หน้าแรก ภูมิภาค ‘ทุนจีนเทา’ บ...

‘ทุนจีนเทา’ บุกรุกปลูกทุเรียน? ส.ว.แนะใช้ยาแรง-สืบต่อปม ‘จนท.เฝ้าอ่างน้ำ’ ถูกวางยาดับ

22.02.25 | 16:51 น.

ปธ.กมธ.ทรัพย์ฯ วุฒิสภา ลงพื้นที่ตรวจสอบ ‘ทุนจีนเทา’ บุกรุกปลูกทุเรียนในตราด-จันทบุรี แนะใช้ยาแรงแก้ อึ้ง! 4-5 ปีก่อนเคยมี จนท.เฝ้าอ่างเก็บน้ำ ถูกวางยาดับ

เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่ อ.บ่อไร่ จ.ตราด นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปธ.กมธ.ทรัพย์า) วุฒิสภา เดินทางไปตรวจสอบพื้นที่บุกรุกป่าไม้ และที่ดินในอ่างเก็บน้ำคลองห้วงแร้ง หลังจากตกเป็นข่าวว่ามีกลุ่มทุนจีนสีเทาเข้ามาครอบครอง และปลูกทุเรียน กว่าร้อยไร่

โดยมี นายกิติศักดิ์ หมื่นศรี รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่ 1 นายกัมพล ทองชิวที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ นายธีรวิทย์ โชติที่ปรึกษากิตติมศักดิ์คณะกรรมาธิการ นายฐิติพันธ์ จูจันทร์โชติ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์คณะกรรมาธิการ นายการุณย์ พิมพ์สังกุล เลขานุการ นายศุภารัฏฐ์ ธันยพัฒน์ ผู้ช่วยเลขานุการ ร่วมด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยแร้ง นายพีระ เอี่ยมสุนทร รองผู้ว่าราชการ จ.ตราด นายธำรงศักดิ์ นคราวงศ์ ผู้อำนวยการชลประทาน จ.ตราด นายศักดินัย นุ่มหนู ส.ส.ตราด ประธาน กมธ.การเกษตรและสหกรณ์ และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และกำนันผู้ใหญ่บ้านในตำบลด่านชุมพล และชาวบ้านที่ทำกินอยู่ในบริเวณอ่างเก็บน้ำห้วงแร้ง กว่า 50 รายรออยู่

Advertisement

เมื่อ คณะ กมธ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเดินทางมาถึง ได้แนะนำตัวกับข้าราชการ และส่วนราชการที่มาต้อนรับ จากนั้นรับฟังสถานการณ์

โดย นายธำรงศักดิ์ นคราวงศ์ กล่าวถึงสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น โดยยอมรับว่า สถานการณ์ดังกล่าวได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ จ.ตราด และ จ.จันทบุรี เกี่ยวกับปัญหาการบุกรุกที่ดินหลายแห่ง ทั้งในอ่างเก็บน้ำห้วยแร้ง อ.บ่อไร่ จ.ตราดและในเขื่อนคิรีธาร อ.ขลุง จ.จันทบุรี และอื่นๆ

“ที่ผ่านมาได้เชิญเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลกับทางคณะกรรมาธิการแล้วระดับหนึ่ง การเดินทางมาวันนี้ก็เพื่อต้องการได้ทราบข้อมูลเพิ่มเติมในพื้นที่ว่า จะเข้ามาแก้ไขปัญหาได้อย่างไรบ้าง แต่ยอมรับว่า เรื่องปัญหาจีนเทาเข้ามาบุกรุกที่ดินทั้งในอ่างเก็บน้ำและในพื้นที่ป่านั้น เป็นเรื่องใหญ่ที่จะต้องเข้ามาแก้ไขปัญหาอย่าจริง และเสนอให้รัฐบาลเข้ามาดูแล รวมทั้งการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการเวนคืนที่ดิน และยังไม่ได้รับค่าเวนคืนจำนวนหนึ่งว่า มีปัญหาข้อขัดข้องอย่างไร”

จากนั้น นายชีวะภาพ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า จากการร้องเรียนที่เขาบ่อทอง จ.จันทบุรี ว่ามีการบุกรุกป่า และมีเรื่องของอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยระหว่างดำเนินการนั้นก็มีการร้องเรียนจากประชาชนในจังหวัดตราดถึงปัญหาดังกล่าว และทางตำรวจจันทบุรี ได้ทำการขยายผลและทำการแจ้งความดำเนินคดีไป 6 คน รวมทั้งตำรวจ 2 คน เป็น 2 ผัวเมีย รวมทั้งมี 2 แม่ลูกที่ครอบครองพื้นที่ที่ใช้ ภบท.5 และมีพื้นที่จำนวน 900 ไร่ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะครอบครองระดับนั้น และมีอีกคดีหนึ่งที่มีการครอบครองที่เขาบ่อทองจำนวน 1,800 ไร่ เป็นทุนจีน

“คณะกรรมาธิการ ทราบว่าเป็นทุนจีน ซึ่งพวกเราตกใจว่ามีการดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร จึงรวมกันเข้ามาที่จะแก้ปัญหาใน 3 กรรมาธิการ ซึ่งมี กมธ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรรมาธิการกฎหมายและกรรมาธิการยุติธรรม ร่วมกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้ามาช่วยกันติดตามแก้ปัญหา และตรวจสอบว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่”

นายชีวะภาพกล่าวต่อว่า เมื่อทำอยู่ที่จังหวัดจันทบุรี ก็มีเรื่องร้องเรียนที่จังหวัดตราด รวมทั้งที่จังหวัดอื่นๆ ด้วย ซึ่งจากการตรวจสอบในพื้นที่ชลประทานตราด มีการบุกรุกมานานนับ 10 ปี โดย ชลประทานตราด ก็ทำการจับกุมมาดำเนินคดีแล้วหลายครั้ง ปี 2549 มีถึง 10 คดี แต่ใช้กฎหมายชลประทาน ซึ่งโทษเบา จึงยังคงบุกรุกกันอีก จะรื้อถอนไม่ได้ และในปี 2565-2566 ก็จับกันอีกกว่า 20 คดี

“ผมมองว่า หน่วยงานที่เข้าไปให้ข้อมูลที่วุฒิสภาระบุว่า มีการใช้กฏหมายที่เบาเกินไปทำให้ผู้กระทำผิดไม่เกรงกลัว เราจึงแนะนำให้ใช้ยาแรง ซึ่งพื้นที่นี้ในเขตชลประทานได้รับการใช้ประโยชน์แล้ว ให้ใช้บังคับคดีด้วย พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ และนำกฏหมายตาม พ.ร.บ.ชลประทาน มาใช้และใช้ทั้งสอง พ.ร.บ.ก็จะดีขึ้น

เมื่อตรวจสอบแล้วว่าเป็นกลุ่มทุนมาบุกรุก ก็จะประกาศรื้อถอนทันที และก็มีอำนาจตัดทุเรียนออกได้ เพราะเป็นของนายทุน จากนั้นชลประทานก็หางบมาปลูกป่าต่อไป ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นทุนจีนหรือทุนไทยก็ตามก็จะต้องถูกดำเนินการไม่ว่าเป็นใครทั้งนั้น สำหรับเรื่องการปลูกทุเรียนเป็นเรื่องที่ดี ที่จะทำให้รายได้เข้าประเทศมากขึ้น แต่ถ้าเป็นทุนจีนที่เข้ามาลงทุนและมาบุกรุก ก็เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ทุกคน ทุกหน่วงยงานจะต้องไม่ยอมแพ้กับเรื่องนี้” นายชีวะภาพกล่าว

นายชีวะภาพกล่าวอีกด้วยว่า ส่วนเรื่องที่ชาวบ้านจะทำกิน ไม่ได้ ในขณะที่นายทุนทำได้นั้น อยากบอกว่าไม่ต้องกังวล เพราะหากพบว่าเป็นนายทุนต้องถูกจับแน่และรื้อถอน ขณะเดียวกันกลุ่มทุนที่ทางกรรมาธิการ จะลงไปจับกุมที่บุกรุกนับ 100 ไร่นั้น จะมีเรือหรือแพที่สามารถสูบน้ำขึ้นไปบนเขาที่ปลูกได้ จึงเลือกที่ใกล้อ่างเก็บน้ำซึ่งเหมือนที่จันทบุรี

ทั้งนี้ แนะนำตำรวจและเจ้าหน้าที่ที่ทำคดีนี้ ควรจะทำการสอบสวนและหาหลักฐานที่หนาแน่น มีรายละเอียดที่ชัดเจน ทั้งสองหน่วยงานคือ ชลประทานและป่าไม้ ต้องจับมือให้แน่น เช่น แพที่ลากไป ตัวเครื่อง หรือเลขเครื่องจะต้องใส่อยู่ในบันทึกด้วย และมิเตอร์ไฟ มิเตอร์น้ำ รวมทั้งพยานบุคคลที่เป็นแรงงานที่ดูแลนั้น เข้า-ออกตรงไหน เมื่อไปแจ้งตำรวจ ตำรวจก็จะขยายผลจากข้อมมูลที่ส่งไปให้ ก็สามารถสั่งฟ้องได้ และหากเป็นกลุ่มทุนก็จะทิ้งหรือหนีคดีไป เพราะคดีป่าสงวนแห่งชาติโทษ จะหนัก ซึ่ง พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ ใน ม.25 ที่ระบุว่า หากรู้ว่ากลุ่มที่ครอบครองเป็นกลุ่มทุน ทางนายอำเภอ รองผู้ว่าฯหรือ ผู้ว่าฯ ก็สามารถประกาศยึดพื้นที่ได้และสามารถตัดต้นไม้หรือต้นทุเรียนได้ เพราะไม้เหล่านี้ไม่สามารถอยู่ในพื้นที่ชลประทาน ได้

นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ยังรับทราบจากสื่อมวลชนด้วยว่า เมื่อ 4-5 ปี ที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่ชลประทานตราด ที่เฝ้าพื้นที่อยู่ ถูกวางยาเสียชีวิต ซึ่งน่าจะเกี่ยวข้องกับปัญหานี้ ซึ่งเรื่องนี้ตนไม่ทราบมาก่อน จึงจะต้องทำการสอบสวนและหารายละเอียดในเรื่องนี้ต่อไป เพราะหากเป็นเรื่องจริงก็แสดงให้เห็นว่า เรื่องนี้มีอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้อง และหากเป็นจริงต้องขอแสดงความเสียใจกับเจ้าหน้าที่ด้วย โดยจะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อเข้ามาติดตามและตรวจสอบในพื้นที่อย่างจริงจัง

“แม้จะต้องเสียเวลาไปเท่าไรก็ต้องทำ และต้องนำเรื่องเดิมมาขยายผลต่อไป หากเป็นกลุ่มทุนใหญ่และมาทำเช่นนี้ก็ไม่ควรให้เกิดขึ้นอีก ในเรื่องการประหัตประหารเจ้าหน้าที่ที่ถูกต้อง และหากมีเบาะแสก็จะติดตามต่อไป” นายชีวะภาพกล่าว

จากนั้น นายชีวะภาพ พร้อมคณะ เดินทางไปยังจุดที่กลุ่มทุนบุกรุก บนพื้นที่นับ 100 ไร่ เพื่อตรวจสอบความจริง ต่อไป