หน้าแรก ภูมิภาค สกัดแก๊งนักบิ...

สกัดแก๊งนักบิน ขับรถตู้ส่งยาบ้าทั่วอีสาน โดนตร.ล่อซื้อ ยึดของกลางอื้อ

19.02.25 | 23:38 น.
ส่งยาบ้า

สกัดแก๊งนักบิน ขับรถตู้ส่งยาบ้าทั่วอีสาน โดนตร.ล่อซื้อ ยึดของกลางอื้อ

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.บึงกาฬ ภาพเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดบึงกาฬ โดยการนำของ พล.ต.ต.วิญญู อำนวยสมบัติ ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ ,พ.ต.อ.ชัยยุทธ ธรรมสุนา รอง.ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ, พ.ต.อ.พงศ์พัชร์ แจ้งหมื่นไวย์ รอง.ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ และ พ.ต.อ.จรูญศักดิ์ ลำพุทธา ผกก.สส.ภ.จว.บึงกาฬ ร่วมกับ ตำรวจ สภ.โสกก่าม และฝ่ายปกครองจังหวัดบึงกาฬ เข้าสกัดจับขบวนการค้ายาเสพติด โดยใช้รถตู้ยี่ห้อ TOYOTA สีเทา ขนยาบ้าจำนวน 1 กระสอบ มาโยนทิ้งไว้ข้างทางบริเวณถนนสาธารณะด้านทิศใต้บ้านโนนสวนหม่อน หมู่ที่ 5 ต.บ้านต้อง อ.เซกา จ.บึงกาฬ


พร้อมจับกุม

  1. นายบรรเจิด (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี ชาวหมู่ที่ 7 ต.หนองแวงใต้ อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร
  2. นายธนชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี ชาวหมู่ที่ 4 ต.นาคำ อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร
  3. นายศุภกฤษ (สงวนนามสกุล) อายุ 16 ปี ชาวหมู่ที่ 4 ต.นาคำ อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร

พร้อมด้วยของกลางยาบ้าทั้งหมด จำนวนประมาณ 128,000 เม็ด

ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้มีการจับกุม นายมนตรี (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี ชาวหมู่ที่ 5 ต.บ้านต้อง อ.เซกา จ.บึงกาฬ พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 36,000 เม็ด พร้อมรถจักรยานยนต์ จำนวน 1 คัน ในข้อหา 1.จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอฟเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่ม ประชาชนและทำให้เกิดผล กระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชน โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย 2.เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1(เมทเอมเฟตามีนหรือยาบ้า)และเป็นผู้ขับขี่ โดยผ่านการเสพยาเสพติดให้โทษโดยฝ่าฝืนกฎหมาย

Advertisement

ส่งยาบ้า

จากนั้น นายมนตรีสารภาพให้ข้อมูลที่สำคัญกับเจ้าหน้าที่เพื่อขอลดโทษ และได้ให้การว่า ตนสามารถสั่งยาบ้ากับท้าวพร (นามสมมติ) ราษฎรชาว สปป.ลาว ได้ จากนั้น ตนจึงทำการติดต่อสั่งซื้อยาบ้ากับท้าวพร เมื่อตกลงกันได้ท้าวพร จะให้คนนำยาบ้า มาส่งให้ตนที่บ้านโนนสวนหม่อน หมู่ที่ 5 ต.บ้านต้อง อ.เซกา จ.บึงกาฬ แต่ไม่ทราบว่าจุดใด

ต่อมาจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ สนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนดักซุ่มจับกุม จนพบรถยนต์ตู้คันดังกล่าว ขับมุ่งหน้ามายังจุดจับกุม แล้วชะลอความเร็วลง จังหวะนั้น จนท.พบว่าประตูด้านข้างของรถตู้ได้เปิดออก และมีวัตถุต้องสงสัยบางอย่างถูกทิ้งออกมาจากรถตู้คันดังกล่าว จึงเข้าสกัดจับ พร้อมแสดงตัวเป็นตำรวจ ทั้ง 3 คน ท่าทางตกใจคล้ายกับคนมีสิ่งของผิดกฎหมาย จึงขอทำการตรวจค้นตัวทั้ง 3 คน แต่ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด จากนั้นจึงนำตัวทั้ง 3 คน เข้าตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยที่โยนลงจากรถ พบยาบ้าจำนวนมาก

สอบถาม นายบรรเจิด ,นายธนชัย และนายศุภกฤษ ว่ายาบ้าที่เจ้าหน้าที่ตรวจค้นพบนั้นเป็นของใคร นายบรรเจิด ยอมรับว่ายาบ้าเป็นของตนจริง ซึ่งตนได้รับการว่าจ้างจากท้าวพร ราษฎรชาว สปป.ลาว ให้ไปรับยาบ้าตามจุดนัด ไปส่งต่อให้ลูกค้าในหลายจังหวัด เช่น ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ บึงกาฬ อุดรธานี ตามที่ท้าวพร ราษฎรชาว สปป.ลาว สั่งการ ครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมาโดยได้ค่าตอบแทนในการส่งยาบ้าเป็นเงิน จำนวน 100,000 บาท

ส่งยาบ้า

ส่วนนายธนชัย และนายศุภกฤษ ให้การว่าตนไม่ทราบว่าบนรถตู้คันดังกล่าว มียาบ้าซุกซ่อนอยู่เนื่องจาก นายบรรเจิด ซึ่งมีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยง ได้ชวนตนมาเที่ยว ตนจึงขึ้นรถมาด้วย พอมาถึงจุดดังกล่าวที่เกิดเหตุ นายบรรเจิดได้สั่งให้นายธนชัย ทิ้งวัตถุดังกล่าวซึ่งวางอยู่ภายในรถตู้ ทิ้งออกไปนอกตัวรถ และนายศุภกฤษจึงช่วยผลักวัตถุดังกล่าวไปไว้ที่ข้างประตูเพื่อให้ นายธนชัยถีบออกไปจากตัวรถ

จากนั้นจึงทำการตรวจยึดยาบ้าทั้งหมดไว้เป็นของกลาง และนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย มาขยายผลที่ สภ.โสกก่าม และตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด และแจ้งสิทธิ์และข้อกล่าวหาให้ นายบรรเจิด(ผู้ต้องหาที่ 1) ,นายธนชัย (ผู้ต้องหาที่ 2) และนายศุภกฤษ (ผู้ต้องหาที่ 3) “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอฟเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย”

ซึ่งนายบรรเจิด (ผู้ต้องหาที่ 1) แล้ว ให้การรับสารภาพตลอด ข้อกล่าวหา ส่วน นายธนชัย(ผู้ต้องหาที่ 2) และนายศุภกฤษ (ผู้ต้องหาที่ 3) ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จึงควบคุมตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.โสกก่าม ดำเนินคดีตามกฎหมาย และตามยึดทรัพย์ต่อไป