ตร.คุมตัวโน๊ต มือปืนโหดฆ่า 3 ศพ พ่อแม่ลูกทำแผน สารภาพแค้นใจ ยืมเงินไม่ได้ หวิดโดนประชาทัณฑ์
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผช.ผบ.ตร. เดินทางไปสอบปากคำ นายศิวกร หรือโน๊ต อายุ 27 ปี และนายนิรุตย์ หรือเข้ อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาที่ร่วมกันฆาตกรรมอำพราง 3 ศพพ่อแม่ลูก นำร่างใส่รถกระบะ ทิ้งอำพรางบ้านร้าง ที่ อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร
โดยจากการสอบปากคำ นายโน๊ตให้การรับสารภาพว่า เป็นคนใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียชีวิต โดยปมเหตุเกิดจากนายวงศกร หรือใหม่ ผู้เสียชีวิต ตกปากรับคำจะให้นายโน๊ตกู้ยืมเงิน จำนวน 100,000 บาท เพื่อนำไปซื้อโดรนเพื่อการเกษตร เพราะนายใหม่มีอาชีพขับโดรนการเกษตร แต่นายใหม่กลับไม่ให้ยืมเงิน ทำให้นายโน๊ตเกิดความเสียหาย จึงเกิดความโกรธแค้น ใช้ปืนที่นายโน๊ตนำไปจำนำไว้กับผู้ตายเป็นอาวุธสังหาร ก่อนยิงภรรยาและลูกชาย 7 ขวบของนายใหม่เพื่อปิดปาก ก่อนจะโทรศัพท์เรียกให้นายเข้ เพื่อนสนิท มาช่วยยกศพขึ้นรถนำไปอำพราง
หลังสอบปากคำแล้วเสร็จ ตำรวจได้คุมตัวนายโน๊ตที่สวมเสื้อเกราะและหมวกกันน็อกขึ้นรถออกจากโรงพัก นำไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ชี้จุดเกิดเหตุ โดยมีบรรดาญาติๆ ของผู้เสียชีวิต รวมถึงชาวบ้านมาดักรอดูโฉมหน้าฆาตกรเลือดเย็น และดูการทำแผน แต่มีญาติบางคนที่พยายามฝ่าวงล้อมของเจ้าหน้าที่เข้าประชิดตัวผู้ต้องหา หวั่นว่าจะเกิดการรุมประชาทัณฑ์ ทำให้ตำรวจต้องจัดกำลังห้ามปรามจนเกิดการกระทบกระทั่งมีปากเสียงกัน โดยควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้
ในขณะที่จุดที่สองซึ่งเป็นจุดยิง 3 พ่อแม่ลูก เจ้าหน้าที่ไม่ได้นำตัวผู้ต้องหาลงจากรถตู้ คือนายโน๊ต คนยิง และนายเข้ คนช่วยนำร่างนายใหม่ขึ้นรถกระบะ เนื่องจากมีญาติและชาวบ้านมาดักรอกันเป็นจำนวนมาก เกรงว่าจะเกิดการชุลมุนขึ้น จึงให้อยู่ภายในรถ แต่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจบันทึกรายละเอียดและภาพที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน
ทั้งนี้ นายโน๊ตสารภาพว่า ภายหลังก่อเหตุแล้วได้นำทรัพย์สินสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาทไปขายต่อที่ร้านทองในพื้นที่ อ.คลองขลุง และนำเงินที่ได้ไปใช้หนี้และไปใช้ส่วนตัว พร้อมพยายามอำพรางโดยส่งข้อความไปหาญาติว่าให้ถอนแจ้งความ ตระเวนหาผ้าคลุมรถที่ห้างสรรพสินค้ามาคลุมรถเพื่ออำพราง

