสนับสนุนตัดอ้อยสดจากรัฐบาล ผ่าน นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี ไปยัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยชาวไร่อ้อยที่เดินทางมาได้ถือป้ายมีข้อความ อาทิ ชาวไร่อ้อยจะตายอยู่แล้ว เงินช่วยเหลือ 120 บาท ปี 66/67 ยังไม่ได้เลย , ไทยส่งออกน้ำตาลปีละ 3 แสนล้าน ทำไมไม่ช่วยเหลือชาวไร่ , นายกอุ้งอิ้งช่วยชาวไร่ด้วย ซึ่งมีผู้แทนจากศูนย์ดำรงธรรม จ.อุดรธานี มารับหนังสือ

หนังสือระบุว่า เมื่อฤดูกาลหีบอ้อยปี 66/67 ที่ผ่านมา ชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดส่งโรงงาน เพื่อสนองนโยบายลดฝุ่น PM. 2.5 ของรัฐบาล ซึ่งการตัดอ้อยสดโดยไม่เผา จะมีต้นทุนด้านแรงงานสูงกว่าปกติ ในฤดูการหีบอ้อยที่ผ่านมา 3 ปี รัฐบาลมีนโยบายให้เงินช่วยเหลือตัดอ้อยสด 120 บาท/ตันอ้อย เพื่อจูงใจและเพิ่มต้นทุนให้ชาวไร่อ้อย ปรากฏว่ารัฐบาลไม่ได้จ่ายเงินช่วยเหลือ ในการตัดอ้อยสดเหมือนที่ผ่านมา ชาวไร่อ้อยได้ทวงถามไปยัง รมว.อุตสาหกรรมหลายครั้ง ก็ได้รับคำตอบทุกครั้งว่าจะช่วยเหลือชาวไร่อ้อยแน่นอน แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ได้รับ อีกทั้งชาวไร่อ้อยยังได้รับฟัง รมว.อุตสาหกรรม ตอบกระทู้สดในสภาผู้แทนราษฎรว่า ได้ขอเงินช่วยเหลือดังกล่าวไปยังคณะรัฐมนตรี ตั้งแต่ พ.ย.67 แต่ก็ยังมีได้รับการบรรจุเข้าในวาระการประชุม

ทั้งนี้ในฤดูกาลหีบอ้อยปี 67/68 รัฐบาลก็มีนโยบายจะลดปัญหาฝุ่น PM.2.5 อย่างเคร่งครัด โดยให้ชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสดส่งโรงงาน ซึ่งชาวไร่อ้อยก็สนองตอบนโยบายเป็นอย่างดี ชาวไร่อ้อยต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น จนทำให้เกิดสภาวะขาดทุน และปัจจุบันรัฐบาลก็ยังมิได้มีนโยบายจะช่วยเหลือการตัดอ้อยสด ทั้งที่ชาวไร่อ้อยให้ความร่วมมือสนองนโยบายเป็นอย่างดี จึงขอท่านผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี ได้โปรดช่วยดำเนินการ เร่งติดตามทวงถามเงินช่วยเหลือการตัดอ้อยสด ในฤดูกาลหีบอ้อยปี 66/67 ให้ชาวไร่อ้อยด้วย และขอให้เร่งติดตามทวงถามความชัดเจน ในการช่วยเหลือเงินตัดอ้อยสดปี 67/68 ด้วย เนื่องจากชาวไร่อ้อยต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส เพื่อสนองนโยบายลดฝุ่น PM.2.5 ของรัฐบาล

Advertisement

นายจักรกฤษ มีใย กรรมการสมาคมชาวไร่อ้อยอีสานเหนือ เปิดเผยว่า ชาวไร่อ้อยที่เดินทางมาวันนี้ เป็นชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสดส่งทั้ง 3 โรงงานน้ำตาล มาเพื่อยื่นขอความอนุเคราะห์จาก ท่านผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี ในการนำเรียนที่พี่น้องชาวไร่ที่ตัดอ้อยสด ปีที่ผ่านมาที่รัฐบาลก็ยังไม่ได้จ่าย 120 บาท/ตัน เงินช่วยเหลือที่เคยสัญญาไว้ ก็ยังไม่จบแต่ว่าก็ยังไม่ชัดเจน ดังนั้นปีนี้ก็จะมีความยากลำบากมาก เพราะเจอทั้งภาวะโลกร้อนฝนไม่ตก ตกต้นทุนต่างๆก็เพิ่มสูงขึ้น รายได้ก็น้อยลง เราคาดหวังว่าเราจะมีเงิน 120 บาทของปีที่แล้ว และคาดหวังว่า 120 บาทของปีนี้ จะมาช่วยชีวิตเราก็วันนี้ ก็เลยเป็นโอกาสของสมาคมฯ และชาวไร่อ้อยที่ตัดสด ในเขต จ.อุดรธานีทั้งสามโรงงาน

“ ชาวไร่อ้อยก็เลยมายื่นหนังสือกับผู้ว่าอุดรธานีช่วย เพราะตามที่ รมว.อุตสาหกรรม ตอบกระทู้สดว่าได้นำเรื่องเข้า ครม.ปลายปีที่แล้ว แต่ปัจจุบันเรื่องยังไม่เข้าวาระการประชุม ไม่รู้ว่าติดขัดตรงไหน ขณะที่วันนี้ชาวไร่อ้อยก็ตกเป็นจำเลยสังคมในเรื่อง PM 2.5 วันนี้ท่านบอกว่าใครตัดอ้อยไฟไหม้ใครเผาถูกจับ แต่ในทางที่ใครที่ตัดอ้อยสดท่านก็ไม่ช่วย ทั้ง ๆที่ท่านสัญญาว่าจะให้ ”

นายจักรกฤษ มีใย กรรมการสมาคมชาวไร่อ้อยอีสานเหนือ กล่าวด้วยว่า ครอบครัวทำไร่อ้อยมากว่า 30 ปี ผ่านการทำไร่อ้อยมาทุกรูปแบบ ผ่านการขาดทุนการกำไรมาหมด ปัจจุบันทำอ้อยสดเข้าโรงงาน 100 % (ไม่เผาแต่ใช้ยูเรียผสมน้ำ พ่นใบอ้อยที่สางแล้ว ให้ใบอ้อยแห้ง แล้วไถกลบ) ปีนี้นอกจากแบบต้นทุนสูงขึ้น จากปุ๋ย , ยาฆ่าแมลง , ยาฆ่าหญ้าสูงขึ้น 3 เท่า ผลของการยกเลิกสารบางตัว การทำอ้อยสดเข้าโรงงานจะมีค่าแรงสูงขึ้น และค่าใช้จ่ายไถกลบใบอ้อย ขณะเดือน เม.ย.67 มีอุณหภูมิสูงเกิน 40 องศา 22 วันทำให้น้ำหนักของอ้อยหายไป 20-30%

นายจักรกฤษ มีใย กล่าวอีกว่า ถ้ารัฐบาลไม่ควบคุมราคาน้ำตาลในประเทศ เราก็ไม่ต้องออกมาขอความช่วยเหลือ โดยครั้งก่อนเราขอขึ้นไป 4 บาท ให้เรามา 2 บาท ทำให้กองทุนได้เงินมากว่า 5,000 ล้านบาท วันนี้ราคาน้ำตาลในประเทศ กก.ละ 21 บาท ขายปลีกก็จะสูงกว่านค้เล็กน้อย ขณะที่ราคาน้ำตาลทรายขาว ที่ผลิตโดยโรงงานน้ำตาลที่อุดรธานี ไปในในซุปเปอร์มาร์เก็ตในประเทศญี่ปุ่น กก.ละ 431 เยน บวกภาษีมูลค่าเพิ่ม 10 % รวมแล้วเท่ากับ 474.1 เยน หรือ 104.30 บาท