อี-โหนด เทศบาลตำบลบ้านกลาง บริการชุมชนบนแพลตฟอร์มดิจิทัล
“อี-โหนด หรือ Electronic Node คือ การสร้างเครือข่ายในชุมชน ปัจจุบันองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) เริ่มนำมาใช้ในงานบริการประชาชนบนแพลตฟอร์มดิจิทัล ส่วนคนไม่มีโทรศัพท์มือถือ หรือมีมือถือแต่ไม่มั่นใจในการใช้ กลัวมิจฉาชีพ ท้องถิ่นจะไปพูดคุยสอนให้รู้จักการใช้งานไลน์โอเอของเทศบาลโดยเรียกเครือข่ายชุมชน ที่เรียกว่า อี-โหนด ซึ่งถือผู้ช่วยท้องถิ่นอีกทางหนึ่ง”
…จากปัญหาการระบาดของเชื้อโควิด – 19 เมื่อปี 2563 ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชน ทั้งในเรื่องสุขภาพ ชีวิต ความเป็นอยู่ การค้าการขาย และ กระทบรายได้ยังชีพทุกครัวเรือน นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อการทำงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ที่ต้องจัดสรรงบประมาณลงมาดูแลประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ นอกเหนือจากภารกิจที่รับผิดชอบแต่เดิม โดยเฉพาะจากนโยบายของรัฐบาลที่ประกาศลดภาษีโรงเรือนและที่อยู่อาศัยลง 90 เปอร์เซ็นต์ ทำให้อปท.จัดเก็บเพียง 10% ส่งผลกระทบต่อการคลัง และการใช้จ่ายของอปท.ทุกแห่ง
เทศบาลตำบลบ้านกลาง อ.เมือง จ.ลำพูน เทศบาลเล็กๆ ที่ตั้งอยู่กลางนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ เป็นอีกหนึ่งอปท.ที่ได้รับผลกระทบจากนโนบายดังกล่าว ทำให้รายได้ที่เทศบาลที่เคยจัดเก็บได้จากเดิมปีละกว่า 50 ล้านบาท ลดลงเหลือเพียงไม่กี่ล้าน วิกฤติครั้งนั้น ทำให้ต้องเทศบาลต้องเลิกจ้างลูกจ้างเทศบาลกว่า 100 คน แม้ระยะหลังวิกฤติจากโรคระบาดคลี่คลาย แต่ผลกระทบต่อเนื่องทำให้เทศบาลไม่สามารถทำระบบบริหารจัดการงานได้ดีจนเกิดเป็นปัญหาที่ต้องหาทางออก
เมื่อเกิดปัญหาคนไม่พอ ข้อมูลสะเปะสะปะ บางข้อมูลหายไปกับพนักงานจ้างที่ออกไป ความสำคัญเรื่องการจัดทำระบบข้อมูลเมืองเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจึงเป็นที่มาของความต้องการที่ต้องทำวิจัย “การพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิตอลข้อมูลเมืองเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สำหรับเทศบาลตำบลบ้านกลาง” โดยเทศบาลร่วมกับมูลนิธิส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยการสนับสนุนทุนวิจัยของหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่(บพท.) เมื่อปี พ.ศ.2566 ที่ผ่านมา โดยมี สอน ปิ่นแก้ว นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกลางเป็นหัวหน้าทีม และ “อภิชาติ เทพชา” ปลัดเทศบาลตำบลบ้านกลางเป็นคณะทำงาน
นายกสอน และ ปลัดอภิชาตให้ข้อมูลว่า ตอนแรก ๆ ที่เริ่มเปลี่ยนผ่านจากยุคอนาล็อคเป็นดิจิทัลหลังโควิด – 19 เทศบาลค่อนข้างมีปัญหา เพราะไม่มีเครื่องมือ ไม่มีกำลังคน จึงไปเรียนรู้จากเทศบาลตำบลแม่เหี๊ยะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ แล้วกลับมาประชุมสรุปการดำเนินการ และลองลงมือทำ ตอนแรกคิดว่าทำไม่ได้เพราะไม่มีผู้เชี่ยวชาญคอมพิวเตอร์เลย แต่ทาง ทต.แม่เหี๊ยะให้แพลตฟอร์มดิจิทัลมาใช้ทั้งงานสารบรรณ งานออกใบอนุญาต ธรรมเนียมก่อสร้าง พอเอามาใช้เทศบาลก็ต้องออกไปคุยกับประชาชนนพื้นที่ด้วย ไปทำประชาคมฟังเสียงประชาชนผู้ใช้บริการ ช่วงเปลี่ยนผ่านช่วงแรก เทศบาลตำบลบ้านกลางมีพี่เลี้ยง จากเทศบาลตำบลแม่เหี๊ยะ และนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่(มช.)มาช่วยให้ความรู้ด้วย ประกอบกับทางมูลนิธิส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ร่วมกับ บพท. จัดทำหลักสูตรนักพัฒนาเมืองระดับสูงขึ้นและสนับสนุนงบประมาณการทำวิจัยเพื่อพัฒนาระบบดิจิทัลเพื่อนำไปใช้พัฒนาเมือง ทำให้เทศบาลตำบลบ้านกลางได้เข้ามาร่วมเรียนรู้และทำวิจัยจนกระทั่งสามารถนำแพลตฟอร์มดิจิทัลจากการวิจัยมาใช้พัฒนาเมือง
จากการยอมรับและปรับตัวทำให้เทศบาลตำบลบ้านกลาง กลายเป็นพื้นที่ศึกษาดูงานของพี่น้องในเครือข่าย อปท.ทั่วประเทศ ทำให้เกิดการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และล่าสุดทางเทศบาลตำบลบ้านกลางยังได้เอาภารกิจงานทั้งหมดของเทศบาล ไปวางไว้ในไลน์ออฟฟิศเชียล หรือ Line OA หลังจากพบว่าพฤติกรรมประชาชนส่วนใหญ่ทำทุกอย่างผ่านระบบมือถือ จึงได้ถือโอกาสเอางานของเทศบาลตั้งการติดต่อ การขออนุญาต การชำระเงิน การร้องเรียนอยู่ในช่องทาง Line OA ทั้งหมด
“ตอนนี้เทศบาลเอาดิจิทัลเข้ามาใช้เกือบทั้งหมด เอาทุกอย่างไปวางไว้ใน Line OA เข้าไปที่เดียวสามารถทำได้หมดเลย มีบริการทุกอย่างอยู่ในนั้น พี่น้องประชาชนเพียงเข้ามาเป็นเพื่อนในไลน์ นอกจากบริการ 5 อย่าง ก็ยังมีการส่งข่าวสาร ตอนนี้เราพัฒนาระบบการให้บริการท้องถิ่น 30 กว่าอย่าง อะไรที่เป็นหลักการที่เขียนคำร้องก็เปลี่ยนเป็นกูเกิ้ลฟอร์มและสามารถเขียนที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมาเทศบาล ไม่ต้องเสียเวลา เช่น การเขียนคำร้องขอใช้รถ เขียนคำร้องกดเข้ามามีระบบตอบกลับ และสามารถให้บริการได้เลย ซึ่งทุกอย่างเราเริ่มเรียนรู้จากหนึ่งจนถึงตอนนี้เราทำได้หมดแล้ว ”
หลังเปิดใช้บริการ ขณะนี้มีสมาชิกในชุมชนเข้ามาใช้งานแล้วเกือบ 2,000 ครอบครัว หากคิดเป็นจำนวนประชากรประมาณหมื่นคน ส่วนคนที่ยังไม่ได้เข้ามาใช้งานทางเทศบาลได้ใช้ยุทธวิธี “อี-โหนด” หรือ Electronic Node หรือ เครือข่ายอิลิทรอนิกส์ที่เป็นจุดช่วยเหลือคนในชุมชน
“อี-โหนด คือ การสร้างเครือข่ายในชุมชน บางคนไม่มีโทรศัพท์มือถือ บางคนมีมือถือแต่ไม่มั่นใจในการใช้ กลัวมิจฉาชีพ กลัวสแกนแล้วเงินหาย ทางเทศบาลเลยนำเอาจุดอ่อนตรงนี้มาแก้ปัญหา โดยเข้าไปพูดคุยกับร้านชำ ร้านเสริมสวย ที่ตั้งอยู่ในชุมชน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่คนในชุมชนยอมรับและไว้ใจ โดยไปสอนร้านเหล่านี้ให้รู้จักการใช้งานไลน์โอเอของเทศบาลเพื่อเข้าใช้บริการต่างๆ ที่เทศบาลใส่ไว้ แล้วหากประชาชนไม่มีโทรศัพท์ ใช้โทรศัพท์ไม่เป็น หรือกลัวถูกหลอกก็ให้อี-โหนด เหล่านี้เป็นผู้ช่วยเทศบาลอีกต่อหนึ่ง ซึ่งผู้มาใช้บริการอาจจะจ่ายเงินค่าตอบแทนให้อี-โหนดของเรา ซึ่งอาจถูกกว่าเดินทางมาเองหรือติดต่อเอง ขณะนี้มีอี-โหนดแล้วมากถึง 171 รายซึ่งช่วยแก้ปัญหาคนชายขอบได้”
แต่นอกจากอี-โหนด ที่เป็นเครือข่ายสำคัญในการใช้บริการของเทศบาลแล้ว สำนักงานเทศบาลตำบลบ้านกลางยังมีห้อง one stop service ที่เอาไว้บริการประชาชน ใครมาใช้บริการที่เทศบาล ในห้องนี้มีแอร์เย็นฉ่ำ ทำทุกอย่างให้เสร็จได้ภายในจุดเดียว
ปัจจุบัน ยังมีผู้มาใช้บริการพอสมควร ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเจอเนอเรชั่นเบบี้บูม และ เจนเอ็กซ์ ที่ยังมองว่าเอกสาร กระดาษเป็นรูปธรรมที่สัมผัสได้และเชื่อมั่นมากกว่าการทำธุรกรรมผ่านมือถือ

