ตัวพ่ออยู่จีน ส่งลิ่วล้อมาไทย ถือวีซ่านทท.-น.ร. ฝังตัวภูเก็ตเปิดเว็บเสี่ยงโชค สูบเงินคนไทยวันละแสน
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ต.ท.กวิณวัชร์ อารยะสุริวงศ์ รอง ผกก.ตม.ชลบุรี พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ เอนสาร สวญ.ตร.ทท.พัทยา พร้อมด้วยตำรวจชุดสืบสวนตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี ตำรวจชุดสืบสวนท่องเที่ยวเมืองพัทยา ตำรวจชุดสืบสวน สภ.หนองปรือ ตำรวจชุดสืบสวนจังหวัดชลบุรี สนธิกำลังกว่า 30 นาย นำหมายค้นศาลจังหวัดพัทยา เลขที่ ค.39/2568 เข้าทำการตรวจค้นบ้านพักภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ย่านซอยเขาตาโล หมู่ 10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังได้รับร้องเรียนจากกลุ่มชาวบ้าน ว่ามีกลุ่มชาวจีนใช้ชีวิตอยู่ในบ้านลักษณะผิดปกติ สงสัยว่าจะมีการลักลอบกระทำผิดกฎหมาย

จากการเข้าปิดล้อมบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านหรู มีเนื้อที่ 150 ตารางวา และมีรั้วล้อมรอบขอบชิด ซึ่งจากการเข้าตรวจสอบในเบื้องต้นพบกลุ่มชาวจีนทั้งชายและหญิงกำลังนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก และมีโทรศัพท์มือถือวางเรียงรายไม่ต่ำกว่า 20 เครื่อง ตำรวจจึงแสดงหมายค้นและเข้าทำการตรวจสอบอย่างละเอียด โดยตรวจยึดโน้ตบุ๊กได้จำนวน 3 เครื่อง และโทรศัพท์มือถือ 29 เครื่อง และสอบปากคำกลุ่มชาวจีนซึ่งนั่งอยู่ภายในบ้าน เป็นผู้หญิง 1 คน (ถือวีซ่านักท่องเที่ยว) และผู้ชาย 4 คน (ถือวีซ่านักเรียน)

จากการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดพบกลุ่มชาวจีนดังกล่าวลักษณะทำหน้าที่เป็น แอดมิน คอยรับโอนเงินให้กับกลุ่มชาวจีน เข้ามาเล่นเกมเสี่ยงโชค ซึ่งเป็นโปรแกรมที่สร้างขึ้นมาเฉพาะตัว คล้ายกับการเล่นพนันเกมสล็อต-พนันออนไลน์ ซึ่งชาวจีนกลุ่มนี้จะมีหน้าที่รับโอนเงินและตอบข้อความในแอพพลิเคชั่นวีแชต แล้วให้นักเสี่ยงโชคเข้าไปเล่นเกม ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีเงินหมุนเวียนต่อวันเป็นจำนวนหลายหมื่นหยวน (หรือราวๆ 1 แสนบาทต่อวัน) โดยกลุ่มชาวจีนจะได้รับค่าตอบแทนเป็นเปอร์เซ็นต์จากยอดเงินที่โอนเข้าไปเล่นเกม
นอกจากนี้ จากแนวทางการสืบสวนยังพบตัวการใหญ่ซึ่งเป็นผู้ควบคุมโปรแกรมอยู่ในประเทศจีน โดยชาวจีนกลุ่มนี้มีหน้าที่เป็นแอดมินตอบลูกค้า และคอยรับการโอนเงิน ซึ่งตำรวจอยู่ในระหว่างการสืบสวนขยายผล เนื่องจากโปรแกรมดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการเล่นพนันออนไลน์
มีรายงานเปิดเผยว่า จากการเข้าจับกุมในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากตำรวจชุดสืบสวนพบว่ามีกลุ่มชาวจีนมาเช่าและมีการใช้ไฟฟ้าที่แพงผิดปกติ รวมถึงชาวบ้านในละแวกดังกล่าวให้ข้อมูลว่าบ้านหลังนี้มีชาวจีนเข้าออกเป็นประจำ แต่ส่วนใหญ่จะเก็บตัวอยู่ในบ้าน ไม่ออกมาให้คนในหมู่บ้านเห็น จึงตัดสินใจเข้าทำการตรวจค้น




