หน้าแรก ภูมิภาค ภูธรภาค 3 บุก...

ภูธรภาค 3 บุกจับกุม แก๊งค้ายาข้ามชาติ ยึดไอซ์ำกว่า 599 กก. มูลค่ากว่า 500 ล้าน คาแยกไฟแดง

17.02.25 | 16:05 น.

ภูธรภาค 3 บุกจับกุม แก๊งค้ายาข้ามชาติ ยึดไอซ์ำกว่า 599 กก. มูลค่ากว่า 500 ล้าน คาแยกไฟแดง ตร.ตั้งข้อหาหนัก 

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ตำรวจภูธรภาค 3 เผยคลิปขณะปฏิบัติการจู่โจมจับกุมผู้ต้องหาค้ายาไอซ์ คาแยกไฟแดงปะคำ ต.สระพระ อ.พระทองคำ จ.นครราชสีมา ได้ผู้ต้องหา พร้อมของกลางยาไอซ์ จำนวน 599 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 500 ล้านบาท โดยเหตุดังกล่าวเกิดเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 68 เวลาประมาณ 17.00 น. จากการสืบทราบของชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 3 นำโดย พ.ต.ท.คำพู พลอยผักแว่น รองผกก.กองกำกับการสืบสวน 2 บก.สส.ภ.3 ว่า จะมีพ่อค้าลำเลียงยาเสพติดประเภทยาไอซ์จำนวนมาก ข้ามฝั่งแม่น้ำโขงจากประเทศเพื่อนบ้านมา ที่ จ.บึงกาฬ เพื่อไปส่งให้ลูกค้า ย่านพระราม 2 กรุงเทพมหานคร จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ต่อมา พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 , พล.ต.ต.สนธยา แต่แดงเพชร ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 และพล.ต.ต.ไพโรจน์ ขุนหมื่น ผู้บังคับการตำรวจภูธรนครราชสีมา ได้สั่งการให้วางแผนประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามจับกุมตัวกลุ่มพ่อค้าขนยาเสพติดดังกล่าว

โดยตำรวจสืบสวนภูธรภาค 3 พบรถกระบะต้องสงสัยมีผ้าใบคลุมด้านหลัง ตามที่สายรายงาน ขับมาตามถนนสุรนารายณ์ สายหนองบัวโคก จ.ชัยภูมิ – นครราชสีมา เมื่อรถวิ่งมาถึงแยกไฟแดงบ้านปะคำ ต.สระพระ อ.พระทองคำ จ.นครราชสีมา และรถคนร้ายจอดติดไฟแดง ตำรวจพร้อมอาวุธครบมือ ได้ใช้รถของเจ้าหน้าที่ตำรวจประกบข้าง ก่อนจะจู่โจมเข้าจับกุมคนขับ ทราบชื่อคือ นายอภิชาต หรือรัก พรรณศรี อายุ 41 ปี อยู่ที่ต.สงเปลือย อ.นามน จ.กาฬสินธุ์ และยึดของกลาง ประกอบด้วย

1.ยาไอซ์ จำนวน 599 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 100 ล้าน ที่บรรทุกใส่กระสอบปุ๋ยและถุงดำซีนด้วยเทปกาวไว้กระบะด้านหลังโดยใช้ผ้าใบคลุมเอาไว้ รวม 12 ห่อ

Advertisement

2.รถยนต์กระบะบรรทุกส่วนบุคคล ยี่ห้อห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ แชมป์ สีเทา หมายเลขทะเบียน 1ฒง 3577 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน โดยติดสติ๊กเกอร์ข้อความว่า รับขนย้ายสิ่งของเร่งด่วนให้บริการทุกวันตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจ

3.โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อOPPO สีม่วง-ขาว หมายเลขโทรศัพท์ 0840476536 จำนวน 1 เครื่อง

4.สมุดบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ เลขบัญชี 2782323873 จำนวน 1 เล่ม

5.สมุดบัญชีธนาคารกสิกรไทย เลขบัญชี 1458922655 จำนวน 1 เล่ม

6.ผ้าใบสีเขียวขี้ม้า ขนาด3×4 เมตร จำนวน 1 ผืน

7.ใบเสร็จรับเงินค่าซื้อผ้าใบของบริษัทสยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด จำนวน 1,800 บาท ที่คนร้ายซื้อผ้าใบคลุมปกปิดสารไอซ์ท้ายรถกระบะบรรทุก

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายอภิชาต พร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.พระทองคำ จ.นครราชสีมา ดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยแจ้งข้อกล่าวหา “ครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนชนิดเกล็ดหรือสารไอซ์) โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ซึ่งก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน ทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปโดยฝ่าฝืนกฎหมาย” ซึ่งต่อมา ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 3 ได้ขยายผลต่อเพื่อติดตามจับกุมแก๊งค้ายาไอซ์กลุ่มนี้

และเมื่อเวลา 15.00 น.วันนี้ (17ก.พ.) พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 พล.ต.ต.สนธยา แต่แดงเพชร ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 , พล.ต.ต.ไพโรจน์ ขุนหมื่น ผู้บังคับการตำรวจภูธรนครรราชสีมา ได้เปิดแถลงข่าวคดีนี้ ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 ต.จอหอ อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา โดยนำของกลางทั้งหมดมาแสดง และเปิดเผยพฤติการณ์ของแก๊งค้านยาไอซ์ข้ามชาติแก๊งนี้ โดยนายอภิชาต ให้การรับสารภาพว่า รับจ้างขนยาไอซ์มาจาก จ.บึงกาฬ เพื่อจะนำไปส่งที่กรุงเทพฯ ตกลงค่าจ้างเที่ยวละ 100,000 บาท แต่เพิ่งทำเป็นครั้งแรก ตำรวจไม่ปักใจเชื่อและจะเร่งขยายผลจับกุมผู้ร่วมแก๊งขนยาไอซ์ข้ามชาติต่อไป

และจากการสอบสวน ตำรวจยังทราบอีกว่า ปัจจุบันราคายาไอซ์ที่จำหน่ายให้กลุ่มผู้เสพภายในประเทศไทย ราคาจำหน่ายอยู่ที่กิโลกรัมละ 200,000 บาท ถ้าหลุดออกไปต่างประเทศ จะจำหน่ายได้ถึงกิโลกรัมละ 1,000,000 บาทไทย สำหรับยาไอซ์ที่ตำรวจยึดได้รายนี้ มีมากถึง 599 กิโลกรัม ถ้าส่งออกต่างประเทศราคาสูงถึงเกือบ 600 ล้านบาท จึงเป็นสิ่งที่ล่อใจนักค้ายาเสพติดอย่างมาก