เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ นายสิทธิบูรณ์ รัชตะสุวิโรจน์ นายกสมาคมชาวไร่อ้อย ที่ราบสูงจังหวัดเลย เปิดเผยว่า ผมพร้อมกับนายปฏินันท์ พลซา นายกสมาคมเกษตรกรชาวไร่อ้อยจังหวัด กับพวกอีก 60 คน ได้ยื่นหนังสือถึงรัฐบาล โดยผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ขอให้ช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อย ตัดอ้อยสดคุณภาพดี เพื่อลดฝุ่น PM 2.5 ฤดูการผลิตปี 2566/2567 และปี 2567/2568 รัฐบาลมีนโยบายลดปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 อย่างเคร่งครัด โดยเน้นภาคการเกษตรให้ลดการเผา หลังมีนโยบายลดการเผาไร่อ้อยลดฝุ่น PM 2.5 แล้วจะได้เงินตันละ 120 บาท ตามที่รัฐบาลได้รับปากไว้ แต่จนถึงวันนี้ 2 ปีแล้ว รัฐบาลยังไม่จ่ายเงินชดเชยให้เกษตรกรแต่อย่างใด
การเดินทางมายื่นหนังสือครั้งนี้ เพื่อสะท้อนถึงภาครัฐที่รับปากว่าจะจัดสรรงบประมาณได้เงินตันละ 120 บาท ตามที่รัฐบาลมีนโยบายและไรับปากไว้ แต่วันนี้เวลาผ่านไป 2 ปีแล้ว เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือแต่อย่างใด จึงมาขอวิงวอนต่อภาครัฐให้เห็นใจชาวไร่อ้อย เพราะการตัดอ้อยสดมีต้นทุนสูงและใช้เวลานาน พวกเราพยายามทำตามนโยบายของภาครัฐแล้ว ปัจจุบันเกษตรกรชาวไร้อ้อยประสบปัญหาความเดือดร้อน ต้นทุนการผลิตอ้อยเพิ่มสูงขึ้น
ในการนี้สมาคมชาวไร่อ้อยที่ราบสูงจังหวัดเลย และสมาคมเกษตรกรชาวไร่อ้อยจังหวัดเลย ผู้ดูแลผลประโยชน์ให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อย จึงขอให้ทางภาครัฐ หาแนวทางช่วยเหลือ และแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดส่งโรงงานให้ได้รับเงินช่วยเหลือตันละ 120 บาท ของปีการผลิต 2566/2567 (ค้างจ่าย) และปีการผลิต 2567/2568
แต่หากไม่ได้การแก้ไขหรือไม่ได้รับการสนใจกับรัฐบาล ผมพร้อม 4 องค์กรสมาคมผู้ปลูกอ้อยทั้งประเทศจะมีการประชุมร่วมกันวันที่ 27 กุมภาพันธ์ เพื่อจะยกระดับการต่อสู้ให้เข้มข้นขึ้นและขอเข้าพบกับนายกรัฐมนตรี หากภาครัฐไม่ขยับหรือไม่มีข่าวดีให้กับชาวไร่อ้อย พวกเราจะขอเดินทางเข้ากรุงเทพฯ พร้อมกับเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยทั่วประเทศ

