หน้าแรก ภูมิภาค สำนักปู่ฤาษีเ...

สำนักปู่ฤาษีเถื่อน หลอกเงินคน อ้างรักษาอาการป่วย เผยกลโกง โรยด่างทับทิม ตบตาให้เป็นสีเลือด

14.02.25 | 14:59 น.

บุกตรวจ สำนักปู่ฤาษีเถื่อน หลอกเงินคน อ้างรักษาอาการป่วย สาธิตกลโกงไสยศาสตร์ โรยด่างทับทิม ตบตาให้เป็นเลือด


เวลา 09.30 น. วันที่ 14 กุมภาพันธ์ นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายแพทย์ชาติชาย กิติยานันทน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี พ.ต.ท.กฤษฎา ยอดเมฆ สวป.สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี นายนันทิพัฒน์ ยี่สุ่น ปลัดอำเภอชะอำ

นำกำลังเจ้าหน้าที่ฯ บุกเข้าตรวจค้นภายในสำนักปู่ฤาษีตาไฟแห่งหนึ่ง ไม่ทราบเลขที่ ในพื้นที่ตำบลเขาใหญ่ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชน ว่า ภายในสำนักปู่ฤาษีดังกล่าว หลอกลวงรักษาประชาชน ตามอาการป่วยต่างๆ และเรียกรับเงินเป็นจำนวนมาก โดยมีผู้เสียหายหลายรายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

พบว่า ห้องที่ใช้ทำการรักษาปิดประตูล็อกสนิท โดยมี ภรรยาของเจ้าของสำนักฯ ที่อ้างตัวว่า เป็นร่างทรงของฤาษีตาไฟ เดินทางออกมาเปิดประตู เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบด้านใน ทราบชื่อเจ้าของสำนักคือ นายสมยศ (สงวนนามสกุล) หรือ อาจารย์อ๊อด อายุ 50 ปี นอกจากนี้ ยังพบโต๊ะหมู่บูชา มีพระพุทธรูปปางต่างๆ รูปปั้นฤาษี เศียรฤาษี ยาสมุนไพร ไม้นวดกดจุด ฟ็อกซ์กี้ น้ำมัน ด่างทับทิม และอุปกรณ์ที่ใช้ในการรักษาอื่นๆ

Advertisement

รวมถึงมีผู้ป่วยนั่งรถวีลแชร์ กำลังเข้ารับการรักษาอยู่ 1 ราย ส่วนเจ้าของสำนักดังกล่าวอาศัยช่วงจังหวะชุนมุนหลบหนีไป ด้านเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมด ไปทำการตรวจสอบอย่างละเอียด

โดย ดร.ธนกฤต ได้สาธิตกลวิธีอุบายที่ใช้ในการหลอกลวงผู้เสียหายในการรักษาวิธีต่างๆ โดยการใช้ด่างทับทิม เพื่อจำลองเป็นเลือดที่ออกบริเวณด้านหลังของผู้ป่วย ซึ่งได้โรยไปที่พื้น ก่อนจะราดน้ำลงไป ทำให้น้ำกลายเป็นสีเลือด เพื่อหลอกผู้เสียหาย

ดร.ธนกฤต กล่าวว่า จากการที่ลงพื้นที่มาตรวจสอบข้อเท็จจริงในวันนี้ เราทำตามกฏหมายสาธารณสุข เนื่องจากสถานที่ดังกล่าวเปิดเป็นสถานพยาบาล ซึ่งทางสำนักงานสาธารณสุขในพื้นที่ และกระทรวงสาธารณสุข มีอำนาจเข้าตรวจค้นโดยไม่ต้องขอหมาย

จากการที่ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ ก่อนหน้านี้ เราได้ทำการตรวจยึดหลักฐานต่างๆที่พบภายในสำนักฤาษี ยาสมุนไพร น้ำมัน ไปทำการตรวจสอบอย่างละเอียด เบื้องต้น พบว่า การใช้กลอุบายทางหลักวิทยาศาสตร์ในการหลอกลวงผู้เสียหาย ซึ่งมีความผิด พรบ.การสาธารณสุข และฐานฉ้อโกง ส่วนจะเข้าข่ายความผิดกฏหมายข้อไหนนั้น โดยหลังจากนี้จะทำการตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไป

ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์