เก็บอัฐิ 17 ศพ จนท.เยี่ยมผู้บาดเจ็บ พร้อมแจ้งสิทธิช่วยเหลือ ผู้รอดชีวิต เชื่อบารมีปู่สมภารจึงรอดปาฏิหาริย์
เมื่อช่วงเช้าวันที่ 2 มีนาคม ที่วัดป่าวิเวกธรรมคุณ บ้านแก้วสมบูรณ์ และที่วัดป่าวิเวกพัฒนาราม บ้านเอือด ต.พรเจริญ อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ พระครูวรวัฒน์คณารักษ์ (หลวงตาอำไพ กิตติปัญโญ) เจ้าอาวาส พร้อมคณะสงฆ์ นำญาติของผู้เสียชีวิตทั้ง 13 ศพ ประกอบพิธีการเก็บอัฐิ หลังสวดญาติๆ ช่วยกันเก็บก้อนอิฐประสานออกวางไว้หลังเชิงตะกอน แล้วตกแต่งอัฐิ ตกแต่งปั้นให้เหมือนรูปร่างคน ก่อนวางเหรียญตามหุ่นให้ครบ 32 ตามประเพณีท้องถิ่น เช่นเดียวกับที่บริเวณเชิงตะกอนของวัดป่าวิเวกพัฒนาราม พระสงฆ์ก็พาคณะญาติผู้เสียชีวิตอีก 4 ศพ ประกอบพิธีเก็บอัฐิ เพื่อเป็นการส่งดวงวิญญาณผู้ตายให้ไปสู่สวรรค์หลังฌาปนกิจ พระสงฆ์ทำพิธีบังสุกุลและห่อด้วยผ้าขาวให้เรียบร้อยเพื่อนำกลับไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนา หรือนำไปลอยอังคาร หรืออาจเก็บไว้ในที่ที่เหมาะสม เช่น วัด
ด้านนายมนตรี จารุธำรง นายอำเภอพรเจริญ จ.บึงกาฬ กล่าวว่า ตั้งแต่พิธีการเมื่อวันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี เนื่องจากได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งส่วนราชการและเอกชน รวมถึงพี่น้องจิตอาสา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชน และยังได้รับเกียรติจาก นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย มาเป็นประธานทั้ง 2 จุดที่มีพิธีฌาปนกิจ ซึ่งในส่วนของพิธีการผ่านไปแล้ว 17 ศพ ยังเหลืออีกอยู่ 1 ศพที่จะทำพิธีในวันนี้ ที่วัดหนองกุงพัฒนาราม ต.พรเจริญ อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ ซึ่งจะมีพิธีในเวลา 15.00 น.วันนี้

ในส่วนของการดูแลสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของญาติผู้เสียชีวิตทั้ง 18 ราย ตอนนี้ชัดเจนขึ้น มีเงินจากกระทรวงยุติธรรม รายละ 200,000 บาท เงินจากบริษัทประกันและ พ.ร.บ.ทั้ง 2 ส่วน บวกท้ายของ พ.ร.บ.อีก 800,000 บาท รวม 20,800,000 บาท หลังจากหักค่าใช้จ่ายในส่วนของผู้บาดเจ็บแล้วก็จะมาเฉลี่ยให้กับ 18 รายที่เสียชีวิต เมื่อเฉลี่ยออกมาแล้วคำนวณคร่าวๆ ก็จะได้ประมาณรายละล้านเศษๆ บวกเงินจากกาชาดรายละ 3,000 บาทอีก
นอกจากนี้ก็จะเป็นเรื่องของประกันของแต่ละบุคคลที่มีตำแหน่งการงานสถานะต่างๆ กัน เช่น อสม.ก็จะได้เพิ่มอีก 5 แสนบาท หรือบางรายที่อยู่ในระบบประกันสังคม ก็ถือว่าผู้ที่ไปปฏิบัติหน้าที่ ถือว่าเป็นการเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ก็จะมีเรตการช่วยเหลือเป็นค่าตอบแทน 120 เดือน เป็นต้น มีบางท่านได้อีกเพิ่มล้านกว่าบาทก็มี และผู้ตายแทบจะทุกท่านจะมีเงินฌาปนกิจของกลุ่ม สภาทนายความจังหวัดบึงกาฬ สำนักงานอัยการช่วยเหลือประชาชนจะติดตามสิทธิประโยชน์เหล่านี้ให้กับพี่น้องทั้งหมดให้ครบถ้วนไม่มีจุดใดตกหล่น

ส่วนยอดผู้บาดเจ็บ ณ ขณะนี้ที่ยังคงรับการรักษาในระบบการรักษาพยาบาล รักษาตัวอยู่ที่ปราจีนบุรี 13 ราย รักษาตัวที่บึงกาฬ 3 ราย นอกจากนั้นอาการดีขึ้นและกลับบ้านแล้ว รวมแล้วยังเหลือ 16 ราย ในระบบรักษาพยาบาลทั้งหมด ซึ่งผู้บาดเจ็บทั้งหมด 20 ราย รวมผู้ที่กลับบ้านไปแล้ว และที่ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ ทรงรับเป็นคนไข้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ถือว่าได้รับเกียรติเป็นอย่างสูง เหล่าพสกนิกรชาว อ.พรเจริญ ต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง
ส่วนเจ้าหน้าที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดบึงกาฬ ลงพื้นที่ให้คำแนะนำปรึกษาทางกฎหมายและแจ้งสิทธิตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2559 แก่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่เดินทางกลับมาถึงบ้าน อาจจะมีในส่วนของค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ต้องมีใบเสร็จมาเบิกจ่าย รายละ แต่ไม่เกิน 40,000 บาท /ค่าฟื้นฟูกายภาพทางร่างกาย ค่าใช้จ่ายตามที่เบิกจริงแต่ไม่เกิน 20,000 บาท

ส่วนพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดบึงกาฬ เบื้องต้นมีแนวทางให้ความช่วยเหลือเป็นเงินสงเคราะห์ผู้ประสบปัญหาทางสังคมกรณีฉุกเฉิน รายละ 3,000 บาท จำนวน 17 ราย เงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและไร้ที่พึ่ง รายละ 3,000 บาท จำนวน 1 ราย เงินสงเคราะห์ค่าจัดการศพผู้สูงอายุตามประเพณีรายละ 3,000 บาท จำนวน 6 ราย เงินสงเคราะห์เด็กฯ รายละ 1,000 บาท จำนวน 13 ราย และนำข้อมูลเข้าคณะกรรมการบริหารกองทุนคุ้มครองเด็กเพื่อพิจารณาการช่วยเหลือ จำนวน 6 ราย
และยังมีทีมแพทย์ พยาบาล อสม.จาก “ทีมเยียวยาจิตใจ” ลงพื้นที่ให้คำแนะนำเบื้องต้นการปฐมพยาบาล ร่วมให้คำปรึกษาดูแลเยียวยาจิตใจผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ด้วย
น.ส.เครือวัลย์ ฤทธิ์ภู อายุ 62 ปี กล่าวว่า ก่อนเดินทางไปดูงานก็เอาล็อกเก็ตของหลวงปู่สมภารติดหน้าอกเสื้อ พร้อมยกมือไหว้ปู่ซอ ขอให้ทั้ง 2 องค์คุ้มครองให้ปลอดภัย

นางแก้ว ปุราโส อายุ 68 ปี โยมอุปัฏฐากของวัดป่าวิเวกพัฒนาราม หรือวัดหลวงปู่สมภาร ปัญญาวโร สมัยท่านยังไม่มรณภาพ กล่าวว่า เชื่อว่าตัวเองที่รอดมาได้ถือว่าเป็นเพราะบารมีหลวงปู่สมภารและปู่ซอ ที่ชาว อ.พรเจริญ เคารพศรัทธา เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ โดยก่อนเดินทางตั้งใจจะเอาเหรียญหลวงปู่สมภารไปด้วย แต่หาไม่เจอ แต่หลังเกิดเหตุค้นกระเป๋าสะพายสีน้ำตาลที่สะพายอยู่เพื่อหาโทรศัพท์ กลับเจอเหรียญของหลวงปู่สมภารรุ่นแรก นึกในใจไม่คิดไม่ฝันว่าหลวงปู่จะมาด้วย รอดมาได้ถือว่าเป็นบารมีของหลวงปู่สมภาร และ ศาลปู่ซอ ที่ตั้งอยู่หน้าบ้านของตัวเอง ยกมือไหว้ก่อนออกเดินทางไปขึ้นรถคันเกิดเหตุ

