หน้าแรก ภูมิภาค ‘ราชบุรี’ จัด...

‘ราชบุรี’ จัดประกวด ‘บอนไซ’ โชว์ศิลปะ ‘ไม้แคระ’ ในกระถาง

14.02.25 | 17:25 น.

‘ราชบุรี’ จัดประกวด ‘บอนไซ’
โชว์ศิลปะ ‘ไม้แคระ’ ในกระถาง


การปลูกต้นไม้แบบย่อส่วนในกระถาง หรือการเลี้ยงบอนไซ เป็นกิจกรรมหนึ่งที่ไม่ใช่เพียงการปลูกต้นไม้ในกระถาง แต่เป็นการจำลองธรรมชาติแบบย่อส่วนที่ผู้เลี้ยงต้องเข้าใจธรรมชาติการเจริญเติบโตของต้นไม้ ที่ต้องมีทั้งความสมดุลและมีศิลปะในการดัด ตัด แต่งกิ่งก้านให้โค้งงอ เพื่อให้เติบโตตามรูปทรงที่สวยงาม การเลี้ยง

บอนไซเกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศจีน มีบันทึกเรื่องราวในอดีตนับพันปีมาแล้ว แต่มาเฟื่องฟูจนเป็นศิลปะแขนงหนึ่งที่ได้รับความนิยมในกลุ่มชนชั้นสูงในประเทศญี่ปุ่น จนเป็นที่มาของชื่อ “บอนไซ”
ปัจจุบัน การเลี้ยงบอนไซยังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้เลี้ยงยังมีกิจกรรมการประกวดและซื้อขาย สนนราคาตั้งแต่ไม่แพงไปจนถึงหลักล้าน เพราะไม่ใช่เพียงการซื้อขายต้นไม้ในกระถาง แต่เป็นการซื้อขายผลงานศิลปะชิ้นหนึ่งก็ว่าได้

เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา สมาคมบอนไซไทย โดย พิศิษฐ์ อริยะอมรกุล นายกสมาคมบอนไซไทย และละมูล รอดเคราะห์ ประธานชมรมบอนไซราชบุรี ชมรมบอนไซราชบุรี และ ธนิศร ศรีก๊กเจริญ ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมและพัฒนาองค์กรการเงินชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน จัดงานประกวดบอนไซ ไม้ดัดเลี้ยงในกระถางเพื่อความสวยงาม เนื่องในโอกาสงานนมัสการพระมหาธาตุและเทศกาลวันมาฆบูชา ประจำปี 2568 ที่วัดมหาธาตุวรวิหาร พระอารามหลวง อ.เมือง จ.ราชบุรี ซึ่งมีผู้ร่วมงาน นักเลี้ยงบอนไซและผู้ปลูกต้นไม้ นำไม้หลากหลายสายพันธุ์ทั้งไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้พื้นถิ่น ไม้หายาก ที่มีฟอร์มหรือรูปทรงแปลกๆ นำมาประกวดกันอย่างคึกคัก

Advertisement

ไฮไลต์ของงาน มีต้นบอนไซ ไม้ดัด หรือต้นไม้แคระเลี้ยงในกระถาง เช่น ต้นตะโก ต้นสนทะเล ต้นโมก ต้นมะขาม ต้นหมากเล็กหมากน้อย เข้าร่วมประกวด และโชว์นาน แต่ละต้นมีอายุนับสิบปี

ธนา น้อยแก้ว จากชมรมบอนไซ จ.ระยอง นำต้นโมกต้นเล็กๆ เข้าร่วมประกวดพร้อมให้ข้อมูลว่า “ต้นโมกหนูติ๊ด” ที่ส่งเข้าประกวดมีอายุประมาณเกือบ 20 ปี ลักษณะลำต้นอวบอิ่ม เตี้ย กำลังออกดอกเต็มต้น มีกลิ่นหอม ปัจจุบันราคาหลักแสนบาท นอกจากนี้ยังมีต้นสนทะเลเป็นไม้ป่าที่ขุดมาเลี้ยง อายุประมาณ 7 ปี ลักษณะรูปทรงฟอร์มเป็นพุ่มชั้น ตัดแต่งกิ่งใบให้โปร่งดูสวยงาม ส่วนอีกต้นที่น่าสนใจ เป็นต้นตะโกของเจ้าของโรงโอ่งรัตนโกสินทร์ 4 ราชบุรี ที่เพาะเลี้ยงมานานไม่ต่ำกว่า 30 ปี ลักษณะทรงพุ่ม โคนใหญ่มีรากโผล่ขึ้นมาให้เห็น ใบเป็นสีเขียวมันวาว และไม้ดัดอีกหลายสายพันธุ์ที่เกาะโขดหินทรงสวยงามแปลกตา

พิศิษฐ์ อริยะอมรกุล กล่าวว่า พื้นที่ ต.เขาแร้ง อ.เมือง จ.ราชบุรี เป็นต้นกำเนิดของประดิษฐ์บอนไซ อันดับต้นๆ ของประเทศไทย มีศิลปินที่มีบอนไซอยู่มาก มีการเลี้ยงต้นไม้เป็นอาชีพ เลือกวัดมหาธาตุวรวิหารเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดงาน เพราะมีสถานที่เก่าแก่ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนทั้งประเทศรู้จักบอนไซที่มีมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา สมัยก่อนมีการประดับกันในวัง มีการค้าขายกับต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นซึ่งนำไม้เข้ามาเป็นรูปแบบบอนไซ
“เขาแร้ง ถือเป็นแหล่งที่ขุดต้นไม้เป็นเจ้าแรกของประเทศ ที่มีการสืบสานมาถึงปัจจุบันนี้ มีการประกวดไม้บอนไซตั้งแต่ พ.ศ.2519 ปัจจุบันมีไม้ที่ประกาศเป็นบอนไซประจำชาติไทย คือ ต้นตะโก พอประกาศไปแล้วต่างประเทศให้ความสนใจ หลายประเทศพยายามหาไม้เป็นเอกลักษณ์ของบอนไซประจำชาติของตนเอง เราพูดได้เต็มความภาคภูมิใจว่า ไทยแทบจะเรียกได้ว่าประกาศเป็นชาติแรกของโลก เนื่องจากไม้ตะโกมีอายุที่ยืนยาว เป็นไม้ที่อยู่ในพระราชวัง ปัจจุบันยังคงมีอยู่ในวัดพระแก้ว เป็นความภาคภูมิใจของคนเล่นบอนไซ และยังเป็นสินค้าส่งออกด้วย สำหรับราคาขายต้นบอนไซขึ้นอยู่กับสวยงามของต้นไม้และพันธุ์ไม้ ความเก่าแก่ รูปทรง ในอดีตขายต้นละ 5 บาท จากนั้นราคาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบันมีตั้งแต่หลักพันบาทไปจนถึงหลักล้าน

บอนไซเป็นศิลปะแขนงหนึ่งไม่มีขีดจำกัดว่าจะต้องทำรูปทรงออกมาเป็นอย่างไร อยู่ที่จินตนาการของแต่ละคน เวลานำมาประกวดจะมีออร่าออกมาให้กรรมการได้เห็น ดูแล้วจะดึงดูดสายตามาก ต้นสวยงาม ความละเอียดพร้อมหมด เหมือนการประกวดนางงามที่จะต้องดูความสวยงาม ซึ่งการเลี้ยงบอนไซถือเป็นไม้ที่ต้องใช้เวลา บางต้นมีระยะเวลาถึง 40-50 ปีก็มีมาแล้ว ไม่เหมือนเลี้ยงไม้ทั่วไป เพราะต้องผ่านการตัดทด บอนไซคือการจำลองไม้ใหญ่ให้อยู่ในกระถาง ทำให้ต้องใช้เวลาเยอะ โดยเฉพาะต่างประเทศขายกันต้นละเป็นร้อยล้านบาท คนที่ก้าวเข้ามาสู่วงการบอนไซถือว่าโชคดี” นายกสมาคมบอนไซไทยกล่าว

ด้าน ธนิศร ศรีก๊กเจริญ กล่าวว่า ชมรมบอนไซราชบุรีขึ้นกับสมาคมบอนไซแห่งประเทศไทย โดยส่วนของ จ.ราชบุรี จะมีการจัดกิจกรรมปีละ 3 ครั้ง กิจกรรมครั้งแรกจะจัดช่วงเดือนมกราคมที่ห้วยยาง ครั้งที่ 2 จัดที่วัดมหาธาตุวรวิหารราชบุรี ซึ่งทุกจังหวัดทั่วประเทศจะต้องมาดูงาน และครั้งที่ 3 จัดที่ ต.เขาแร้ง การทำบอนไซจะส่งผลดีเรื่องการสร้างชื่อเสียงแก่จังหวัดราชบุรี ทั้งยังเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของคนในพื้นที่ ทำให้เกิดการซื้อขายแลกเปลี่ยน การจัดงานแต่ละครั้งจะมีการนำต้นไม้เรียกว่าไม้โครงสร้างมาจำหน่าย คาดว่าแต่ละวันของการจัดงานจะมีเงินสะพัดหลายแสนบาททำให้คนมาขายของราชบุรีมีรายได้ เช่น หินของราชบุรีจะเหมาะในการนำมาเกาะกับต้นไม้ที่สวยงาม ส่วนพันธุ์ไม้ที่นำมาขายในงานช่วยสร้างรายได้ให้คนในพื้นถิ่น โดยเฉพาะความนิยมต้นตะโก เป็นไม้ประจำชาติของประเทศไทย มีทั้งต้นตะโกที่ขุดจากแหล่งธรรมชาติ และจากการเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ด้วยกิ่งตอน การอนุบาล ตัดแต่งราก ขายได้ตั้งแต่ต้นเล็กๆ สร้างรายได้คนทุกเพศทุกวัย แม้แต่วัยรุ่นปัจจุบันก็หันมานิยมเล่นบอนไซ ตั้งแต่ขนาดใหญ่ลงมาถึงขนาดเล็กเรียกว่าไม้จิ๋วมีขนาด 20 เซนติเมตร

ภายในงานยังมีการจัดประกวดกล้วยไม้สวยงามสายพันธุ์ต่างๆ พร้อมทั้งจำหน่ายพันธุ์กล้วยไม้จากฟาร์ม และผู้นิยมเลี้ยงกล้วยไม้จากสวน นำมาจำหน่ายเองในราคาถูก เพื่อให้ประชาชนที่สนใจนำไปเลี้ยงประดับบ้าน สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ ประธานชมรมบอนไซราชบุรี 09-9545-6355